เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม

 

dzn_stuff-we-likecompsq1

เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม

review by (…)

อากาศร้อนอย่างกับว่าไม่เคยคิดปรานีต่อผู้คน ข้าพเจ้าก็คน จึงร้อนรนจนนึกอยากเขียนเรื่องราวเรื่องหนึ่งขึ้นมา

    เป็นเรื่องราวของ ‘ข้าพเจ้า’ ผู้หนึ่ง ‘ข้าพเจ้า’ อันเป็นพหุพจน์บุรุษอันเป็นที่สาม ซึ่งในเรื่องราวต่อจากนี้ ขอให้ทำความเข้าใจเสียด้วยโดยพร้อมกันว่า ‘ข้าพเจ้า’ ที่ปรากฏขึ้นในบรรทัดใหม่ของย่อหน้าแรกลำดับต่อจากนี้นั้น มิได้เป็นข้าพเจ้าที่กำลังตอกนิ้วนิ่มนวลผ่านอุปกรณ์ทันสมัยที่ใช้กันมาหลายสิบปี

Read more of this post

bookreview : เงาฝันผีเสื้อ : เอื้อ อัญชลี

 

clip_image001

เงาฝันของผีเสื้อ : เอื้อ อัญชลี


สามก๊กฉบับคนกันเองภาคพิเศษ : กำเนิดปณิธานตำนานนิยาย

“เดิมแผ่นดินจีนทั้งปวงนั้นเป็นสุขมาชั่วนานแล้วก็เป็นศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข”

ถ้อยความข้างต้นนั้นบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง เป็นเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่หมุนเวียนเปลี่ยนวนคล้ายกงล้อ และ เป็นส่วนหนึ่งจากเนื้อหาเรื่อง เงาฝันของผีเสื้อ ผลงานเขียนของคุณ เอื้อ อัญชลี ในคำขยายความที่ว่า “กำเนิดปณิธานตำนานนิยาย”

ปณิธาน เป็นปณิธานของผู้เขียนเรื่องราวสุ่ยหู้จ้วน (ซ้องกั๋ง) ซานกว๋อเยี่ยนอี๋ (สามก๊ก) จินผิงเหมย ( ดอกเหมยในแจกันทอง) และ ซีอิ๋วจี๋ (ไซอิ๋ว) วรรณกรรมในยุคเดียวกันอันเป็นอย่างและแรงบันดาลใจให้คนยุคหลัง

ตำนาน เรื่องราวของวีรชนผู้กล้าเมื่อครั้งที่ชนชาวฮั้นลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้แผ่นดินจีนจากการปกครองของราชวงษ์มองโกล

นิยาย ที่เรียงร้อยเรื่องราวอุดมการณ์ของเหล่าบัณฑิตวิญญูชนในช่วงสมัยหนึ่ง ปณิธานความกล้าหาญของเหล่าผู้กล้าที่สร้างตำนานกอบกู้แผ่นดินก่อกำเนิดเป็นวรรณกรรม ที่เสนอแง่มุมของการสงคราม เรื่องราวหักเหลี่ยมช่วงชิงอำนาจการปกครองและกองกำลังทางปัญญานับตั้งแต่ปลายราชวงษ์หยวน ยาวนานเรื่อยไปจนถึงปลายราชวงษ์หมิง ตัวละครเอกของนิยายเรื่องนี้ย่อมไม่พ้น หลอกว้านจง

แล้ว-หลอนกว้านจงผู้นี้คือใครละ?

Read more of this post

ความรักของวัลยา : เสนีย์ เสาวพงศ์

DSC01200 ความรักของ วัลยา : ไพรัชนิยายคลาสสิกไทยสมัยใหม่ ท้าทายจิตสำนึกและผลึกความคิดเพื่อสิ่งที่ดีงามทุกยุคทุกสมัย

เสนีย์ เสาวพงศ์ : บทประพันธ์

 

 

ความรักของวัลยา พิมพ์เป็นตอนๆครั้งแรกใน สยามสมัย ๒๔๙๕ (หักลบเวลาปัจจุบันแล้ว รวมอายุได้ประมาณ ๕๗ ปี) ส่วนเล่มที่ข้าพเจ้าถืออ่านอยู่นี้ เป็นเล่มที่พิมพ์ครั้งที่ สิบเอ็ด เดือนตุลาคม พศ. ๒๕๓๙ ราคาหน้าเล่มเพียง ๙๕ บาท

อดนึกเปรียบเทียบเคียงเล่มกับหนังสือเล่มน้อยในปัจจุบันไม่ได้ ก็ราคาปาเข้าไปร้อยห้าสิบบาทเข้าไปเสียแล้ว ยังมิพักต้องเอ่ยถึงคุณค่าทางวรรณศิลป์ และ ข้อคิดทางปรัชญาที่เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ได้ทิ้งคำถามมากมายไว้ให้คนรุ่นหลังตอบคำถาม ว่าก่อนนั้นและปัจจุบันนี้มีอันใด หรือกระไร ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดีขึ้นหรือว่ายังเหมือนเดิมในม่านหมอกของสังคมและการเมือง

Read more of this post

bookreview :โสกไผ่ใบข้าว

“รำวงประสงค์หลกกล้า
ชาวนาหลกกล้าเป็นวง
หลกแล้วเอาตอกมามัด
แล้วเอาไปยัดลงตม”

เสียง ตะ-ละ-หล้า คลอเป็นทำนองต่อท้ายเนื้อร้องข้างต้น บอกถึงอารมณ์สนุกสนานและมีความสุข เนื้อร้องเช่นนั้น ประกอบกับอารมณ์ของผู้ร้องบอกอะไรกับเราบ้าง สภาพจิตใจ สภาพสังคมความเป็น หรือฤดูกาลแห่งการร่วมแรงร่วมใจได้มาถึงแล้ว

บทเพลงนอกจากจะเป็นสำเนียงเนื้อร้องทำนองไพเราะ รับฟังเพื่อความเพลิดเพลินใจแล้ว ยังบอกถึงเรื่องราวความเป็นอยู่วัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ผู้คนอยู่ดีกินดี เราก็จะมีเพลงที่พูดถึงความอุดมสมบูรณ์ หากเมื่อถึงยุคข้าวยากหมากแพง บทเพลงก็จะสะท้อนถึงความยากลำบากที่เกิดขึ้น เมื่อครั้งที่ได้ฟังเพลงเหล่านั้นเมื่อใด จะได้ตระหนักรู้ว่า ณ. เวลานั้นใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

ชื่อหนังสือ : โสกไผ่ใบข้าว
หมวด : วรรณกรรม — ชีวิตและสังคม

ผู้แต่ง : จตุพร แพงทองดี
จัดพิมพ์โดย : สนพ.มติชน
พิมพ์ครั้งที่ ๑ : สำนักพิมพ์มติชน สิงหาคม ๒๕๕๐
กระดาษปอนด์เหลือง ปกอ่อน
จำนวนหน้า : ๓๐๘ หน้า
ขนาดหนังสือ : ๑๓.๒ ซม. x ๑๙ ซม.
ISBN : 978-974-02-0006-2

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษ ด้วยเพราะเป็นหนังสือที่หามานาน หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “ข้าว” มิใช่แค่กระบวนการขั้นตอนของการเพาะปลูก มิใช่ว่าเป็นหนังสือว่าด้วยเรื่องความรู้ทางการเกษตร หากแต่หนังสือเล่มนี้มีเรื่องราว มีตัวละครที่สามารถสร้างสรรค์อารมณ์ให้กับผู้อ่านไปพร้อม ขณะเดียวกับที่บรรจงสอดแทรกเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่น แผ่นดินอันเป็นฉากหลังคือแดนอีสาน

Read more of this post

เรียนมารขาวที่เคารพ : นกดวงจันทร์

ถึงท่านมารขาวที่เคารพ

สวัสดีวันฝนพรำค่ะท่าน ข้าพเจ้าชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้มาก โดยเฉพาะวันที่ไม่ต้องออกไปไหนอย่างเช่นในวันนี้ แต่พรุ่งนี้หากยังตกอยู่แบบนี้เห็นทีจะขอเปลี่ยนใจไม่ชอบแล้วล่ะ เพราะมีโปรแกรมว่าจะซักผ้าเสียหน่อย ((เอาแต่ใจเล็ก ๆ น่ะ .. อิอิ))

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะอ่าน “นกดวงจันทร์” ให้ละเอียดอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ว่าแล้วก็ให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นหนอนหนังสือชั้นเลวเสียจริง ๆ ค่ะ น่าละอายใจยิ่งนัก แต่ถึงเวลานี้ก็จะนั่งเล่าตามที่ได้ตกปากรับคำไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนนะคะ

นวนิยายขนาดสั้น : นกดวงจันทร์
ผู้แต่ง : อภิชาติ เพชรลีลา

หนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าได้รับจาก “บริษัทอมรินทร์” เมื่อ 3 ปีก่อนค่ะ เค้าส่งมาตอบแทนที่ข้าพเจ้ามีน้ำจิตน้ำใจตอบแบบสอบถามกลับให้สำนักพิมพ์ไป หลังจากได้รับมาเมื่อวันนั้นก็ถูกเก็บขึ้นชั้นและเพิ่งมีโอกาสได้จับมาเปิดอ่านเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

เค้าพูดถึง “นกปีกหัก ของ คาริล ยิบราน” ท่านรู้จักไหมคะ ?
แล้วก็พูดถึง “นกไม่มีขา ของ หว่อง คาไว” ท่านรู้จักไหมคะ ?

ถ้าไม่รู้จักก็อ่านต่อได้ค่ะ แต่ถ้าอยากรู้จักคงต้องทำการบ้าน หาอ่านเองต่อไป .. อ่านแล้วเขียนมาเล่าสู่กันอ่านด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ

จากบทนำของผู้เขียน

“.. นกดวงจันทร์มันซุกตัวหลบแสงอาทิตย์เวลากลางวัน แม้แต่ขนบางบนปีกก็พยายามไม่ให้ไหวติง เพื่อออมเรี่ยวแรงไว้ออกบินในยามค่ำคืน บ่ายหน้าตรงเข้าสู่ดวงจันทร์ หวังไว้ว่าสักวันจะบรรลุถึงแสงนวลนั้น วันแล้ววันเล่า ..

[อ่านต่อ…]