PINBALL 1973 : HARUKI MURAKAMI

PINBALL 1973

HARUKI MURAKAMI

การปะทะของความเปลี่ยวเหงา ที่สะท้อนเงาอุ่นของมิตราภาพ

นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
เรื่องราวกระโดดไปมาระหว่างชีวิตประจำวันของเขา และ มุกสิกสลับซ้ายขวา เหมือนลูกพินบอลที่กระดอนไปมา ครีบเตะบอลสองฟากทำงานอย่างเรียบเฉื่อย เอื่อยและยาวนาน ผมไม่รู้ว่า ตะคนเขียนแกจะเอายังไงกะชีวิตและคำถามของชายหนุ่ม

ตู้พินบอล ‘ยานอวกาศ’ ปีหนึ่งเก้าแปดหก(1986) โดยกิลเบิร์ต และ แซนดิส ชิคาโก อิลลินอยส์ เลื่องชื่อในฐานะตู้พินบอลเคราะห์ร้าย

คืนนั้นผมอ่านจนจบเล่ม แต่นึกไม่ออกว่าจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ยังไง (อะไรของมันว่ะ!) นึกไม่ออกก็เลยเปิดคอม เล่นเกมพินบอลที่อยู่ในคอม เกมแรกด้วยยังไม่คุ้นมือได้แค่สามแสนกว่าแต้ม เกมต่อมาเริ่มคุ้นเริ่มมองออกว่าลูกมันวิ่งแบบนั้น ตกแบบนี้ ครีบดีดสองฟากทำงานผสานกับสายตา เออแหะ คราวนี้ผมเล่นได้ล้านสามแสนกว่าคะแนน จากนั้นผมเริ่มเห็นเค้าลางของความคิดหนึ่ง ปิดคอม นอน..

เมื่อผมเขียนเพลงและร้องเพลง
ผมพยายามแสดงออกอย่างบริสุทธิ์ที่สุด
ถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่จริงๆ
และน่าแปลกมากทีผมพบว่า
ยิ่งเราเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเราลึกเท่าไหร่
ผู้คนก็ยิ่งรู้สึกเชื่อมโยงกับมันมากขึ้นเท่านั้น

-เกลน ฮันซาร์ด / นักดนตรี-

เช้าวันหยุดที่สอง แดดแรงไม่แพ้เมื่อวาน หากแต่ดีหน่อยที่มีฟ่อนเมฆเคร่งขรึมลอยระเกะระกะเต็มท้องฟ้า สายหน่อยก็โปรยความเย็นเล็กๆ ลงมาปลอบใจใครบางคน หรือหลายคน ทว่าผมตื่นมานั่งมองก้อนเมฆแต่รุ่งเช้าแล้ว เมืองเงียบสงัดอย่างประหลาด คล้ายกับเหน็ดเหนื่อยมาตลอดคืน
ผมจดบันทึกเล็กๆเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเมื่อคืน ด้วยพอดีว่าไปนึกถึงหนังสืออีกเล่มที่พูดถึงความสุขของเด็กตัวเล็ก หากแต่เรื่องราวเกิดขึ้นในพื้นที่บริบทที่แตกต่างจากเรื่องความสุขของกะทิ เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงชาวอีสานที่อาศัยอยู่ในชนบทที่ดำรงชีวิตโดยอาศัยทุ่งนาและหนองบึง

"โสกไผ่และใบข้าว"

"รำวงประสงค์หลกกล้า ชาวนาหลกกล้าเป็นวง หลกแล้วเอาตอกมามัด แล้วเอาไปยัดลงตม"
เสียงเพลงที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจังหวะและทำนองเป็นอย่างไร แค่นึกถึงกลิ่นฟ่อนข้าวกับเนื้อทอดก็เคลิ้มหิว(แล้ว..) วรรณกรรมบ้านเรามีเยอะเหมือนกันที่เอ่ยถึง ชนบทหากแต่มีไม่กี่เรื่องที่คนเมืองจะเอ่ยถึง เพราะพื้นที่หนังสือในบ้านเรา ถูกมอบให้กับหนังสือแปลต่างประเทศ และวรรณกรรมของนักเขียนขายดีเสียหมด โดยเฉพาะอะไรที่เป็นกระแส วูบวาบ มันก็ยิ่งเข้าสูตรเด็กใหม่เกิดยาก(ถ้าไม่มีเส้น)

เหมือนกับผมเคยคุยกับพี่คนหนึ่งที่ทำหนังสือ เกี่ยวกับกำลังภายใน เปรยๆปนๆน้อยใจว่า ถ้างานเขียนกำลังภายใน ถ้าปกไม่ได้เป็นชื่อโกเลี้ยง กิมลั้ง หวงหนี้ นักอ่านก็ไม่ค่อยจะอ่านงานเขียนของนักเขียนหน้าใหม่ หากจะโทษคนอ่านเสียทั้งหมดว่าไม่ให้โอกาสก็ไม่ใช่เรื่อง คนเขียนหนังสือก็คงต้องก้มหน้าก้มตาเขียนงานที่คิดว่าดีที่สุดต่อไป เพียงแต่"พื้นที่" สำหรับเปิดให้นักอ่านและนักเขียน(หน้าใหม่) ได้พบเจอะพบเจอกันบ้างน่าจะมีมากกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่

เอ่อ.. เหมือนบ่นเลยแหะ.. ก็บ่นไปอย่างงั้นละครับ ไม่รู้ว่าแนวโน้มจะเป็นไปได้มากแค่ไหน เพราะหนังสือประเภทที่เรียกว่า"อมตะ" หรือ "คลาสสิก" เพียงแค่เท่านั้นก็ไม่รู้จะอ่านกันหมดรึเปล่าเลย ในหนึ่งช่วงชีวิตคน ว่ะ..ก่อนจะเลยเถิด เรื่องที่เขียนถึงไปมากกว่านี้ผมจำต้องยกหนังสือเรื่อง"พินบอล"ขึ้มมาสกัดกั้นอารมณ์ขี้บ่นของตัวเองก่อน(ฮึ!!)

"พินบอล" จากผลงานภาคต่อของนิยายไตรภาค จากผู้เขียน "สดับลมขับขาน" (อันนี้เคยเขียนไปแล้ว) "พินบอล" เป็นเป็นเรื่องต่อเนื่องหลังจากที่สหายมุกสิกในภาคหนึ่งแยกตัวออกไปจากชาย(ผู้ที่ผู้เขียนไม่เคยเอ่ยชื่อ) ผู้เป็นสหาย เรื่องราวยังเวียนว่ายอยู่กับเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ก็อย่างว่า คนเขียนหนังสือชอบทำตัวเหมือนพระเจ้า อยากทำอะไรก็ทำ (แล้วจะทำไม)

หมายเหตุ .ฮารุคิ มูราคามิ เคยเขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง (วันหลังค่อยเล่า) แกว่าการเล่าเรื่องมีสองแบบ หนึ่งคือผู้เล่าเป็นพระเจ้า เขาเล่าเรื่องราวลึกเข้าไปถึงความคิดจิตใจของตัวละคร กับอีกอย่างคือ ผู้เล่าคือคนธรรมดา คนธรรมดาไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเบื้องหน้า มูราคามิเป็นประเภทหลัง

"เขา" ชายที่ไม่มีชื่อตื่นเช้ามาพร้อมกับพบว่ามีผู้หญิงแฝดสองคนนอนประกบคนละข้าง เธอมาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ แม้คนอ่านจะอยากถามแต่ก็ไม่รู้จะถามใคร "เขา" ก็คิดจะสืบสาวเหมือนกัน แต่ก็ ม่ายย.. (ภาษาแปลในหนังสืออาจารย์แม่เห็นสงสัยโดนตีมือ 555 ) และด้วยความที่สองสาวเหมือนกันมาก "เขา" จึงคิดค้นหาวิธีที่จะแยกแยะว่าใครคือใคร วันหนึ่ง เขาพบว่าเธอทั้งสองใส่เสื้อที่มีหมายเลขไม่เหมือนกัน

"ได้เลย ถ้างั้นผมจะเรียกว่า 208 แล้วก็เรียกอีกคนว่า 209 .. ชัดเลย ได้วิธีแยกความแตกต่างระหว่างคุณสองคนแล้ว"

"ไม่มีทาง" แฝดคนไหนก็ไม่รู้ชิงพูดขึ้นมา
"ทำไมล่ะ?"

คู่แฝดไม่พูดอะไร ถอดเสื้อวอร์มพ้นหัว แลกเสื้อกันแล้วสวมกลับ

"หนูเป็น 208" แฝด 209 บอก
"หนูเป็น 209" 208พูดต่อ

ผมถอนหายใจยาว

ชายหนุ่มใช้เวลาในการค้นหาความแตกต่างระหว่าสาวแฝดทั้งสองคน จนถึงปี 1970

PINBALL 1973

HARUKI MURAKAMI

การปะทะของความเปลี่ยวเหงา ที่สะท้อนเงาอุ่นของมิตราภาพ

นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
เรื่องราวกระโดดไปมาระหว่างชีวิตประจำวันของเขา และ มุกสิกสลับซ้ายขวา เหมือนลูกพินบอลที่กระดอนไปมา ครีบเตะบอลสองฟากทำงานอย่างเรียบเฉื่อย เอื่อยและยาวนาน ผมไม่รู้ว่า ตะคนเขียนแกจะเอายังไงกะชีวิตและคำถามของชายหนุ่ม

ตู้พินบอล ‘ยานอวกาศ’ ปีหนึ่งเก้าแปดหก(1986) โดยกิลเบิร์ต และ แซนดิส ชิคาโก อิลลินอยส์ เลื่องชื่อในฐานะตู้พินบอลเคราะห์ร้าย

คืนนั้นผมอ่านจนจบเล่ม แต่นึกไม่ออกว่าจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ยังไง (อะไรของมันว่ะ!) นึกไม่ออกก็เลยเปิดคอม เล่นเกมพินบอลที่อยู่ในคอม เกมแรกด้วยยังไม่คุ้นมือได้แค่สามแสนกว่าแต้ม เกมต่อมาเริ่มคุ้นเริ่มมองออกว่าลูกมันวิ่งแบบนั้น ตกแบบนี้ ครีบดีดสองฟากทำงานผสานกับสายตา เออแหะ คราวนี้ผมเล่นได้ล้านสามแสนกว่าคะแนน จากนั้นผมเริ่มเห็นเค้าลางของความคิดหนึ่ง ปิดคอม นอน..

15/04/2551 ผมตื่นเช้า ออกจาห้องหาร้านกาแฟเงียบๆแถวนั้นนั่งอ่านหนังสือเล่มต่อไป วันนั้นคว้าเอา "คนนอก" ของอัลแบร์ กามู ออกมา ตอนนั้นซื้อมาเป็นชุดของสำนักพิมพ์สามัญชน มีงานเขียนของอาจารย์เสกสรรค์ที่เป็นรวมบทความเกือบหมด ตอนนั้นเอาไว้อ่านก่อนนอน เพราะงานเขียนของอาจารย์เสกสรรค์แกสั่นๆ อ่านจบไม่นาน อ่านคืนละตอนสองตอนก็ได้ ไม่เป็นเรื่องที่ต้องอ่านต่อกันยาวๆ

10.20 น. ถึงร้านกาแฟ ล้างคอไปหนึ่งถ้วย ก่อนจะเริ่มจดบันทึกสิ่งที่นึกได้เมื่อคืน
เรย์มอนด์ มาโลนีย ในปี 1934 บุรุษผู้ให้กำเนิดตู้โลหะที่มีลูกเหล็กแวววับกระดอนไปมาตามแรงเตะของครีบซ้ายขวา วัฒนาการของพินบอลขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งสาม นั่นคือ เทคโนโลยี,เงินทุนทางธุรกิจ และท้ายที่สุด แต่ความสำคัญไม่เป็นรอง ตัญหาทะยานอยากของมนุษย์

เรื่องที่น่าสนใจคือ พินบอลถือกำเนิดอย่างเงียบงันในช่วงเวลาเดียวกันกับ อดอฟ ฮิทเลอร์ ก้าวเท้าแตะเส้นการเมืองและอำนาจ แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับความรู้สึกที่นึกได้เมื่อเริ่มเล่นเกมชนิดนี้ เล่าถึงเมื่อคืนผมลองเล่นเกมนี้แล้วจึงรู้เลยว่าทำไมตัวเอกของเรื่องถึงติดเกมๆนี้ และโหยหาอยากจะได้พบเจอตู้เกมๆนี้อีกหน ถึงขนาดออกตามหา เมื่อมันหายไปจากร้านเกม

แรกๆคะแนนจะน้อย แต่พอค่อยๆเล่นไปเรื่อยๆ เราจะเริ่มรู้เหลี่ยมมุม สัมผัสได้เลยว่าเราสามารถควบคุมมันได้ แม้ในบางครั้งมันจะหลุดวงโคจรไปบ้าง หากแต่ก็สามารถจัดการให้ลูกเหล็กกระดอนเข้ารูปเข้ารอยได้ดังเดิม ทุกเหลี่ยมมุมถูกบันทึกไว้ในประสาทสัมผัส ตา นิ้ว ทำงานผสานเป็นหนึ่งเดียว เวลานั้นมีเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้เกมดำเนินต่อไป "ความอดทน"

ตัวเลขแต้มคะแนน ที่ขึ้นไปเรื่อยๆ คุณเริ่มรู้สึกซ้ำซากจำเจ ลูกบอลไหลมาตำแหน่งเดิมเป็นพันๆเที่ยว คุณดีดมันกลับขึ้นไปเพื่อแตะปุ่มต่างๆ เพื่อรีดเค้นคะแนนออกมา ขณะนั้นคุณเริ่มรู้สึกว่างเปล่า ประสาทสัมผัสเริ่มล้า คำถามหนึ่งเริ่มมีขึ้นในสมอง "เล่นต่อ" หรือ "เลิก" นั่นสินะ ก็มันอยู่ในการควบคุมทั้งหมดแล้วนี่ คุณเล่นต่อคะแนนก็ขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเราจะเลิกละ คำถามต่อมา "แล้วยังไง?"

หรือมองอีกมุมหนึ่ง"พินบอล" คือเครื่องวัดความมุ่งมั่น อดทน ไหวพริบของคนเราในระยะแรก หากในระยะกลางทางของเกม คล้ายเป็นเครื่องแยกแยะความทะยานอยาก กับความมุ่งมั่น แล้วห้วงสุดท้ายของเกม "พินบอล"สร้างคำตอบสองสายให้คุณเลือก "เพิ่ม" หรือ "พอ" คำตอบและบทสรุปนั้นอยู่ที่ตัวคุณ

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดที่ต้องเลือก หากเพราะว่าทุกคนต่างยืนบนเงื่อนไขของการเล่มเกมที่แตกต่างกันออกไป พระเอกของเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อเขาพบกับตู้พินบอลที่ค้นหามาเนิ่นนาน เขาเพียงยืนคุยกับตู้ ตู้พินบอลถามเขาว่าเขาจะเล่นรึเปล่า เขาตอบ "ม่ายย"

พินบอล ‘ยานอวกาศ’ ครีบเตะสามอัน รุ่นปีหนึ่งเก้าหกแปด โดยกัลเบิร์ต และแซนด์ส ชิคาโก อิลลินอยส์ เลื่องชื่อในฐานนะ พินบอลเคราะห์ร้าย หลังสงคราโลกครั้งที่สองและสงคราเกาหลี บริษัทกัลเบิร์ต และแซนด์ส หันหาวเสือทางธุรกิจมาจับงานประเภท ตู้พินบอล บิงโก สล็อตแมชีน ตู้เพลง ตลอดจน ตู้ขายข้าวโพดคั่ว

ก่อนสิ้นสุดสงครามนั้นบริษัทนี้ทำอะไร "กลไกทิ้งระเบิด"

ผมจบบันทึกเกี่ยวกับพินบอล หยิบหนังสือเล่มต่อไปขึ้นมาอ่านต่อหนังสือเล่มหนากำลังดี ไม่บางมาก ปกเป็นรูปผู้เขียนที่ล่วงลับไปแล้ว

 

"คนนอก" ของอัลแบร์ กามู

2 Responses to PINBALL 1973 : HARUKI MURAKAMI

  1. sak พูดว่า:

    ขอซื้อ PINBALL 1973 กับ สดับลมขับขานครับ

    dear350@yahoo.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: