bookreview : เอกเขนกใจ ใต้เงาอักษร

 

head-bookreview

คนกวาดถนนพักผ่อนจากเหล้าจนรู้สึกวิงเวียน

ขณะลุกเดิน แล้วก็รากรดถนน–ทิ้งไว้ให้เป็นหน้าที่ของคนกวาดถนนเวรกลางคืน แต่บางทีหมาอาจจะรีบมาแย่งกินก่อน

มันก็รู้สึกง่วงนอนเหมือนกัน

เหมือนกับใบไม้ และเหมือนก้อนหิน–ซึ่งต่างพักผ่อนอย่างบรมสุข

คนและปีศาจเท่านั้นยังมิรู้ความหมายของการพักผ่อน

-การพักผ่อนบรมสุขของใบไม้ / วานปีศาจเขียน-

Read more of this post

bookreview : เอ็ดเวิร์ด ทูเลน และ คน(ไม่)สำคัญ

 

DSC01204 DSC01202

เอ็ดเวิร์ด ทูเลน : ตามหาหัวใจไกลสุดฟ้า

the Miraculous Journey of Edward Tulane

เคท ดิคามิลโล : เขียน : ปี คศ. 2006

คน(ไม่)สำคัญ : เรื่องราว ๑๑ คน(ไม่)สำคัญที่สร้างปรากฏการณ์สำคัญระดับโลก

สฤณี อาชวานันทกุล : เขียน

สำนักพิมพ์ : openbooks

– ภาษาต้องสะท้อนความกลมกลืนของเสียงดนตรี นักเขียนต้องค้นหาคำพิเศษ เพื่อสื่อความหมายอยู่ตลอดเวลา และสามารถดึงเอาเสียงสะอื้นออกมาจากจิตวิญญาณได้ ถ้อยคำอาจแปรเปลี่ยนไปเป็นสี แสง และกลิ่น งานของนักเขียนก็คือ ‘ใช้’ มันสื่อความหมายให้ได้อย่างไม่ผิดพลาด และไม่ถูกมองข้าม

นักเขียนต้องสามารถรู้สึกสนุก และโลดเล่นไปในความอุดมดื่นของถ้อยคำ เขาไม่เพียงแต่รู้ความหมาย โดยตรงของมัน แต่ต้องรู้ไปถึงพลังลึกลับของมันด้วย ในคำคำหนึ่งนั้น มันมีน้ำเสียงและความหมายแฝงอยู่ รวมทั้งความหมายที่กังวานคลอไปกับมันด้วย –

คนุท แฮมซุน

Read more of this post

bookreview : อิโรติก- กามวิสัยในอักษร

 

DSC01193 DSC01212 1218553154

สเตปเปนวูล์ฟ : เฮอร์มานน์ เฮสเส : เขียน

สดใส : แปล

เซนอย่างมูซาชิ : บทรักของนักกลยุทธ์

โดย : สุวินัย ภรวลัย

ผู้ดีน้ำครำ : รงค์ วงษ์สวรรค์

รวมพิมพ์ครั้งแรก สิงหาคม ๒๕๒๑  สำนักพิมพ์ปิยะสา

ต้นฉบับ ก้าวฯ ที่ ๒๘ : อิโรติก – กามวิสัยในอักษร

หมายเหตุ : อาจมีฉากหรือถ้อยคำที่ไม่สุภาพ โปรดอย่าอ่านขณะปั่นจักรยาน

ล่วงเข้าเดือนเมษา อากาศร้อนอ้าว เหงื่อไครไหลย้อนในร่มผ้า อาจทำให้เชื้อราเติบโตว่องไวผิดปกติด แน่นอน ข้าพเจ้าไม่ได้หมายถึงว่า เราควรหาหนังสือประเภทดูแลความชื่นในร่มผ้ามาอ่านเป็นพิเศษ

อากาศร้อนราวนรกเช่นนี้ หนังสือที่อ่าน หากไม่เย็บเยียบผ่อนคลาย ก็คงเป็นหนังสือที่กระตุ้นอารมณ์ให้คึกคักตามเทศการวันหยุดยาวในเดือนนี้ ในวงการหนังสือปลุกใจเสือป่า (ทำไมต้องเสือป่านะ?) ต้องมีชุดภาพสาวๆนุ่งน้อยเปียกโซก บ้างก็กาฬเหงื่อบ้างก็พรมน้ำริมทะเล  ช่วงนี้ออกมาให้เห็นเป็นเหมือนงานกีฬาประเพณีในวงการบันเทิงเลยทีเดียว

คนรุ่นลุงคงนึกถึง ‘หนังสือปกขาว’ ส่วนคนหนุ่มผู้บ่าวสมัยนี้คงนึกถึงคลิปโป๊ เวลาเปลี่ยนอะไรๆก็พัฒนาตามกันไป แม้แต่ความหมายของการโป๊เปลือย

SEXpic1เมื่อเอ่ยถึงหนังสือปกขาว หลายคนก็คงจะนึกถึงหนังสือโป๊ แล้วถ้าพูดถึงคำว่า ‘โป๊’ เราจะนึกถึงอะไรต่อจากนั้น?

“ก็โป๊เปลือยไง”  เปลือยเมื่อไร ก็โป๊เมื่อนั้น

ข้าพเจ้ายอมรับว่า โจทย์ของธีมครั้งนี้เล่นเอาข้าพเจ้าเกาศีรษะจนหัวหมุนเลยทีเดียว ผมจะตั้งคำถามอย่างไร จะเริ่มหาประเด็นที่จะนำขึ้นมาตั้งตรงหน้า จากนั้นค่อยๆคลี่คลายกระดุมของปัญหาทีละเม็ด – แต่เฮ้ย!  นี่มันคอลัมน์บุ๊ครีวิวนะ 

เพื่อจำกัดขอบเขตของเนื้อหาไม่ให้กว้างไกลเกินจนยืดยาวมากนักสำหรับบทความชิ้นนี้ ข้าพเจ้าจึงขอกำหนดขอบเขตเรื่องราวอยู่ตรง ความเป็นอิโรติก (erotic) ฉากรักตามวิสัย ในวรรณกรรม  ความน่าสนใจในแต่ละรูปแบบวรรณกรรม ที่มีส่วนผสมของฉากรักวาบหวิวเป็นองค์ประกอบ

Read more of this post

bookreview : มากกว่าจดหมาย

 

DSC01197 re02-02 DSC01195 DSC01196
Love Letters  ปรายพันแสง จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม
กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

WARTIM WRITINGS 1939-1944

By ANTOINE DE SAINT-EXUPERY

บันทึกแห่งจิตวิญญาณ : แซงเต็ก ซูเปรี เขียน

Mailbox : โตมร ศุขปรีชา

สำนักพิมพ์ : openbook

ต้นฉบับ ก้าวฯที่ ๒๗ : Bookreview : มากกว่าจดหมาย

เมื่อไม่นานมานี้ ผมเองได้มีโอกาสอ่านงานเขียนของคุณ อธิคม คุณาวุฒิ ในหนังสือ ฅ. คน บทความที่ว่า น้ำยาลบคำผิด เนื้อเรื่องเล่าว่า ผู้เขียนบทความได้อ่านงานเขียนต้นฉบับลายมือของนักเขียนอาวุโสท่านหนึ่ง ที่น่าสนใจในข้อสังเกตคือ ในร่างต้นฉบับลายมือนั้น พบรอยลบรอยขีดฆ่าในส่วนที่ไม่ต้องการนั้นน้อยเต็มที หรือแทบไม่พบเลย

ข้อสังเกตเหล่านี้แสดงให้เห็นอะไร?

การจะเขียนอะไรขึ้นมาเสียอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความเรียง เรื่องเล่า จดหมาย-ทั้งทางการและไม่ทางการ หากเราขึ้นตัวหนังสือด้วยคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจออีเมล์แล้วล่ะก็ เราคงไม่พบร่องรอยความผิดพลาด เพราะเราสามารถลบกลบหายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพบเห็นว่า สิ่งที่เขียนนั้นไม่สอดคล้องกับเนื้อหาความคิดแบบองค์รวม

ผู้ที่สามารถเขียนหนังสือด้วยลายมือโดยที่สามารถเดินเรื่องนับจากเริ่มจนจบความที่ต้องการ นำเสนอได้อย่างสะอาดหมดจด นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ผู้เขียนมีความเข้าใจในความคิดของตนเองที่ต้องการนำเสนอ และสามารถเรียบเรียงตัวอักษรเรื่องราวอย่างเป็นชั้นเป็นตอน โดยมิต้องทำการตัดออก หรือเสริมเพิ่มข้อความที่ขาดหายในภายหลัง

เกริ่นนำข้างต้นไว้ถึงเรื่องการเขียนหนังสือด้วยลายมือก็แล้ว จึงอยากจะขอเข้าเรื่องหนังสือที่อยากจะยกขึ้นมาเล่าสู่กัน เป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของจดหมาย และเป็นมากกว่าจดหมายเมื่อมันกลายเป็นเรื่องเปิดเผยต่อสายตาผู้อื่น

Read more of this post

Sex and สันติวิธี วิถีแห่งอารยะ

ชื่อหนังสือ : Sex and The English Language 1
หนังสือที่ช่วยให้คุณเข้าใจภาษารักและรักภาษาอังกฤษ
ผู้เขียน: นพพร สุวรรณพานิช

ข้าพเจ้าว่า ข้าฯผ่านตาหนังสือเล่มงามนี้มาหลายครั้งหลายหน มันวางนิ่งๆไม่ค่อยทักทายใครเพียงรอให้คนเดินผ่านหันมองเพราะสีสวยสะดุดตา (ปกของโอเพนนี่ทำได้ถูกจริตข้าพเจ้าจริงๆ) ครับ- แต่ไม่เคยเปิดอ่าน เพราะคิดว่าน่าจะเป็นหนังสือเชิงวิชาการ(ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ)

ทว่างานเขียนของคุณ นพพร มีความคล้ายเคียงกับงานเขียนบทความสารคดีของคุณวันชัย-ตัน บก.แห่งสำนักสารคดีอยู่บ้าง กล่าวคือเป็นความเรียงอ่านง่าย เข้าใจไม่ยาก และไม่ตกหล่นในความงดงามทางด้านวรรณศิลป์ ( อ่าน บทความของคุณวันชัยได้ที่ บล็อก oneton ครับ )

เล่มนี้อ่านแรกๆ ก็ออกจะมึนๆนิดๆ เพราะไม่ค่อยคุ้นเคยกับทำนองจังหวะงานเขียนเชิงภาษาศาสตร์ แต่ถ้าอึดถึก อดทนอ่านผ่านไปเสียสามสี่บทก็จะเริ่มปรับตัวได้ ประสาชาวบ้านเรียกว่าชิน ต่อมาก็เริ่มชิว ประสาวัยรุ่นเรียกว่า สบาย-สบาย

เป็นหนังสือว่าด้วยเรื่อง”ภาษา” เป็นภาษาที่เราใช้ๆกันในชีวิตประจำวันนี้ละ ทั้งภาษาพูดและภาษาที่ใช้เขียน คำบางคำพูดๆเขียนๆ กันไป ก็ไม่ค่อยได้นึกว่ามันมีที่มาอย่างไร บางครั้งมันก็ชินใช้ติดปาก ติดมือตามกันมา อย่างไอ้คำว่า ถึก ที่ข้าพเจ้าใช้ไปนะ จริงมันก็ใช้กับ ควายเท่านั้น ความถึก=ควายหนุ่ม-เปลี่ยว เวลาใครเขาบอกว่า “ถึกจริงๆเลยไอ้คนนี้” เขาอาจหมายความว่า มันอดทนจริงๆ โดยไม่ได้มีภาพของควายอยู่ในสมองเลยก็เป็นได้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว การเป็นควายมันก็ไม่ได้เสียหายตรงไหน

หนังสือเล่มนี้จะว่าไปแล้ว เหมาะสำหรับนักหัดเขียน(อย่างข้าเจ้า) และนักหัดอ่าน (อย่าง ข้าเจ้าอีกนั่นละ) เพราะทำให้เราได้รู้รากที่มาของความหมายในคำแต่ละคำที่เราไม่เคยรู้จริงๆ สำหรับนักหัดเขียนนั้น ช่วยให้เรารู้ว่าไอ้คำที่เราเขียนลงไปนั้น จริงๆแล้วมันมีเรื่องราวที่มาอยู่ นั่นอาจทำให้เราระวังในการใช้หรือมั่นใจในการใช้ยิ่งขึ้น อีกทั้งความรู้สึกที่มีต่อคำนั้นๆก็ช่วยให้เราคิดอะไรได้ลึกขึ้นไปอีก

เล่มนี้ไม่ต้อง review เพราะเข้าไปอ่านที่เขาเขียนแนะนำหนังสือไว้ใน open แล้ว-กืด ตามไปอ่านกันเอง- ฮา ( ที่ open )

อีกเล่มหนึ่งที่เพิ่งได้มาเมื่อวานสดๆร้อน อ่านไปได้บางส่วนบางตอน แล้วประทับใจ เป็นหนังสือรวมบทความว่าด้วยเรื่องสันติวิธี ระยะนี้เราเวลาพูดถึงคำว่าสันติวิธีนั้นมักแวบขึ้นมาในสมองถึงสถานการการเมือง หรือเรื่องของสีสันวันนี้ ว่าจะสันติวิธีกันอย่างไร ตรงไหน แต่อยากให้อ่านลึกลงไปในความมีสันติวิธี หรือวิถีในระดับครอบครัว ในระดับชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวยิ่งเข้าไปอีก เจดีย์องค์ใหญ่เริ่มจากอิฐก้อนแรกฉันใด สันติของโลกก็เริ่มจากสันติในครัวเรือนฉันนั้น

สันติวิธี วิถีแห่งอารยะ
โดย พระไพศาล วิสาโล
สำนักพิมพ์ มูลนิธิโกมลคีมทอง

เล่มนี้เรียบเรียงเรื่องราวนับตั้งแต่ระดับสังคม ชุมชน จนถึงครอบครัวเลยทีเดียว โดยที่ชอบก็ตรงท่านพระอาจารย์ไพศาล ท่านมีเรื่องเล่าเทียบเคียงประกอบบทความเสมอ และเรื่องราวแต่ละเรื่องนั้น ก็เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจซึ่งเกิดขึ้นจริงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะความขัดแย้งนั้นมันไม่มีพรมแดนด้วยละ

อย่างหัวข้อเรื่อง “เปลี่ยนได้ด้วยไมตรี” ท่านขึ้นด้วยเรื่องเล่าของเด็กอเมริกันผิวดำที่ถูกเพื่อนในห้องเรียนแกล้งทำร้ายด้วยการปาลูกมะเขือเทศใส่เป็นประจำ หนักถึงขนาดที่ว่ามีเศษเหล็กอยู่ในลูกมะเขือเทศด้วย เธอไม่ได้โต้ตอบด้วยความรุนแรงแบบที่ว่า “แรงมาแรงไป” เหมือนที่ครูพละโรงเรียนประจำ(จริงเรียก สถานพินิจ)ในหนังเรื่อง the chorus พูดบ่อยๆเมื่อจะลงโทษเด็ก

กลับมาที่อเมริกา เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ตอบโต้กลับด้วยการกระทำแบบเดียว แต่ก็ไม่ยอมรับการกระทำเหล่านั้น และแสดงออกโดยการ เก็บลูกมะเขือเทศที่หล่นข้างๆโต๊ะเธอ จากนั้นเดินไปวางบนโต๊ะเบื้องหน้าคนขว้าง จากนั้นจึงพูดว่า “นี่ของคุณใช่มั้ย?” จากนั้นจึงเดินกลับไปนั่งที่เดิมของเธอ ทุกคนในห้องโห่ให้คนที่ขว้างเธอ หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครขว้างอะไรใส่เธออีกเลย

จากหนังสือ

“สันติวิธีนั้นมีพลัง แต่ไม่ใช่พลังที่เกิดจากอาวุธหรือพละกำลังที่เหนือกว่า หากเป็นพลังทางใจ ความกล้าหาญและใจที่ให้อภัยนั้น มีพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจของอีกฝ่ายได้ ทำให้ผู้ที่คิดประทุษร้ายเกิดความละอายใจหรืออับอายในการกระทำของตน หรืออย่างน้อยก็ขาดความชอบธรรมที่จะใช้ความรุนแรงต่อไป คนเรามักมีข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น เช่น เห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนเลว เป็นมนุษย์ชั้นต่ำ หรือมีความเป็นมนุษย์น้อยกว่าตัว แต่เมื่ออีกฝ่ายแสดงออกซึ่งคุณธรรมที่เหนือกว่า สถานการณ์ก็พลิกกลับ นอกจากข้ออ้างหรือความชอบธรรมในการทำร้ายของเขาจะหมดไปแล้ว การไปทำร้ายเขายังเท่ากับเป็นการประจานตัวเองว่าเป็นคนเลวและต่ำทราม”

-เปลี่ยนได้ด้วยไมตรี-

จะว่าไปแล้ว ชีวิตประจำวันของเราก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในสงครามที่ต้องสู้รบอยู่ตลอดเวลา ทั้งความคิดคนรอบข้าง ในครอบครับ หรือแม้แต่นั่งเฉยๆยังนึกเถียงกับตัวเองเลย โดยมาชอบแต่ว่า สันติๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มคลี่คลายจากตรงไหน เพราะไม่รู้ว่าเหตุมันเกิดจากอะไร

หนังสือเล่มนี้จึงได้มีส่วน ชี้แจงให้เห็นถึงเหตุ และ สร้างรูปแบบตัวอย่างในการสร้างสรรค์สันติด้วยตัวเองภายใน จนไปถึงระดับสังคมโดยภาพรวม

อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้อ่านเรื่องเล่าที่ประทับใจ เพื่อให้จิตใจเรารู้สึกว่า

โลกนี้มันก็ไม่เลวร้ายนักหรอก… นะ