the link # ๒.๓ รายสัปดน : นัดหนอน 2009

subscribe

รายงานพิเศษของนาย (…)

วันที่ ๕ เดือน เมษายน ๒๕๕๒ เวลาประมาณบ่ายสิบสี่ถึงสิบห้านาฬิกาเพื่อนบ้าน ข้าพเจ้าคล้ายอ่อนแรงจากการเดินหาหนังสือภายในงานแล้ว ให้หาเหลี่ยมมุมเล็กๆ มีพื้นที่พอประมาณเพียงใช่อิงร่างกายและกองหนังสือส่วนหนึ่งที่หอบหิวมาจากโซนหนังสือเก่า

ปีนี้ข้าพเจ้าได้หนังสือเก่าพอสมควร สัดส่วนวัดโดยน้ำหนักแล้ว มากกว่าหนังสือใหม่สองเท่า  เหตุเพราะได้รายแทงหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเอ่ยถึงเรื่องราวของนักเขียนต่างประเทศหลายท่าน ทั้งฟากยุโรปแล-เอเซีย ปีนี้ทั้งปีสงสัยจะได้อ่านแต่งานเขียนวรรณกรรมแปลเสียแล้ว

ในขณะที่ทำกำลังอ่านภาษาขั้นเทพอักษรของรพินทรนาถ เล่ม คีตาญชลี ใครคนหนึ่งก็เดินถือแก้วน้ำอัดลมสีแดง เดินผ่านมา ข้าพเจ้าก็มองเธอ เธอก็มองข้าพเจ้า เราทั้งสองต่างมองกัน เหมือนจะรู้จักกัน ข้าพเจ้ายกมือข้างหนึ่งแทนประโยคทักทาย (ท่าทางตอนนั้นเหมือนไสบาบา) เธอก็ยิ้ม-ซึ่งดูเหมือนกับว่าเธอยิ้มตลอดเวลา จากนั้นเดินตรงมาหาข้าพเจ้า

เธอชื่อ ‘นก’ (saranya) ผู้หญิงร่างบางที่ใบหน้าประดับรอยยิ้มตลอดเวลา ข้าพเจ้ารู้จักเธอในด้านตัวหนังสือที่วนเวียนอยู่บนโลกไซเบอร์มานานนับปี แน่นอนว่าครั้งนี้เป็นพบตัวจริงครั้งแรก ตัวจริงกับตัวหนังสือ-เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ข้าพเจ้าคิดอย่างนั้นนะ

ข้าพเจ้ากับเธอคุยกันสองสามประโยคจึงรู้ว่า เธอคิดว่าข้าพเจ้าเป็นชายหนุ่มอีกคนหนึ่งในบ้านหนอน ไม่ได้คิดว่าเป็นข้าพเจ้า (…) เราสองขำกันพอเป็นพิธี ไม่นานจากนั้นเราก็เดินทางไปพบชายหนุ่มอีกคน และหญิงสาวอีกคน และหนุ่มน้อยอีกหนึ่งคน

ชายหนุ่มที่กล่าวถึงคนแรกนั้นคือ ‘ไป๊ป์’ ยางมะตอยสีชมพู ฝาแฝดโดยมิได้ตั้งใจของข้าพเจ้า หญิงสาวถัดมาคือ ‘ อ้อยใจ’ กีรติ แม่งานในครั้งนี้นั่นเอง ถัดมานั้นร่างเล็กผิวเข้ม มาดทะเล้นเล็กน้อยภายใต้แว่นตาดำ ‘เป๋า’ loadman เป็นคนคุยสนุกเหมือนเรื่องราวที่เขามักเขียนเสมอ ถามไถ่กันไปมา กลับทำงานในสายอาชีพเดียวกันกับข้าพเจ้าเสียงั้น ที่น่าประทับใจเข้าไปอีกคือ สถานศึกษาที่จบมากลับอยู่ในละแวกใกล้กันเสียด้วย

ขณะนั้นอ้อยกับเป๋าขอตัวไปเดินดูหนังสืออีกหน่อยก่อนถึงเวลา นกกับไป๊ป์ ออกเดินสำรวจตามหาหนอนอื่นๆที่อาจไปยืนรอที่หน้าเซเวนเดิม(ที่ตอนนี้กลายเป็น ธ. กรุงศรีไปเสียแล้ว)

แล้วจู่ๆ ก็มีหนุ่มหน้าขาวเดินเข้ามาสะกิดข้าพเจ้า ถามว่า นี่เป็นที่นัดหนอนหรือเปล่า ข้าพเจ้าถามไถ่นามแฝงของชายหนุ่มผู้มาใหม่ ‘สิเป็นไผ’

‘ผ้าเช็ดหน้า’ หรือน้องนัท นักศึกษาสถาปัตยกรรมภายในปีที่สี่ราชมงคลคลองหก กลายเป็นคุยกับถูกคอกับข้าพเจ้าเข้าไปอีกเพราะเป็นเด็กราชมงคลเหมือนกัน แถมบังเอิญมีอาจารย์คนสอนคนเดียวกันอีก ไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านนั้นไม่รู้นั่งจามกันไหนต่อไหนแล้ว ( ha )

ครับ – ข้าพเจ้าว่าโลกมันกลมแล้ว โลกของหนอนยิ่งกลมอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่นานหลังจากขบกัดวิชาชีพที่ร่ำเรียนกันพอสมควรระหว่างนั้น ‘พี่ธีร’  ก็มาพร้อมกับ หญิงสาวอีกหนึ่ง ชื่อว่า ‘Arada’ อารดา เด็กผู้หญิงผิวขาว ตัวเล็ก เสียงใส ดูเธอสนุกคึกคักตลอดเวลา ผิดจากพี่ธีรที่ขรึมๆเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ไม่ผิด ( ตัวจริงกับตัวหนังสือนี่ เหมือนกันเด๊ )

พี่ธีร ตอกย้ำความกลมของโลกเข้าไปอีก โดยพี่ธีรนั้นเป็นสถาปนิกจบจากลาดกระบัง ที่เดียวกับข้าพเจ้า เพียงว่าข้าพเจ้านั้น จบจากฟากครุศาสตร์ โดยมีรางรถไฟกั้นกลางเท่านั้น

พี่ธีรจบออกมาทำงานทั้งออกแบบและควบคุมงานในระยะหนึ่งจึงหันมาทำงานเกี่ยวกับต้นไม้ใบหญ้า มีความสุขกับความเป็นอิสระดีอยู่ ช่วงไหนหยุดยาวๆ ข้าพเจ้าให้เตรียมวางแผนว่าจะลงไปเที่ยวที่ตราดเสียครั้ง คงต้องรบกวนพี่ธีรช่วยชี้แนะเสียแล้ว

ซักพักหนึ่งมีใครก็ไม่ทราบเข้ามาสะกิดไหล่ข้าพเจ้า ชายหนุ่มผมยาวในมาดเซอร์ ‘วัฒนา’นั่นเอง พูดจากน้อยนิดแล้วดูมีความสุขที่ได้นั่งมองคนอื่นคุยกัน ดูเป็นคนสบายๆกับชีวิตดี-ข้าพเจ้าว่านะ

 

หลังจากนั้นไม่นาน หนอนอีกหลายท่านก็ทะยอยกระดื๊บๆเข้ามาในพื้นที่นัดหนอน จังหวะนั้นชุลมุนมากมาย ‘พี่จินนี่’ พกพาร้อยยิ้มอิ่มๆมาพร้อมกับ ‘ต้นข้าว’ สาวผมยาวตัวสูง หมอนอิง ‘หัวใจสีส้ม’ ‘หนอนดำ’ น้อง ‘สิ’ ช่วงเวลานั้นประมาณนกกระจอกแตกรังครับ (ha) เพราะต่างคนต่างกรูไปไปหากันและกัน จังหวะนี้ข้าพเจ้าเองก็จนด้วยความจำมีจำกัดจำเขี่ย ไม่สามารถลำดับได้ว่าใครมาก่อนมาหลัง ไม่รู้ว่าจะคุยกับใครก่อน เลยอิงแอบกับพี่ธีรเงียบๆ

 

หนอนหญิง

หนอนชาย

ในขณะที่กำลังชุลมุนวุ่นเลิฟอยู่นั้น พี่วินทร์ ก็หลงเดินผ่านช่องแคบนั้นมาโดยมิได้นัดหมาย (เอ๋ หรือพี่วินทร์เดินหลบจุดนัดพบหลัก กลับมาปะเอาจุดนัดพบรอง) เหล่าหนอนทั้งหลายไม่รีรอ อัญเชิญหลวงพี่วินทร์นั่ง(กับพื้น) พี่วินทร์บอกประมาณว่า “ถ้ามีจีวรเสียหน่อยนะ ฮืม..”

กิจกรรมแลกหนังสือจึงได้พี่วินทร์ร่วมด้วยอีกหนึ่งเล่ม แล้วจู่ๆพี่หน่อย ‘สหัทยา’ ก็มาถึงพร้อมตากล้องส่วนตัว ( ใช้กล้อง ‘นิกร’ เหมือนข้าพเจ้าเลย )  พี่หน่อยน่ารักมาก มาถึงก็นำพวงมาลัยมะลิให้พี่วินทร์เลย พี่วินทร์ตอนนั้นยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปอีก แล้วหนอนทั้งหลายก็นั่งรอบๆเป็นครึ่งวงกลม โดยมีพี่วินทร์เป็นศุนย์กลาง

บ้างก็เข้ามาขอลายเซ็นพี่วินทร์ บ้างเอาหนังสือที่ตัวเองเขียนมาให้พี่วินทร์ บ้างขอหวย บ้างขอปิดทอง(เวอร์แล้ว) บ้างถามปรึกษาอื่นๆอีกมากมายซึ่งไม่มีใครจดบันทึกการประชุมครั้งนี้ ทว่าบรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น กันเอง เรียบง่าย วุ่นวายเล็กน้อย แต่ก็มีความสุขดีตามฐานะและสุขภาพ

ข้าพเจ้าเฝ้ามองความสุขนั้นเงียบๆ แรงดึงดูดแท้ๆที่ทำให้คนหลายคนมาพบกันและแลกเปลี่ยนความสนุกสนานด้วยกัน ไม่ต้องมีดนตรีอึกทึก ไม่แม้แต่น้ำเมากระตุ้นอารมณ์คะนอง

เสร็จสรรพพิธีการจับฉลาก(หรือสลากหว่า) พี่วินทร์เลยขอตัวไปปฏิบัติภาระกิจที่ร้านของตัวเอง ส่วนพวกเราๆ ที่เหลือนั้น ยังชุลมุนวุ่นเลิฟกันต่อ พี่หน่อยให้หนังสือข้าพเจ้าหนึ่งเล่มพร้อมรอยยิ้มมากมาย ต้นข้าวใจดีซื้อหนังสือให้ข้าพเจ้าอีกเล่ม ข้าพเจ้าละอายใจเลยหาหนังสือในกระเป๋าหยิบให้ต้นข้าวอีกหนึ่งเล่ม ให้พี่จินนี่ที่น่ารักอีกหนึ่งเล่ม ( เหมือนเป็นซานต้า ยังไงไม่รู้แหะ 55 )

อีกเล่มที่น้องอ้อยขอ ข้าพเจ้าว่า หากข้าพเจ้าเจอที่ไหนจะซื้อฝากไว้ให้ทีหลังละกัน(เนอะ)

หลังจากนั้น ส่วนหนึ่งของสมาชิกหนอนขอตัวกลับและอีกส่วนหนึ่งรวมทั้งข้าพเจ้า เดินทางไปต่อยังที่ทำการของพี่วินทร์ ตอนนั้นรู้สึกว่าท่าน ‘ที่คั่นหนังสือ’ จะมาถึงพอดี ที่คั่นหนังสือ เดิมทีว่าจะไม่มาแต่ก็เพราะแรงดึงดูดอีกนั้นแล ทำให้ข้าพเจ้าได้พบเจอครูภาษาไทยท่านนี้ แล้วโลกก็กลมอีกเช่นเคยเพราะที่พักที่ทำงานท่านอยู่ใกล้กับข้าพเจ้าเสียด้วย โอกาสดีเช่นนี้ เลยได้ถ่ายภาพรวมกันก่อนที่จะแยกย้าย

เราอยู่หน้าร้านขายหนังสือของพี่วินทร์ สร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านได้ได้พอสมควร ‘ท่านเจ้าคุณ’ ก็ตามมาสมทบอีกหนึ่ง แวบแรกข้าพเจ้าแอบคิดว่าท่านเป็นนักเรียนนายร้อย เพราะร่างท่านสูงใหญ่ได้พิกัดเหมาะสมลงตัวกับการเป็นคนในเครื่องแบบมากๆ และคุณ เบญ ‘นางงามมิตรภาพ’ ก็มาสมทบอีกหนึ่ง หลังจากนั้นเราทั้งหลายก็ย้ายทำเลเสวนาไปที่ห้องอาหารใต้ดินนั่งทานน้ำทานอาหารพูดคุยกันอยู่นานจนเกือบสองทุ่ม(ไม่แน่ใจแหะ)

เรื่องที่พูดคุยนั้น ก็ไม่พ้นเรื่องงานเขียนหนังสือ หนังสือที่อ่านและข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะขอดูว่าใครต่อใครซื้อหาหนังสืออะไรอ่านกันบ้าง เอ่ยถึงพี่ธุลีดิน ข้าพเจ้ากับที่คั่นหนังสือจึงแอบขบแอบกันพี่ท่านเล็กน้อยอย่างน่ารัก..อิอิ

หลังจากจบงานเสวนาหนอนแล้ว ข้าพเจ้าเดินทางกลับ และได้ท่านคั่นเป็นเพื่อนคุยกับข้าพเจ้าตลอดการเดินทางกลับ แต่ข้าพเจ้าจำต้องลงจากรถก่อน

กล่าวอำลาท่านที่คั่นหนังสือเป็นคนสุดท้าย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา แต่ตัวหนังสือยังคงเดินทางของมันต่อไป

การชุมนุมหนอนในครั้งนี้ ให้ทั้งความสุข สนุก แง่คิดความรู้อีกหลากหลายที่แต่ละท่านนั้นนำมาแบ่งปันกันและกัน ปีนี้เป็นปีแรกที่ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมงานนัดหนอนนี้ หลังจากปีก่อนๆมีข้ออ้างมากมายให้ตัวเองว่าไม่อาจมาร่วมได้ แต่ปีนี้ครั้งนี้ทำให้เหตุผลที่จะไม่ได้มาร่วมนั้นเหลือน้อยจนแทบไม่มี

ขอบคุณหนอนทุกท่านที่มอบความสุขให้กันตลอดงานครั้งนี้ และขอบคุณพี่วินทร์ ท่านเจ้าสำนักหนอนที่เปิดพื้นที่เล็กๆขนาดหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับแรงดึงดูดที่ทำให้ใครหลายคนได้พบกันและมีความรู้สึกดีๆต่อกัน

 

 

ด้วยมิตรภาพเช่นเคยครับผม

 

(…) : รายงานด้วยบันทึกเล็ก

 

หมายเหตุ : ข้าพเจ้าเตรียมกล้องไป แต่ดันบ้าน้ำลายเลยถ่ายภาพไว้ไม่กี่รูปเอง เลยขอจิ๊กภาพชาวบ้านมาลงละกัน

 

ชมภาพงานนัดหนอนได้สองกระทู้นี้ครับผม

ไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ … (จะลงรูปวันที่ 5 เม.ย.52 ล่ะน้า) : Winbook Fanclub

Title- นัดหนอน 2009 มิตรภาพสีขาว ไร้ L-ก-ฮ อิอิ : ยางมะตอยสีชมพู

2 Responses to the link # ๒.๓ รายสัปดน : นัดหนอน 2009

  1. สหัทยา พูดว่า:

    มาทักทายค่…า

  2. swordbelt พูดว่า:

    สวัสดีครับพี่หน่อย ดีใจจังที่มีคนแวะมาทักทาย 5555

    -หมีเอง-

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: