มาริโอกับนักมายากล : โธมัส มันน์

P1070427

มาริโอกับนักมายากล : โศกนาฏกรรมแห่งการพักร้อน

โธมัส มันน์ : เขียน

อารตี แก้วสัมฤทธิ์ : แปล

มาริโอคือใคร? มันเป็นคำถามที่ผุดขึ้นหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้วค่อนเล่ม ไม่แม้สักคำเดียวที่ผมกวาดสายตาไปพบเจอคนหรืออะไรก็ตามที่อาจจะชื่อมาริโอ

นักมายากล คือ ตัวละครอีกหนึ่งตัวในประโยคบอกเล่าของหนังสือ มาริโอกับนักมายากล เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว รูปแบบการดำเนินเรื่องเหมือนผู้อ่านกลับกลายเป็นผู้รับฟัง และเรากำลังนั่งฟังชายคนหนึ่งเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตของเขาในช่วงเวลาของการพักร้อนกับครอบครัว ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นในเดือนกันยายน

รู้สึกได้ว่า เดือนกันยายนนั้น ที่ไหนมันก็ร้อนไปหมด มันจึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องเดินทางไปพักร้อน เป็นการพักร้อนแบบครอบครัวเล็กๆ ที่ดูจะวุ่นวายเล็กน้อยกับวัฒนธรรมแปลกที่แปลกทาง (บ่อยครั้งที่เรามักเอาวัฒนธรรมบ้านตนไปเป็นมาตรฐานวัดความเจริญของบ้านเมืองอื่น หรือในบางครั้งก็กลับกัน)

และเรื่องเล่านั้น ทำให้ผมต้องนึกย้อนไปถึงบรรยากาศของการยืนชมการแสดงปาหี่ข้างทาง ด้วยความเคารพ ผมไม่ได้เปรียบเทียบระหว่าง ปาหี่ และ วรรณกรรม ในเชิงลบแม้แต่น้อย

ปาหี่เป็นการแสดงที่น่าสนใจอย่างหนึ่งสำหรับผมตรงที่ว่า ผู้พูดผู้แสดงสามารถพูดเรื่องราวอะไรได้มากมายคล้ายกับกำลังสะกดจิตคนที่ยืนล้อมรอบพื้นที่การแสดง ให้เฝ้าคอยเป็นเวลานานๆได้ ผมคนหนึ่งละ ที่ไม่สามารถประคองความสนใจให้ยาวนานจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการแสดงเสียที

นั่นทำให้ต้องพลาดฉากเด็ดที่ใครๆมักเก็บเอามาเล่าต่อๆกันไปภายหลัง

งานเขียนก็เช่นกัน จะมีวรรณกรรมสักกี่เล่มในชีวิตการอ่านของแต่ละคน ที่สามารถโน้มน้าวให้คนอ่านสามารถถ่างตาอ่านเรื่องราวแต่ต้นจนจบ โดยมิพักต้องทำอะไร หรือไม่ก็เป็นชนิดที่ว่า ปล่อยเรื่องราวรอบข้างไว้ก่อน เพราะความรู้สึกสงสัยอย่างหนึ่งละ ที่ทำให้เราเฝ้าติดตาม

ความลับ หรืออะไรก็ตามที่ผู้แสดงได้ที่เก็บซ่อนไว้ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนอ่านรู้สึกอยากค้นหา เช่นกัน เวลาเราดูมายากล หรือการแสดงปาหี่ ใช่หรือไม่ว่า จริงๆแล้ว เราไม่ได้สนใจหรอกว่าอะไรมันจะกลายเป็นอะไร เขาจะเสกอะไรหายไป หรือจะเปลี่ยนอะไรให้กลายเป็นอะไรในการแสดง

สิ่งที่ผู้คนเฝ้ารอดูและจับตานิ่งในการแสดงก็คือ “มันทำได้อย่างไร?” เป็นคำถาม เป็นความสงสัย เป็นความกระหายที่ เมื่อการแสดงจบลง ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ นอกเสียจากเก็บความสงสัยนั้นไว้ เพื่อขบคิดอีกทีหลังจากกลับถึงบ้านแล้ว

เช่นกัน สำหรับเรื่องราวระหว่าง มาริโอกับนักมายากล การเปิดเริ่มเรื่องราวนั้น ผู้เล่าเอ่ยถึงความเลวร้ายของนักมายากล แต่เขาไม่ได้บอกเล่าออกมาเลยว่า เกิดอะไรขึ้น นั่นเป็นการเกริ่นที่เรียกความสนใจได้ดีทีเดียว

สำหรับคนที่มีความขี้โกงเล็กน้อย แน่นอนว่า มันไม่ผิดหรอกที่คุณจะลองเปิดดูหน้าสุดท้ายเพื่ออ่านเรื่องราวตอนจบ หรือบทสรุป เฉลย ของเรื่องเพื่อปลดปล่อยความสงสัยออกจากอก หากเป็นเช่นนั้นจริง นับว่าใครก็ตามที่ทำเช่นนั้น ได้ทำลายรสชาติของการอ่านหนังสือไปโดยมิรู้ตัว

และแน่นอน คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย พอประมาณ หรืออาจมากมายในปริมาณความอดทนที่ไม่เท่าเทียม เมื่อพบว่าเป็นตัวคุณเองนั่นละ ที่ขณะนี้ได้อ่านตัวหนังสือเหล่านี้มาหลายวรรค หลายบรรทัดจนเริ่มปวดตา แต่กลับพบว่า เจ้าคนเขียนมันดันพิรี้พิไรบ่ายเบี่ยง ที่จะเอ่ยถึงเรื่องราวของเจ้า มาริโอ คนนี้เสียที

ด้วยความเคารพ ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผมอยากบอกว่า ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณในขณะนี้ เพราะผมเองก็เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในการอ่านหนังสือเล่มนี้

เอาล่ะ- ทีนี้มาลองดูเสียทีว่าหนังสือเล่มนี้มันเป็นเรื่องราวอย่างไร เหตุไฉนเจ้าคนอ่านมันถึงอยากเขียนอะไรให้ยืดยาวกวนประสาทชาวบ้านเล่นเสียอย่างนั้น

‘มาริโอกับนักมายากล’ เป็นเรื่องราวการพักร้อนของชายคนหนึ่งและครอบครัวของเขา + ลูกๆเข้าไปด้วย ที่ใดที่หนึ่งในอิตาลี ส่วนนักมายากลที่ว่า ชื่อ ‘ชิปอลล่า’

จะว่ากันไปแล้ว ชิปอลล่า มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นนักมายากลเสียทีเดียว ในการแสดงของเขาดูไปแล้วเห็นจะเป็นการสะกดจิตเสียมากกว่า เพียงแต่ ชิปอลล่า เรียกการแสดงของเขาว่า มายากล

‘เป็นการเล่นคำ’ บิดเบือนเพื่อเอาตัวรอดจากกฏหมาย เพราะการใช้วิธีสะกดจิตกับมายากลเป็นข้อห้าม ในการแสดงมายากล (เพิ่งจะรู้เหมือนกัน)

มาริโอคือใคร มาริโอคือเด็กหนุ่มบริกร ผู้หลงรักหญิงสาวคนหนึ่ง และเขาถูกเจ้า ชิปอลล่าสะกดจิตให้เขาเห็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ชิปอลล่าเป็นหญิงที่เขารัก มาริโอถูกสะกดจิต และเขาจุมพิตชิปอลล่าต่อหน้าผู้ชมมากมาย ชิปอลล่าได้ชัยชนะ มันสามารถควบคุมคนทั้งฮอล์ได้ ไม่ว่าสิ่งที่มันทำนั้นจะผิดมารยาท แต่คนก็ปรบมือ ไม่ว่าใครจะต้องอับอาย มันคือชัยชนะ ผู้คนปรบมือ — คนปรบมือถูกสะกดจิตด้วยงั้นเหรอ

มองได้สองอย่างว่า นั่นอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนเป็นมาช้านาน นานนับจนเราเรียนรู้ที่จะมีศีลธรรมมากำกับวิถีชีวิตที่ต้องอยู่กันอย่างเป็นสังคม หรืออีกอย่างคือ เจ้านักมายากลนั้น ได้สร้างจิตสำนึกใหม่ ซึ่งมันอาจจะใช้ไปในทางใดก็ได้ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ เป็นความลับภายใต้เสื้อคลุมของนักมายากล

พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมส่งเจ้านักมายากลสะกดจิตหรือไม่

มาริโออับอายเมื่อเขารู้สึกตัวว่า เขาได้ทำอะไรกับเจ้านักมายากลนั่นต่อหน้าคนมากมาย และเขาชักปืนออกมา – จริงๆในเรื่องไม่ได้เขียนเสียงปืน ‘ปัง’ – นักมายากลจบชีวิต คนเล่าเรื่องบอกลูกของเขาที่นอนหลับว่า

"การแสดงเลิกแล้ว"

ว่าไปแล้ว ตอนที่ มาริโอได้ถูกเรียกขึ้นไปบนเวที่เพื่อที่จะร่วมแสดงนั้น ลึกๆผมเอาใจช่วยให้เจ้ามาริโอมีความสามารถที่จะเอาชนะการสะกดจิตได้ ไม่รู้สิ ผมว่าคนเราเอาชนะได้นะ สำหรับการสะกดจิต ผมไม่เคยถูกสะกดจิตเลยไม่รู้เหมือนกันว่ามันอยากเย็นเพียงใดในการที่จะต้านทานการจี้ให้นึกให้คิดแบบนั้นแบบนี้ และ..

หากว่าการแสดงมายากล(สะกดจิต)ของชิปอลล่า ถูกอุปมาดั่งสังคมๆหนึ่ง เราคือผู้คนที่พยายามเฝ้าดูว่าใครจะสามารถควบคุมใครได้ (โดยการสะกดจิต) และเราเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่อยากถูกควบคุม — ใครละอยาก?

และคุณจะทำอย่างไร?

ไม่ต้องตอบก็ได้ ผมไม่ได้กำลังสะกดจิตคุณ : )

One Response to มาริโอกับนักมายากล : โธมัส มันน์

  1. meritsbirthday พูดว่า:

    อยากได้ข้อมูลมูลนิธิ หรือข้อมูลสำหรับทำบุญต่างๆ เช่น ทำบุํญตักบาตร วิธีทำบุญให้ไ้ด้บุญเยอะๆ ทำบุญวันเกิดแวะชมเว็บผมได้นะครับ http://www.thaimerits.com มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำบุญให้เพียบครับ แนะนำวัดต่างๆ แหล่งธรรมะให้พร้อม แหล่งทำบุญออนไลน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: