Book review : ดอกฝนบานในวันหยุด

ขณะเวลานี้คือเวลาที่ดอกฝนเบ่งบานระใบไม้เขียว เป็นยามที่ผู้เขียนเอนตัวพักกายผ่อนอารมณ์ใต้เรือนระแนงไม้ อีกทั้งเป็นวันหยุดวันหนึ่งในอีกหลายวันที่ฝนพรมลงมาให้ความชุ่มเย็นเป็นช่วงๆ (ช่วงๆ หมายถึง เป็นระยะๆ มิใช่หมีแพนด้า)

clip_image002

สำหรับใครหลายคนที่ชอบการเดินทางไปไหนต่อที่ไหนในวันหยุด หรือการได้หยุดคือการเดินทาง ฝนอาจเป็นมารร้ายและตัวอิจฉาที่คอยหลอกหลอนผู้คนที่รักที่แจ้งต้องขุ่นข้องหมองจิต

มนุษย์ที่รักการเคลื่อนไหวน้อยอย่างข้าพเจ้าจึงดูจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่โชคดีสำหรับห้วงยามฉ่ำเย็นนี้

หยุดหนนี้(อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาติดต่อกัน) ข้าพเจ้าจึงพกพาหนังสือหนังหากลับมาอ่านที่รังนอนบ้านเกิดสามเล่ม เป็นเล่มที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบและที่อยากอ่านเล่นทบทวนบางสิ่งบางอย่างเพื่อใช้ขีดเขียนเรื่องราวอื่นๆไปอีก

 

Read more of this post

โลกียะ : นพพร สุวรรณพานิช

P1050319 โลกียะ : นพพร สุวรรณพานิช

หนังสือที่ช่วยให้คุณเรียนรู้เรื่องโลกย์ และลุ่มลึกกับภาษาอังกฤษจากรากศัพท์

สำนักพิมพ์ open books

ข้าพเจ้าเคยอ่านงานเขียนของคุณ นพพร สุวรรณพานิช มาแล้วสามเล่ม แต่ละเล่มที่มีไว้ครอบครองนั้นเป็นงานเขียนชุดที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์รากคำและการใช้รูปแบบภาษาทั้งสิ้น

เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติตัวเองเพื่อให้รู้สึกภูมิใจและมีความกตัญญูต่อบรรพชนผู้สร้างบ้านป้องเมืองเมื่อกาลผ่านมา การเรียนรู้รากภาษาก็เพื่อให้รู้จักว่า คำบางคำมีที่มาและมีวาระที่ควรมิควรในการหยิบเอามาจัดเรียงวางไว้ให้ถูกและควร นี่เรียกว่า ให้ความเป็นธรรมกับภาษาเหมือนกัน (นั่น-ไปกันได้)

Read more of this post

ขี่ม้าชมดอกไม้ : รงค์ วงษ์สวรรค์

P1040385 

ขี่ม้าชมดอกไม้ : รงค์ วงษ์สวรรค์

สารคดีท่องเที่ยวแดนมังกร

สำนักพิมพ์ ภัคธรรศ

งานเขียนเป็นทั้งฟืนและไฟหุงข้าวในหม้อ มันไม่หมายถึงการฆ่าความหิวเท่านั้น การรับรู้และการครุ่นคิดโดดเดี่ยวอยู่ในหม้อเดีวยกันนั้น

การหมกหมุ่นกับตัวเองอาจไม่ใช่ความผิด แต่การกังวลหรือคำนึงถึงผู้อื่นบ้างเป็นการดีกว่า มนุษย์ต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กัน เป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

เป็นบทเริ่มต้นแห่งความเมตตากรุณา และความเป็นเพื่อน

แต่ปรัชญาอาจถูกเปลี่ยนแปลงความหมาย ไปตามวันเวลาและความหลงผิด ความโลภความโง่เขลาของมนุษย์ ที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นความฉลาดล้ำ แล้วต่อมามนุษย์กลายเป็นศัตรูกันอย่างน่าละอาย

– – –

บันทึกการเดินทางเยือนเมืองจีน (บรรยากาศหลังปฏิวัติโดยประชาชน) ของนักเขียนไทย ภายในเวลาอันเร่งรีบ ปักกิ่ง นานกิง เซียงไฮ้ และกวางโจว  ภาษาเขียนที่ใช้ในเล่มนี้ของรงค์ ย่อมแตกต่างจากภาษาสวิงสวายในนิยายวรรณกรรม กล่าวคือเป็นภาษาที่ใช้เขียนจดบันทึกเรื่องราว ต่างๆที่ได้พบเห็น สัมผัส และ สอบถามจากสิ่งต่างๆรอบตัวที่พ้นผ่าน โดยมิใช่เพียงการเฝ้ามองดูและนึกเขียนเทียนพรรษาเอาเอง

Read more of this post

หนังสือหนังหา : สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรง

 

DSC01192

สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรง : กระบี่ไม้ไผ่

รวมเรื่องเล่า ขัดเกลาจิตใจจาก เสาร์สวัสดี

ว่าจะ ว่าจะ ว่าจะมาหลายเวลาแต่ก็ไม่ได้ลงมือเขียนถึงหนังสือเล่มนีเสียที

กระบี่ไม่ไผ่ เป็นนามปากกา ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงกลับเป็นชื่อหนังสือและเป็นชื่อบทความตอนหนึ่งภายในหนังสือ

สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรง เป็นตอนหนึ่งที่พูดถึงจิตใจของคนที่สนองตอบต่อสิ่งที่มากระทบ ในทางอารมณ์ ไม่ว่าเรื่องราวชื่นใจ ปีติยินดี หรือขุ่นเคือง ประเด็นของเรื่องกล่าวเล่าถึงหัวข่าวทางวิทยาศาสตร์เรื่อง”หมดยุคดอกไม้”

โดยทำการทดลองปฏิกริยาแรงเต้นของหัวใจของผู้หญิง(โดยใช้เครื่องไซโคกาล์ฟวาโน มิเตอร์) เมื่อขณะที่เธอได้รับของขวัญแต่ละชิ้น ผลก็คือ เธอหัวใจเต้นแรงเป็นพิเศษก็เมื่อของขวัญนั้นเป็นสิ่งของจำพวกเครื่องมือไฮเทค โดยเฉพาะเครื่องเล่นดีวีดี

ผลทดลองอาจไม่ได้ตอบความเป็นจริงไปเสียทั้งหมด ปัจจัยที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอาจมิได้ขึ้นอยู่เพียงสิ่งของ ผู้ที่มอบ,วันเวลาในวาระโอกาส,อารมณ์ขณะตอนนั้น,หรืออะไรก็ตามอีกมากมายแม้แต่เสียงของลม หากแต่ประโยคสุดท้ายของบทความขมวดใจสาระไว้น่าคิดว่า

“เขาบอกว่า หัวใจเต้นแรงและระอุอุ่นมันก็ดี แต่ถ้าเรารู้ทันถึงจังหวะการเต้นของหัวใจมันจะดีกว่า”

Read more of this post

อำนาจแห่งความว่าง : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

 

อำนาจเป็นปรากฏการแห่งความว่าง ผู้กุมอำนาจก็ควรหยั่งถึงความว่างในดวงจิตของตนด้วย ใครก็ตามที่นำอัตตาตัวตนขึ้นสู่เวทีอำนาจ ใครก็ตามที่นำผลประโยชน์ส่วนตัวขึ้นสู่เวทีอำนาจและยืนยันผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นเอก ไม่ว่าจะเป็นลาภ ยศ สรรเสริญ ท้ายที่สุดแล้วก็จะไปไม่รอดทั้งสิ้น เพราะกฏแห่งอำนาจเป็นกฏเดียวกับอิทัปปัจจยตา เกิดขึ้นมีอยู่โดยอาศัยนานาปัจจัย รวมทั้งอาศัยการยอมรับของมหาประชาชนผู้ที่ไม่มีอำนาจ…

..

ดังนั้น ใครก็ตามที่คิดตั้งศุนย์อำนาจใหม่หรือต่อต้านอำนาจเก่า ควรจะต้องรู้ว่า อำนาจเป็นความสำพันธ์ระหว่างมนุษย์ และอิงอาศัยนานาปัจจัย อำนาจไม่ได้บรรจุอยู่ในอาคารสถานที่ การยึดอำนาจรัฐไม่ได้เกิดจากการยึดตัวอาคาร หากแต่จะต้องยึดครองที่หัวใจคน

..

บางส่วนจาก "อำนาจแห่งความว่าง ความว่างแห่งอำนาจ"

จากผู้อ่าน : หนังสือเล่มนี้สำหรับข้าพเจ้า นับเป็นภาคต่อของวันที่ถอดหมวก หลังจาก แสวงหา และ ละวาง(ผ่านพ้นจึงค้นพบ) แล้ว เวลาคนช่วงปลายมักคนหาพิเคราะห์ ‘ความว่าง’

ความว่างคล้ายชานชราท่ารถ เป็นจุดพักเริมและจุดพักจบปลายทาง เป็นวาระที่ผู้เขียนแสดงออกถึงความห่วงในต่อสถานการณ์ อันมึนตึงขณะนี้ของบ้านเมืองขณะนี้ ซึ่งก็ยังคงไม่ผ่อนคลายเท่าไรนัก และดูท่าว่า จะปะทุขึ้นอีกหนอย่างรุนแรง และสูญเสียอย่างที่ว่า น้ำตาและน้ำลายไม่อาจจะช่วยอะไรได้อีก เพียงปล่อยให้มันล่มสลายในชั้นปลายสุด

เพื่อก่อกำเนิดเริ่มใหม่ และหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่จบสิ้น

ไม่ว่าจะเดินทางไกลเพียงใด ผ่านหนทางที่ยากเย็นแสนเข็น หรือสุขสมเพียงไหน ทุกคนทุกดวงใจ ล้วนแล้วย่อมหวนคืนกลับสู่

‘ความว่าง’

 

ในหนังเรื่องสามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ จิวยี่เดินผ่านซากศพทหารมากมาย ทั้งฝ่ายศัตรูและฝ่ายของตน จิวยี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า

“สงครามนี้ ไม่มีผู้ใดชนะ”

bookreview:วิถีแห่งปราชญ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

การเริ่มต้นใหม่นั้นเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้เสมอ
หากจิตใจเรายังต้องการมันอยู่

เริ่มต้นปีใหม่ผ่านมาจนทบได้หนึ่งเดือนแล้ว หลายๆอย่างดีขึ้น และหลายอย่างยังคงย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างที่คิดที่พูดถึงกัน ในเดือนนี้ถ้าไม่กล่าวถึงเรื่องความรัก ก็จะเป็นเรื่องของการไม่ร่วมกระแสแห่ตาม

ทั้งที่เรื่องของความรักนั้น เป็นเรื่องที่กล่าวถึงกันเสมอในทุกขณะนาทีอยู่แล้ว เพราะหากวันใดคุณตื่นเช้ามาและตลอดทั้งวันคุณไม่เห็นหรือได้ยินคำว่ารักผ่านสื่อต่างๆเลย วันนั้นแสดงว่าคุณยังหลับฝันอยู่ แม้แต่ในความฝันก็เถอะข้าพเจ้าคิดว่ายังคงเจอะเจอความรักได้เหมือนกัน มันมากเสียจนรู้สึกว่า ถ้อยความนั้นมากมายเกินกว่าที่ตัวตนของความรักนั้นจะมีอยู่จริง

วิถีแห่งโลกปัจจุบันขณะเป็นเช่นนั้น ต้องการความรักมากมายเพื่อถมลงไปในพื้นที่ว่างเปล่าภายใน แล้วใช้มันอย่างกระหายอยาก หมดแล้วจึงเที่ยวท่องแสวงหามันอยู่เรื่อยไป ความรักหมายถึงสิ่งใด? เป็นวิถีทางหนึ่งเพื่อให้เราพ้นทุกข์หรือไม่ คำตอบมีมากมายเกินกว่าจะนึกถึง

ในความวุ่นวายสับสนขณะนี้ จึงอยากบอกเล่าถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่พอจะทำให้จิตใจวัยรุ่นวุ่นรักได้สงบลงเสียบ้าง พักเรื่องรัก มาปรับวิถีคิดวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวันบ้างเป็นไร

e0b8a7e0b8b4e0b896e0b8b5e0b981e0b8abe0b988e0b887e0b89be0b8a3e0b8b2e0b88ae0b88de0b98c

วิถีแห่งปราชญ์ : ปฏิปทา จริยาวัตร ของ พระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตฺโต )

กล่าวนำ : กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ ผู้อ่านหลายท่านคงเคยผ่านตามาบ้าง อาจจะบางบทบางตอนซึ่งมีการคัดเอามายกถึง หรือว่าอาจเป็นได้ว่าเคยผ่านตาทั้งเล่มมาแล้วก็ดี ทว่าก็อยากบอกเล่าเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ย้ำเข้าไปอีก เพื่อสำหรับบางท่านที่ยังไม่เคยอ่านหรือผ่านตามาเลย

รูปแบบ : เป็นเรื่องเล่าบันทึกขนาดสั้น ไม่ยาวมากนัก เนื้อหาในแต่ละตอนไม่ได้ต่อเนื่องกันจึงสามารถเปิดอ่านตอนไหนก่อนก็ได้ ไม่ว่าจะอ่านจากตอนหลังมาหน้า หรือหน้าไปหลัง จากตอนกลางก็สามารถได้เนื้อหาในส่วนตอนนั้นๆเหมือนกัน (จึงมีบางส่วนเท่านั้นที่เป็นตอนต่อเนื่องกัน) เนื้อหาทั้งหมดในเล่มรวมแล้ว ๑๔๐ ตอน เล่มหนาประมาณหน้าได้สี่ร้อยกว่าหน้า แต่อ่านจบโดยไม่รู้สึกหนักเหนื่อยประการใด

Read more of this post

bookreview : คน เขื่อน น้ำ ป่า กาแล็กซี

โลกไม่เคยหยุดนิ่งและเปลี่ยนแปลงเสมอ
ด้านหนึ่งของโลกอาจดูโหดร้าย แต่อีกด้านหนึ่งของโลกก็ยังคงงดงามอยู่
มาช่วยกันสร้างด้านที่โหดร้ายให้สวยงาม
มาช่วยกันสร้างโลกให้น่าอยู่และมีความหวังมากขึ้น
นี่คือภารกิจของ “สารคดี”

สารคดีฉบับที่ ๖๒ /เมษายน / ๒๕๓๓

ข้างต้นคือวรรคสุดท้ายของบทบรรณาธิการนิตยสาร “สารคดี” ฉบับที่ ๖๒ หากแต่เป็นฉบับแรกที่คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ได้ลงมานั่งเก้าอี้บรรณาธิการอย่างเต็มตัว มาลองนับรวมอายุแต่แรกเริ่มของนิตยสาร “สารคดี” แล้วก็เห็นว่าจะต้องมี ๒๒ ปีได้ (นับเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๘) หากเปรียบเป็นคนก็กำลังเป็นหนุ่มเป็นสาวที่มีทั้งพลังมีทั้งแรงเหลือกินเหลือใช้เลยทีเดียว

คน – เขื่อน – น้ำ – ป่า – กาแล็กซี : บันทึกการเปลี่ยนแปลงของโลกและมนุษย์
ผ่านบทบรรณาธิการ ๑๔ ปีของ สารคดีวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ –

เขียนเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) 974-91295-0-4

คน – เขื่อน – น้ำ – ป่า – กาแล็กซี เป็นหนังสือรวบรวมบทบรรณาธิการของสารคดีนับตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ เรื่อยมาจนถึงปี ๒๕๔๖ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เห็นจะหนักไปทางเรื่องราวของป่าไม้และเขื่อนเป็นหลัก มีบ้างบางช่วงที่เอ่ยถึงบุคคลสำคัญและสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง และแน่นอนการเปลี่ยนแปลงของโลกหรือของเมืองย่อมยังผลกระทบเข้ามาสู่ป่าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ฉบับที่ ๗๐/ ธันวาคม ๒๕๓๓ / สนามกอล์ฟ ๑,๐๐๐ ไร่ ใช้น้ำวันละ ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ในการทำหญ้าให้เขียวขจี ในขณะที่ชาวนาใช้น้ำเพื่อปลูกข้าวให้เรากินเพียงบางฤดูกาลเท่านั้น แต่สนามกอล์ฟใช้น้ำทุกวัน (ประมาณกันว่าประเทศไทยต้องการสนามกอล์ฟถึงพันกว่าแห่งเพื่อรองรับนักกอล์ฟทั้งไทยและเทศ ซึ่งสนามกอล์ฟหนึ่งแห่งให้พื้นที่ประมาณพันไร่)

ฉบับที่ ๒๔/ มีนาคม ๒๕๓๖ / สนามกอล์ฟขนาดสิบแปดหลุม มีพื้นที่ประมาณหนึ่งพันสองร้อยไร่ ใช้น้ำรดสนามหญ้าและพื้นที่อื่นๆวันละ ๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ปีหนึ่ง ๆ ใช้ ๑.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ทั่วทั้งประเทศมีสนามกอล์ฟประมาณสองร้อยแห่ง ดังนั้นสนามกอล์ฟทั่วประเทศจึงใช้น้ำถึงปีละ ๓๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร (สนามกอล์ฟร้อยละเก้าสิบไม่สามารถกักเก็บน้ำได้พอสำหรับสนามตัวเอง อ้าว? แล้วเขาเอาน้ำจากไหนละ รายการจุดเปลี่ยนช่วยด้วยขอรับมีคนขโมยน้ำชาวนา)

ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้น้ำเท่านั้น การใช้ไฟฟ้าหรือกระดาษที่เกินความจำเป็นก็ส่งผลกระเทือนให้กับเจ้าป่าเจ้าเขาไม่แพ้กัน หากท่านเคยเป็นผู้หนึ่งที่ชอบหยิบเอกสารแจกหรือรับเอกสารแจกทั้งหลายที่มีคนมายืนแจก หยิบมาดูผ่าน ๆ เดินห่างจากจุดเกิดเหตุมาไม่กี่ก้าวแล้วก็หย่อนกระดาษอายุการใช้งานสั้นนั้นลงถังขยะ อย่างไม่แยแสแล้วละก็โปรดทราบไว้ว่า

ฉบับที่ ๘๖/ เมษายน ๒๕๓๕ / ข้อมูลล่าสุดรายงานว่า การผลิตกระดาษหนึ่งตันต้องใช้ต้นไม้ถึง ๑๗ ต้น ใช้กระแสไฟฟ้า ๔,๑๐๐ กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ใช้น้ำมัน ๓๑,๕๐๐ ลิตร และปล่อยคลอรีนเป็นของเสียอีกไม่น้อยกว่า ๗ กิโลกรัม (อ่า..ชั่วโมงละ ๗ กิโลกรัมเชียว)
ฉบับที่ ๗๗/ กรกฏาคม ๒๕๓๔ / มนุษย์อย่างพวกเราเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่ระบายความทุกข์เสียจริง ๆ มีการสำรวจพบว่าคนเมืองกรุงใช้น้ำเฉลี่ยวันละ ๒๐๐ ลิตร ตั้งแต่ อาบ ซักผ้า ขับถ่าย และใช้ในครัว (ส่วนพวกที่อาศัยคอนโดมิเนียมใช้มากถึงวันละ ๕๖๐ลิตร) คิดเสียว่ามีประชากรในกรุง ๘ ล้านคนแสดงว่าวันหนึ่งเราปล่อยน้ำเสียลงน้ำถึงวันละ ๑,๖๐๐ ล้านลิตร

ฉบับที่ ๗๒/ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ /เราสร้างศูนย์การค้ามากมายหลายแห่งโดยติดตั้งเครื่องปรับอากาศนับไม่ถ้วน เพื่อให้เราได้เดินช็อปปิ้งได้อย่างสบาย แต่เราหารู้ไม่ว่า ศูนย์การค้าที่สร้างขึ้นมาแต่ละหลังกินไฟประมาณ ๘-๑๐ เมกะวัตต์ หากสร้างสักแปดแห่ง เราต้องสร้างเขื่อนแก่งกรุงขึ้นอีกหนึ่งเขื่อน ที่กำลังผลิตไฟฟ้าขนาด ๘๐ เมกะวัตต์ เรามีสถานช็อปปิ้ง เดินเล่น กินอาหารเพิ่มขึ้นประมาณแปดแห่ง โดยแลกกับพื้นที่ป่าดงดิบที่ถูกทำลายจมใต้น้ำ ๒๕,๐๐๐ ไร่ และต้นไม้ต้องตายไปกว่า ๒๐๐ ล้านต้น ไม่รวมสัตว์ป่าอีกมากมายที่ต้องล้มตายลงอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่เพื่อเขื่อนที่จะมาผลิตไฟฟ้าให้เราได้สุขสบายกัน

เมื่อว่ากันตามนี้แล้วเนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้จึงมิได้เป็นเพียงการรายงานสถานการณ์ว่า ตอนนี้เดี๋ยวนี้สภาพป่าไม้ที่เหลืออยู่เป็นเช่นไร ในขณะเดียวกันนั้นคุณวันชัยผู้เขียนยังพยามอย่างยิ่งที่จะโยงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องระหว่างพฤติกรรมของคนเมืองที่ส่งผลกระทบต่อป่าไม้ ให้ผู้อ่านได้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนทำให้ป่าไม้เปลี่ยนไป ได้เกิดสำนึกขึ้นได้ว่าตัวเองจะทำสิ่งใดได้บ้างให้ป่าไม้ดีขึ้น

จากนี้เราลองมาดูสิ่งที่เราสูญเสียไปและอะไรเกิดขึ้นบ้างกับกลุ่มคนที่คอยพิทักษ์ป่าไม้ ในช่วง ๑๔ ปีในเนื้อหาของหนังสือ

ฉบับที่ ๖๗/ กันยายน ๒๕๓๓ / ๑ กันยายน ๒๕๓๓ วันที่ สืบ จากไป สัตว์ป่าเมืองไทยพากันสะอื้นไห้ราวกับกำพร้าพ่อที่เคบปกป้องชีวิตของพวกมัน
ฉบับที่ ๗๕/ พฤษภาคม ๒๕๓๔ / กลางดึกของคืนวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๒ อาวุธสงครามนานาชนิดของคนใจบาป ตั้งแต่ปืน ค. เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม.๑๖ และปืนอาก้า ก็ระดมยิงเข้าใส่ธุดงสถานธรรมจิต ที่ป่าดงใหญ่ ขณะที่หลวงพ่อประจักษ์กำลังจำวัดอยู่

ฉบับที่ ๑๓๑/ มกราคม ๒๕๓๙ / นายปั่น เป็นหัวหน้าคนงานประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาช้างจังหวัดพะเยา ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๓๓ และเมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. ของวันที่ ๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมาขณะที่นายปั่นขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านพักเพื่อไปทำงานในเขตฯ ก็ถูกคนร้ายรอบยิงจนถึงแก่ความตาย

วสันต์ แสงอาวุธ เจ้าพนักงานป่าไม้ที่ถูกยิงตายคาบ้านพักในเขตอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา วสันต์ถูกคนร้ายยิงเพราะไม่อนุญาตให้นำไม้เถือนออกจากป่า

ฉบับที่ ๑๓๖/ มิถุนายน ๒๕๓๙ / นายเสริฐ พรรณา เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคนหนึ่ง ณ อุทยานแห่งชาติเขาหลวงจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าจับกุมชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ป่า ปรากฏว่าญาติของผู้ต้องหาไม่พอใจนายเสริฐที่ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา จึงบันดาลโทสะใช้ปืนลูกซองยิงเข้ากลางหลังนายเสริฐตายคาที่

วันต่อมาผมไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีพื้นที่ป่าถึง ๗๒๒,๐๙๖ ไร่ และมีอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาสก อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง เขตรักษาพันธุ์สัตว์คลองนาคา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัง รวมแล้วมีพื้นที่สองล้านกว่าไร่ ถือเป็นป่าผืนใหญ่ที่สุดในภาคใต้ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ หลังจากที่พื้นที่ป่าบางส่วนถูกนำไปทำอ่างเก็บน้ำของเขื่อนเชี่ยวหลาน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายอรุณ สุขเหลือง เจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่งถูกคนร้ายดักยิงด้วยปืนลูกซองตายคาที่ขณะขี่จักรยานยนต์ไปทำงาน เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า นายอรุณเคยถูกขู่ฆ่าหลายครั้งแล้ว แต่นายอรุณยังออกตรวจป่าทุกวัน ในที่สุดก็ได้รับกระสุนปืนเป็นรางวัลสำหรับงานรับจ้างเฝ้าป่า

ฉบับที่ ๑๕๐/ สิงหาคม ๒๕๔๐ / กลางดึกวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๐ เสียงปืนหนึ่งนัดดังขึ้นในห้องทำงานของป่าไม้อำเภอสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา รุ่งเช้าตำรวจพบร่างอันไร้วิญญาณของ คุณสิริภัทร นันทะวงษ์ สภาพศพมีรอยกระสุนเข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย มือขวายังกำปืนขนาด .๓๕๗ ไว้แน่น

เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ปะทะกับผู้คุมการตัดไม้ เจ้าหน้าที่พบว่าอาวุธปืนเอ็มสิบหกที่ยึดได้มานั้นเป็นอาวุธของทางราชการ ในการประชุมหลายครั้งสิริภัทรเคยแสดงความหนักใจที่เจ้าหน้าที่ร่วมขบวนกับกลุ่มต่าง ๆ บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อจับจองการเป็นกรรมสิทธิ์ โดยหวังจะได้ สปก.๔-๙๘ คนในพื้นที่รู้ดีว่า อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอำเภอนี้เป็นนายหน้าเล่นที่ดินให้นักการเมืองชื่อดัง

คุณมาลี นันทะวงษ์ ภรรยาผู้ตายเล่าว่า ก่อนตายสิริภัทรบ่นเรื่องงานให้ฟังหลายครั้งทำนองว่า “จะให้พี่ทำแบบนี้ พี่ทำไม่ได้หรอก”

ไม่มีใครรู้ว่าสิริภัทรถูกบีบบังคับด้วยเรื่องอะไร

ห่างไกลจากเมืองหลวงไปนั้น ไม่ทราบว่ามีอีกกี่ชีวิตที่กำลังดับลงและกี่ครอบครัวที่เสียน้ำตาให้กับผู้พิทักษ์ป่า ในขณะเดียวกันที่คนเมืองกำลังร้ำให้โอดครวญถึงใครบางคนที่กำลังจะต้องก้าวออกจากบ้านอะคาเดมี แฟนตาเชีย ((สาธุ..เมืองไทย))

ตลอดระยะเวลา ๑๔ ปีที่ผ่านมาบ้านเมือง, คน, โลก เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่สามารถรู้สึกได้เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ และยิ่งรู้สึกสะท้อนใจเข้าไปอีกเมื่อลองนึกถึงสภาวการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จนถึงปี ๒๕๕๐ นี้ มีหลายอย่างดีขึ้นในแง่ที่ว่าคนเราเริ่มรู้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นใกล้ตัวเกินกว่าที่จะวางเฉย ส่วนหนึ่งได้รับผลบุญมาจากภาวะโลกร้อนที่คนทั่วทั้งโลกออกมาแสดงจุดยืนและเร่งหาหนทางป้องกันอย่างเป็นวาระของโลกก็นะ กระแสเขาแรงจริง ๆ แต่ในวาบหนึ่งของความคิดก็เกรงว่า เรื่องของป่าไม้จะไม่ต่างอะไรกับ ถุงยางอนามัย หรือ พระไตรปิฎก เหมือนกันยังไงหรือขอรับ??? ก็เพราะว่าทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่ดีแต่เราก็ยังไม่สนใจนะสิขอรับ

ฉบับที่ ๑๕๓/ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ / เมื่อเร็วนี้ มีข่าวเล็ก ๆ ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า กรมป่าไม้มีแนวความคิดที่จะดำเนินการปรับปรุง “ร่างระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาติให้เอกชนเข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติ”
กรมป่าไม้ให้เหตุผลว่า หากมีการแก้กฏระเบียบเพื่อให้เอกชนสามารถเช่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ก็จะช่วยยุติปัญหาการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯได้ และยังทำให้กรมป่าไม้มีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่อุทยานฯอีกด้วย

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะมีอายุมากพอดู (พิมพ์เมื่อปี ๒๕๔๖) แต่เรื่องราวเหล่านี้นับว่าไม่เก่าเลยแถมยังเป็นเรื่องใกล้ตัวเสียอีก และนอกจากจะมีเรื่อราวการเปลี่ยนแปลงของป่าไม้แล้ว ก็ยังมีเรื่องราวของบุคคลสำคัญ ๆ ของเมืองไทยและต่างประเทศ เป็นประวัติและเรื่องราวโดยสังเขปที่สามารถเรียนรู้ศึกษาเพื่ออ้างอิงงานเขียนได้เป็นอย่างดี

เมื่ออ่านจบหน้าสุดท้ายแล้วย้อนดูปกหลังของหนังสือ ข้าพเจ้าต้องชูสองมือขึ้นเพื่อแสดงประชามติ เพราะเห็นด้วยกับคำนิยมของ คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา แห่งสำนักพิมพ์ OPEN จริง ๆ

งานเขียนของคุณวันชัยนอกจากจะครบถ้วนด้วยข้อมูลที่หนักแน่น การลำดับเรื่องที่เข้าใจง่าย และทัศนะที่ชัดเจนแล้ว จำนวนไม่น้อยสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้อ่านในขณะเดียวกับงานประพันธ์ชั้นดี บทบรรณาธิการของคุณวันชัยจึงถึงพร้อมซึ่ง ความจริง ความดี และ ความงาม ตามแบบฉบับ ซึ่งไม่เฉพาะบทบรรณาธิการที่ดีเท่านั้น แต่งานเขียนที่ดีควรจะเป็น
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา-บรรณาธิการ

สุดท้ายแล้วหวังว่าเรื่องราวของ คน เขื่อน น้ำ ป่า กาแล็กซี จะช่วยสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อยในด้านพฤติกรรมและความคิด และท้ายสุดจริง ๆ แล้ว ข้าพเจ้าขอแสดงความคารวะต่อผู้พิทักษ์ป่าผู้จากไปพร้อมเสียงปืนทุกนามว่า

“ผู้ที่หว่านเมล็ดแห่งคุณธรรม จะได้เก็บเกี่ยวความเคารพนับถือ”
ลีโอนาร์โด ดาวินชี

ด้วยจิตคารวะเช่นเคยขอรับ