เหมือนหนึ่งนกที่จากรัง : รพินทรนาถ ฐากูร

 

DSC01172

เหมือนหนึ่งนกที่จากรัง : รวมเรื่องสั้น

รพินทรนาถ ฐากูร : เขียน

เรืองอุไร – กรุณา กุศลาสัย : แปล

สำนักพิมพ์ : แม่คำผาง

อากาศร้อนเป็นปกติดังวานวัน ภาระกิจแม้เร่าร้อนทว่าไม่อาจกระทำอันใดจิตใจข้าพเจ้าได้-ในขณะนั้น ด้วยเรือนใจเหนื่อยล้าเกินไปที่จะรับเอาความทารุณนั้นไว้ใน-จิตใจ

เหนื่อยจนหลับไหลได้มันเป็นเรื่องดีอย่างนี้เอง (ข้าพเจ้ารำพึง) แต่นั่นก็เป็นเพียงระยะเวลาไม่กี่นาทีหรือกินเลยไปเป็นชั่วโมง  ขอเพียงหลับนอนผ่อนคลายให้กายได้หยุดทำงานเสียบ้าง ธรรมชาติมักซ่อมแซมส่วนสึกหรอภายในอย่างเงียบงัน

เมื่อความมืดและสงัดทำงาน จึงมีเวลาหยิบเอาหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งได้มาโดยบังเอิญ เล่มนี้จะว่าไปแทบจะไม่พบเห็นตามแผงหิ้งวาง เพราะเจอะเจอว่านอนกองราบไปกับพื้นทางเดินเล็กๆ ในบุ๊คสโตร์แห่งหนึ่ง

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ข้าพเจ้ามักชอบเดินเซาะหาหนังสือเก่าๆมาอ่าน ยิ่งเวลาอ่านงานเขียนของใครหลายๆคนแล้วมีช่วงบางช่วงได้เอ่ยถึงหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งขึ้นมา ทำเอารู้สึกคันเนื้อตัวอยากหามาอ่าน ซึ่งนั่นเป็นกิเลสอย่างเดียวที่ข้าพเจ้าไม่อาจสละวางมันได้

เหมือนหนึ่งนกที่จากรัง เป็นเรื่องราวของ สองศรีพี่น้องและการกลิ้งลงมาของปรัชญาร่างเล็ก สืบเนื่องจากนั้นคือการต่อยตีที่ทำให้คนเป็นพี่ต้องเสียน้ำตา ความเคียดแค้นผลักดันความคิดให้หลงผิดเสมอ ผะติก(พี่ชายวัยสิบสี่) ภายหลังจากทะเลาะกับน้องชาย เขาตัดสินใจอย่างไม่ได้ไตร่ตรองเลยเมื่อพี่ชายของมารดาเดินทางมาเพื่อขอรับเด็กคนใดคนหนึ่งไปเลี้ยงที่บ้าน ในเหตุผลที่ว่า น้องสาวนั้นเป็นม่ายและต้องเลี้ยงลูกถึงสองคน อาจเป็นการลำบากอยู่

จากชนบทสู่เมือง ผะติกใช่ว่าเป็นสิ่งที่คนเมืองโหยหา ในบ้านเมืองเรือนตึกทั้งหลาย คล้ายเป็นกรงขังขนาดมหึมา ที่กักขังเขาไว้ได้มีเพียงอัตตาแลไมตรีของลุงผู้ซึ่งเดินทางไปรับเขามา ซึ่งนอกจากลุงของเขาแล้ว ทุกอย่างรอบกายคล้ายตั้งหน้าตาเป็นศัตรูกันเขาไปเสียหมด จนเมื่อผะติกเริ่มไม่ไหวแล้วในการต้านรับ เขาจึงออกเดินทาง แต่นั่นก็ใช่เป็นจุดสิ้นสุด

พอพลบค่ำ มีรถยนตำรวจคันหนึ่งแล่นมาจอดที่หน้าประตูบ้านพิศัมพร ฝนยังคงตกพร่ำๆอยู่ พื้นถนนนองไปด้วยน้ำ ตำรวจสองคนช่วยกันอุ้มผะติกมาวางไว้ตรงหน้าพิศัมพร ร่างกายของผะติกเปียกโชกตั้งแต่ศีรษะจนถึงเท้า มีโคลนเปอะมอมแมมไปทั่วทั้งตัว ใบหน้าและนัยน์ตาของเขาแดงก่ำ ด้วยความร้อนของพิษไข้ มอเท้าสั่นอยู่ตลอดเวลา พิศัมพรอุ้มร่างหลานชายแล้วพาเข้าไปในบ้าน พอเห็นเขา ภรรยาของเขาก็ส่งเสียง อุทานขึ้นทันทีว่า

“แหม! เจ้าเด็กคนนี้ช่างสร้างความยุ่งยากอะไรเช่นนี้ เมื่อไรเธอจึงจะส่งเขากลับไปบ้านช่องเสียที?”

ผะติกคงแว่วได้ยินคำพูดของป้า จึงพูดออกมาด้วยอาการสะอื้นว่า

“ลุงครับ ผมกำลังจะกลับบ้านอยู่แล้ว แต่เขาไปลากผมกลับมาทำไมก็ไม่รู้”

ท้ายสุดของบทจบเรื่องราวมักเศร้าสร้อยสะเทือนใจ ด้วยแท้จริงแล้วส่วนลึกในอาณาเขตแดนใจของญาติมิตร คงมีเพียงความรักยิ่งเสมอ หากแต่เมื่อเราอยู่ร่วมกันกลับไม่แสดงความรักอันล้ำลึกเหล่านั้นต่อกันเล่า ไฉนจึงต้องรอเวลาใด รอโอการวาระใด เพื่อเศร้าโศกสลดไห้

เนื้อความเพียงไม่กี่หน้าวรรคตอน หากแต่สะท้อนแนวคิดแลเรื่องราวอย่างกระชับและเรียบง่าย ถามว่าอ่านเล่มนี้แล้วได้อะไรมากกว่าเนื้อหาในเรื่องสั้น อืมม์

เรื่องราวเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของอินเดียฮินดูพรามณ์ ก็เป็นสิ่งที่สอดแทรกในเนื้อหาตลอดเกือบทุกเรื่องที่อ่าน บางเรื่องราวอ่านแล้วต้องย้อนมองเปรียบเทียบกัน ความเป็นไปในสังคมบ้านเรา ความเชื่อและสิ่งยึดถือ ในทางปรัชญาและศาสนา

หากใครที่อยากลองอ่านลองศึกษาเรื่องสั้นในฉากหลังที่ต่างไปจาก บรรยากาศบ้านเรา หรือฝั่งอเมริกา ยูโรป หรือทางญี่ปุ่น แล้วละก็ งานเรื่องสั้นในทางอินเดียนั้น ก็นับได้ว่าน่าสนใจให้ลองหามาอ่าน เพื่อดูจังหวะการเรียงร้อยภาษาเหมือนกัน

ฝนไม่ตก แต่ลมภายนอกเย็นพอดู สงสัยว่าคงหอบเอาความชื่นจากสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งมาเป็นแน่

ข้าพเจ้าอ่านหนังสือเรื่อยไปจนไม่รู้สึกว่า ความร้อนภายนอกมีผลในจิตใจ

 

-จบบันทึกการอ่าน-

One Response to เหมือนหนึ่งนกที่จากรัง : รพินทรนาถ ฐากูร

  1. เด็กและเยาวชนปัจจุบันไม่ค่อยรู้จักหนังสือดีๆกันแล้ว เศร้าใจจัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: