the link # ๑.๓ รายสัปดน : reviewbookclub2007

 

winbook-link-1-3x กองบอ-กรรม : กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานจนลืมไปว่า ณ สถานที่กว้างใหญ่ไร้อาณาเขตในโลกไซเบอร์แห่งนี้ เคยมีกิจกรรม ลงแขกเขียนรีวิวหนังสือกับเขาเหมือนกัน กัน กัน กัน (( เสียงสะท้อน ))

ในการชุมนุมชาวยุทธครานั้น หาได้มีจอมยุทธหนอนท่านใดต้องเสียเลือดเนื้อ(หนอน) หากแต่กลับได้ กองผ้าป่า ’หนังสือหนังหา’ ขึ้นมาหนึ่งกอง  สามารถนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวก

กาลเวลาผ่านล่วงไปคล้ายละครน้ำเน่าช่องสามห้าเจ็ดเก้า เหล่าชาวยุทธหนอน หน้าใหม่หน้าเก่า ยามนี้ให้ทราบว่า ใกล้ถึงเวลางานมหกรรมหนังสือเวียนมาทบอีกรอบปีแล้ว

ท่ามกลางกระแสแห่งยุทธภพภายใต้เงื้อมเงาราตรีวิปลาส จอมยึกหนอนเหลือน้อย ตนหนึ่ง เห็นว่าเวลานี้ เหมาะสมแก่การเตรียมการ นำเอากระบี่อักษราของแต่ละผู้นาม แจกจ่ายให้ทั่วดินแดนแคว้นหนอน ด้วยเพราะเมื่องานเทศการอักษราเริ่มลั่นกลองรบเมื่อใด เหล่าหนอนน้อยใหญ่ ทั้งคานเงินคานทอง จักได้มีกระบี่ไว้ต่อกร มหกรรมหนอนหมดตูดกันในครานี้  -เอิงเงย ตะ เรง เรงงง เตรง เตง ….

หนอนคมคำ

หนังสือบางเล่มมีไว้เพื่อชิม บ้างสำหรับกลืน และเพียงไม่กี่เล่มสำหรับเคี้ยวหรือย่อย
หนังสือบางเล่มสำหรับอ่านเพียงบางส่วนอีกบางเล่มสำหรับอ่านเรื่อยๆ และไม่มากเล่มสำหรับให้อ่านทั้งหมดอย่างพากเพียรและตั้งใจ”

-เซอร์ ฟรานซิส เบคอน-
(จากหน้าแรกของ นิยายข้างจอ:วินทร์ เลียววาริณ)

 

 

winbookclub.com

กระบี่อักษราเมื่อคราชุมนุมยุบ-ธภพคราวที่แล้ว

 

กุญแจเซ็น : Zen Keys
ติช นัท ฮันห์ : เขียน
พจนา จันทรสันติ : แปล

แนะนำโดย : ธุลีดิน

สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง
พิมพ์ครั้งที่ ๙

๑๖๐ หน้า
ราคา ๑๕๐ บาท
ISBN ๙๗๔-๗๒๓๓-๔๗๙

งานเขียนของท่านผู้ประกาศสหสัมพันธ์แห่งสรรพสิ่ง ท่านผู้สถาปนา ‘หมู่บ้านพลัม’
งานแปลของท่านผู้รจนา ‘ขลุ่ยไม้ไผ่’เสียงขลุ่ยที่แง้มบานประตูแห่งเซ็นให้ข้าพเจ้าได้แย้มยลโลกอีกโลกหนึ่ง
โลกที่จิตวิญญาณเสรีโบยบินไปกับปีกแมลงปอเหล่านั้น

จากกุญแจเซ็นถึงขลุ่ยไม้ไผ่ได้พบเจอสิ่งใด?
เรามาไปด้วยกัน…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

ดอกไม้บานในใจฉัน ( A Garden in My Heart )
Jimmy Liao : เขียน
ชุตินันท์ เอกอุกฤษฎ์กุล : แปล
ผู้จัดพิมพ์ : บริษัท นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น จำกัด
ISBN : 974-9656-82-2

แนะนำโดย : saranya_nok.worm

จะเป็นการดีเพียงไร ถ้าหากจะมีละอองเกสรเล็ก ๆ แห่งกำลังใจ ล่องลอยมาตกข้างในหัวใจของเรา แล้วไม่ช้าไม่นานมันก็เติบโตขึ้นเป็นดอกไม้ในหัวใจ เมล็ดพันธุ์ของมันค่อย ๆ เติบกล้า ปลิวหว่านทั่วไปบนพื้นผิวหัวใจของเรานั้น สวนดอกไม้ผลิบานเต็มทุกห้องหัวใจในเวลาต่อมา รอเวลาที่วันหนึ่ง ละอองเกสรกำลังใจจากสวนดอกไม้ในหัวใจเหล่านั้น จะปลิดปลิวลอยลมไปตก ณ หัวใจดวงอื่น ๆ…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

สวนดอกไม้ (มาลานชา ใน ภาษาเบงกาลี)

รพินทรนาถ ฐากูล : เขียน
วัฒนา วัฒพงศ์ : แปล
พิมพ์ครั้งที่สอง : มิย 2539 สำนักพิมพ์เคล็ดไทย
ISBN: 974-315-514-7
หน้า :112 หน้า
ราคา: 60 บาท
(ซื้อที่ kinokuniya siam paragon: 15 Feb 2006)

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

“สวนดอกไม้” นี้เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวหรือหรือยาวขนาดสั้น เป็นเรื่องราวของนิรชาหญิงผู้ซึ่งรักและผูกพันสวนดอกไม้และสามีของเธอมาก เมื่อวันหนึ่งเธอประสบกับการแท้งและพิการ ไม่สามารถลุกไปไหนมาไหนไม่ได้ต้องนอนอยู่บนเตียงเท่านั้น

ความหวงแหนเกิดขึ้นเมื่อ สามีเธอให้เพื่อนหญิงในอดีตของเขามาดูแลสวนดอกไม้แทนเธอ เธอต้องต่อสู้กับความขัดแย้งในตัวเองระหว่างบาป คือ ตระหนี่
และบุญ คือ การให้
เมื่อความเลวร้ายเกิดขึ้นต่อร่างกายจิตใจก็ต้องเลวร้ายขึ้นหรือ?

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

เล็กนั้นงาม : การศึกษาเศรษฐศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับผู้คน
(Small is Beautiful: Economics as if People Mattered)

อี.เอฟ. ชูมาเกอร์ : เขียน
กษิร ชีพเป็นสุข : แปล
วีระ สมบูรณ์ : บรรณาธิการแปล
จำนวน 464 หน้า ราคา 350 บาท

โครงการสรรพสาส์น สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก
พิมพ์ครั้งแรก กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
ทวี คุ้มเมือง เขียน

แนะนำโดย : คาใจ

สำหรับล่มนี้…
เป็นหนังสือเกี่ยวกับแนวคิดทางเศรษฐศาตร์ของ อี.เอฟ.ชูมาเกอร์ นักคิดชาวเยอรมัน ผู้กล่าวถึง small is beautiful (วาทะตรึงใจและ อธิบายความเป็นไปของโลกด้วยประโยคง่ายๆที่จริงแท้เหลือเกินสำหรับคาใจน่ะคะ ) สำหรับเล่มนี้น่าอ่านเพราะรวบรวมข้อเขียนในต่างกรรมต่างวาระที่เกี่ยวข้องกับหลักเศรษฐศาสตร์เอาไว้และจัดลำดับเนื้อหาอย่างเป็นระบบ (แต่ไม่ได้เป็นความคิดทางเศรษฐศาสตร์เพียวๆ แต่จะกล่าวโดยอาศัยแนวทางพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์นำมาอธิบาย เช่น กล่าวถึงนิสัยของมนุษย์สมัยใหม่ที่ไม่ถือตนว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่กลับเห็นว่าตนเป็นพลังภายนอกที่จะเข้ารอบครองทรัพยากรธรรมชาติ) โดยเนื้อหานั้นแบ่งเป็นสี่ส่วน …

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

ชื่อหนังสือ : เฒ่าจันทรา ปาฏิหาริย์รักข้ามภพ
หมวด : วรรณกรรม — เรื่องสั้นแปล

ผู้แต่ง : Giddens
ผู้แปล : โจอี้ ตงฟาง
จัดพิมพ์โดย : สนพ.มติชน
พิมพ์ครั้งที่ 1 : สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2549
กระดาษปอนด์เหลือง
ปกอ่อน
จำนวนหน้า : 264 หน้า
ขนาดหนังสือ : 13.2 cm. x 19 cm.
ISBN : 974-323-809-3

แนะนำโดย : ยางมะตอยสีชมพู

ร่วมค้นหาความหมายของคำว่ารัก(อลวน) ที่อยู่นอกเหนือการผูกมัดของโชคชะตา
รักข้ามภพ จากตำนานกามเทพในตำนานจีน สู่นิยายโรแมนติคแฟนตาซี
(นี่คือคำโปรยในปกของหนังสือเรื่องนี้ครับ)

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

ชื่อเรื่อง : มัทนะพาธา หรือ ตำนานแห่งดอกกุหลาบ
ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
รูปแบบคำประพันธ์ : บทละครพูดคำฉันท์
ราคา : ๗๐ บาท (จากร้านหนังสือมือสอง)

แนะนำโดย : พี่หนุงหนิง

ข้าพเจ้าได้ยินชื่อ “มัทนะพาธา” ครั้งแรกสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น ที่โรงเรียนมีการจัดงานประจำปี มีการแสดงบนเวทีมากมาย และหนึ่งในการแสดงของปีนั้นคือ การแสดงละครเรื่อง “มัทนะพาธา”

ครั้นอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ข้าพเจ้าเรียนวิชาประวัติวรรณคดีไทยกับอาจารย์ท่านหนึ่ง อาจารย์ท่านนี้สอนวิชาวรรณคดีได้สนุกนัก มักมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้พวกเราฟังอยู่เสมอ และเป็นอีกครั้งที่ข้าพเจ้าได้ยินชื่อของ “มัทนะพาธา”

เมื่อเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย วิชาบังคับพื้นฐานวิชาหนึ่งที่ข้าพเจ้าต้องลงทะเบียนเรียนคือวิชาวรรณคดีไทย แน่นอนว่าข้าพเจ้าต้องได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง

แม้ชื่อนี้จะจรดรอยจารึกในความทรงจำของข้าพเจ้าเป็นเวลาเนิ่นนาน แต่ข้าพเจ้าหาได้มีโอกาสอ่านวรรณคดีเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบสักครั้ง จะได้อ่านก็แต่เพียงวรรคทองที่อาจารย์หยิบยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

นิทานเวตาล
น.ม.ส.(พระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์) : แปล/เรียบเรียง
ศิวทาส : แต่งไว้แต่โบราณ (สันสกฤต)
โสมเทวะ : รวบรวมไว้ในกถาสริตสาคร ราวต้นศตวรรษที่ ๑๒
เซอร์. อาร์. เอฟ. เบอร์ตัน แปลเป็นภาษาอังกฤษ ไว้ 10 เรื่อง
พิมพ์ครั้งแรก : 2461
ฉบับที่อ้างอิงพิมพ์ : กุมภาพันธ์ 2503 สำนักพิมพ์ คลังวิทยา
ISBN: ไม่ปรากฏ
หน้า :388 หน้า ราคา: 70 บาท

แนะนำโดย : แสนสุขสม

นิทานเวตาล ฉบับนี้เป็นวรรณคดีร้อยแก้วที่มีภาษาสวยงามมากพร้อมมีเชิงอรรถธิบายรายละเอียดอย่างดีและมีครบทั้ง 25 เรื่องและแปลจากต้นฉบับภาษาสันกฤตเดิม

๏ เรื่องเวตาล

ลักษณะการเล่าเรื่องของนิทานเวตาลจะเป็นแบบ Metafiction คือเรื่องซ้อนเรื่อง บางครั้งเป็นเรื่องซ้อนเรื่องถึง 3 ชั้น

เนื้อหาทั้งสองฉบับคล้ายกันนั้นเป็นเรื่องราวของพระราชาทรงพระนามว่าวิกรมาทิตย์** ครองกรุงอุชชยินี(อุชเชนี) ต้องนำเวตาลที่ห้อยอยู่ที่กิ่งต้นอโศกไปให้โยคี เมื่อพระวิกรมาทิตย์จับเวตาลได้ครั้งแรกนั้นเวตาลได้ทำสัญญาตกลงว่าหากระหว่างทางพระวิกรมาทิตย์ตอบคำถามที่มันถามเมื่อไรมันจะลอยกลับกิ่งอโศกทันที แล้วเวตาลก็เริ่มเล่าเรื่อง…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

เดียวดายใต้เงาจันทร์ : โก้วเล้ง : รำพัน
เรืองรอง รุ่งรัศมี : เรียบเรียง
สามัญชนและทางทอง : พิมพ์ครั้งที่เก้า
จำนวนพิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม
หนา ๑๕๒ หน้า ราคา ๘๐ บาท
ISBN 974-7682-48-6

แนะนำโดย : ธุลีดิน

ในย่ามของนักแสวงบุญผู้จาริกไปอาจมีหนังสือสักเล่มนาม ‘คีตาญชลี’ ไว้กล่อมใจยามใคร่เจรจากับใครสักคนแต่กลับหามีผู้ใดข้างกาย ในกระเป๋านักเดินทางผู้จรไปบนหนทางเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างอาจมี ‘โจนาธาน ลิฟวิงตัน’ นางนวลกบฏผู้ค้นหาความลับแห่งการบิน

ในห่อผ้าของจอมยุทธ์ผู้พกพากระบี่เล่มเดียวออกท่องยุทธภพ พวกมันกล้ารักกล้าแค้น ชำระสะสางเรื่องราวโดยรวบรัดชัดเจน
พกพากระบี่เล่มเดียวไปสุดหล้า ค้นหาสัจจะแห่งชีวิต อาจบางทีเป็นกระบี่เล่มเดียวกันนี้ เล่มเดียวกับที่ข้าพเจ้ากำลังกล่าวถึง

‘เดียวดายใต้เงาจันทร์’

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

กระบี่เย้ยยุทธจักร เดชคัมภีร์เทวดาผู้ประพันธ์ กิมย้ง
ผู้แปล น.นพรัตน์
ภาพปก วิชัย วรเทพ
สยามอินเตอร์คอมมิกส์
ราคา ๑๙๐ บาท

แนะนำโดย : ธุลีดิน

ผู้น้อยธุลีดิน หาใช่หนอนหนังสือไม่ใช่นักอ่านยุทธจักรนิยายตัวยงทั้งมิใช่จอมยุทธ์อันดับหนึ่งที่รอบรู้กว้างขวางเรื่องราวในยุทธภพจึงหาใช่เรื่องน่าอับอายที่จะเรียนว่า ผู้น้อยรู้จัก ‘เดชคัมภีร์เทวดา’ ก่อนจะประมือกับ ‘กระบี่เย้ยยุทธจักร’

‘เดชคัมภีร์เทวดา’ เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากบทประพันธ์ ‘กระบี่เย้ยยุทธจักร’ ภาพสองจอมยุทธ์ล่องเรือร่วมบรรเลงประสานเพลงขลุ่ยและพิณอย่างสุขหฤหรรษ์เสียงร้องของคนทั้งคู่เปี่ยมพลังหาญฮึกเสียงดนตรีที่ก้องสะท้านไปทั้งผืนน้ำ แนวไพรยังดังก้องอยู่ในห้วงคำนึงของข้าพเจ้า…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

Foundation สถาบัน สถาปนา
เขียน : Isaac Asimov
แปล : บรรยงก์ (ประจักษ์ พันธุบรรยงก์)
ฉบับอังกฤษพิมพ์ครั้งแรก : ค.ศ. 1951/ พ.ศ. 2494
ฉบับแปลไทยพิมพ์ครั้งแรก : ไม่ระบุ
ฉบับที่อ้างอิงพิมพ์ : โดยบริษัท โปรวิชั่น จำกัด
ISBN: 974-7823-03-9
หน้า :304 หน้า
ราคา: 199 บาท

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

เรื่อง Foundation นี้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์เข้าขั้นงานคลาสสิกของนิยายประเภทนี้เขียนมาตั้งแต่ปี 1951 ผ่านมา 50 ปีแล้วก็ยังอ่านได้อยู่ ให้ความบันเทิงและจินตนาการทางวิทยาศาสตร์อีกทั้งมีนัยทางการเมืองการปกครองด้วย

พล็อตเรื่องหลัก ๆ คือจักรวาลทั้งจักรวาลถูกปกครองโดย Galactic Empire (ฉบับแปลไทยว่าจักรวรรดิสากลจักรวาล ซึ่งหาเป็นชื่อต่อไปผมจะเขียนทับศัพท์)มานานกว่า 12,000 ปี มีประชากรไม่ต่ำกว่า หนึ่งล้านยกกำลังสี่คนและมีนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะคนหนึ่งชื่อ Hari Seldon ได้พัฒนาศาสตร์ที่เรียกว่าPsychohistory ขึ้นมา ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการใช้คณิตศาสตร์มาทำนายอนาคตHari Seldon ได้ทำนายว่าภายใน 500 ปี จักรวรรดิจะล่มสลาย…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

An Inconvenient truth
โลกร้อน ความจริงที่ไม่มีใครอยากฟัง เปิดโปงวิกฤตสิ่งแวดล้อมและทางรอดของมวลมนุษย์

เขียน : อัล กอร์
แปล : คุณากร วิฌิชย์วิรุฬห์
ฉบับอังกฤษพิมพ์ครั้งแรก : ค.ศ. 2006
ฉบับแปลไทยพิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม 2550
ฉบับที่อ้างอิงพิมพ์ : สำนักพิมพ์มติชน
ISBN: 978-974-323-923-6
หน้า : 328 หน้า
ราคา: 490 บาท
ตระกลู : Non-Fiction

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

เกริ่นนำ
เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมประหลาดใจเหลือเกินกับข้อมูลที่ว่าปัจจุบันยังมีคนเถียงกันอยู่อีกว่า
“ภาวะโลกร้อนนี้เป็นฝีมือของมนุษย์หรือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติกันแน่”
จากความรู้ที่ผมเคยศึกษามาทำให้สามารถมั่นใจ 100 % ว่า “ภาวะโลกร้อนนั้นเป็นฝีมือมนุษย์แน่นอน”ขณะนี้ไม่ควรจะมีการเถียงกันแล้วในประเด็นนี้อีกแล้วเพราะมันงี่เง่าสิ้นดี มีหลักฐานชัดเจนมากมายว่า “ภาวะโลกร้อน” นี้เกิดจากพฤติกรรมการใช้พลังงานและการตัดป่าไม้ทำลายระบบนิเวศของมนุษย์อย่างไร้สำนึก…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

พ่อผมไม่เคยฆ่าใครIl a jamais tué personne, mon papa
เขียน : ฌ็อง-หลุยส์ ฟูร์นิเย่ร์ (Jean-Louis Fournier)
แปล : วัลยา วิวัฒน์ศร
ฉบับแปลไทยพิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม 2549
ฉบับที่อ้างอิงพิมพ์ : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ
ISBN: 974-14-0315-1
หน้า : 128 หน้า
ราคา: 97 บาท
ตระกูล : Non-Fiction

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

ผมอ่านหนังสือเล่มบาง ๆ นี้แล้วเกิดความรู้สึกสองอย่างที่ตรงข้ามกันขัดแย้งกันมากคือชื่นใจและหดหู่ตัดสลับไปมารวดเร็วขณะอ่าน อ่านไปก็เกิดอาการเครียดน้อย ๆ ยิ้มเล็ก ๆ เศร้านิด ๆ

หนังสือเล่มนี้ใช้วิธีเล่าเรื่องเหมือน อ่านข้อคิดข้อเขียนของเด็กคนหนึ่งที่เขียนถึงพ่อของเขาในหัวข้อต่าง ๆ พ่อของเขาเป็นหมอผู้มีจิตใจโอมอ้อมอารีกับคนไข้มาก ๆไม่เคยเก็บเงินคนป่วยที่ไม่มีเงินเลย แต่กับภรรยาและลูก ๆ แล้ว หลายครั้งดูจะใจร้ายเหลือเกินทั้งเป็นพ่อที่ขี้เมา เมาทุกวัน ติดเหล้าอย่างหนักอ่านแล้วเกิดความรู้ว่าเด็กคนนี้รักพ่อและคิดว่าพ่อไม่รักตัวเอง

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

คนนอก L’Étrangerเขียน : อัลแบร์ กามู (Albert Camus)
แปล : อำพรรณ โอตระกูล
ฉบับฝรั่งเศสพิมพ์ครั้งแรก : พ.ศ. 2485
ฉบับแปลไทยพิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม พ.ศ. 2510
ฉบับที่อ้างอิงพิมพ์ครั้งที่ 9 : มีนาคม พ.ศ. 2549 สำนักพิมพ์สามัญชน
ISBN: 974-9748-01-8
หน้า : 176 หน้า ราคา: 150 บาท
ประเภท : นวนิยาย

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

เกริ่นนำ
ใครก็ตามไม่แยแสขนบธรรมเนียมมีโทษถึงประหารด้วยเครื่องประหารกิโยตีน เป็นจริงในนวนิยายเรื่อง “คนนอก” นี้

เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง
“คนนอก” เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มชื่อเมอโซเป็นคนไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ของสังคมเขาไม่รู้ว่าแม่เขาอายุเท่าไรไม่รู้ว่าแม่เขาตายวันไหนไม่ดูศพแม่และไม่ร้องไห้ให้แก่ความตายของแม่เขา

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

ดวงตาที่สาม
เขียน : แดนอรัญ แสงทอง
พิมพ์ ครั้งแรก : กรกฏาคม 2549, สำนักพิมพ์แมวคราว
ISBN: 974-9748-24-7
หน้า : 88 หน้า
ราคา: 75 บาท
ประเภท : เรื่องสั้นขนาดยาว

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

“ดวงตาที่สาม”
แวบแรกที่เห็นชื่อเรื่องนี้ผมก็นึกถึงดวงตาที่สามที่อยู่กลางหน้าผากของพระอิศวรเห็นปกเขียนไว้ว่า “เรื่องราวหวือหวาพาฝันเล็ก ๆ เรื่องราวหนึ่ง”ก็ยิ่งทำให้นึกถึงต้องพระอิศวรเปิดตาที่สามเผากามเทพจนร่างไหม้ไร้ร่างโทษฐานแผลงศรปักอกท่านทำให้หลงรักพระอุมาจนทำให้กามเทพได้ชื่อว่า “อนงค์ (แปลว่าไม่มีร่าง)”

๏ เกี่ยวกับหนังสือ
เรื่องสั้นขนาดยาว “ดวงตาที่สาม”เป็นเรื่องของสายบัวหรืออติวาสน์ ภควัตผู้หญิงตาบอดหน้าตาดี สวย และเก่งที่กำลังจะกลายเป็นคนตาดีเพราะนายตีรทัสสี นภาอำไพ (เต๊ะ)ได้ลงทุนหาหมอหาพยาบาลมารักษาตาของเธอทั้งสองเป็นคู่รักกัน ตลอดเวลาหลายที่ผ่านมาที่เธอตาบอดเขาได้ดูแลเธออย่างดีจนเธอรักเขาแล้วแต่จะเป็น “รักแท้” หรือเปล่าต้องพิสูจน์…

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

The God Delusion
Richard Dawkins : เขียน

Published 2006 by Bantam Press
ISBN: 9780593055489
หน้า :406 หน้า
ราคา: 900 บาท / £12.99

แนะนำโดย : แสนสุขสม นั่งชมวิหค

คิดว่าแทบทุกคนคงเคยได้ยินได้ฟังเพลง “Imagine” ของ John Lennon ผมเองก็เคยฟังตั้งแต่ยังเด็ก ๆ และชื่นชอบทำนองของเพลงมาก เพราะเป็นเพลงที่เล่นเปียโนเพราะมาก ๆ เรียบง่าย ไพเราะ ชอบถึงขนาดไปหาหนังสือเพลงมาให้พ่อแปลเนื้อให้ฟัง พ่อแปลให้ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ตอนนั้นคงเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจ”โทษ”ของ”การแบ่งแยก” ในเนื้อเพลงนั้นมีวรรคหนึ่งที่ผมมาตระหนักเอาเมื่อตอนโตขึ้น เมื่อได้รู้จักกับคำว่า “สงครามศาสนา”

หรือสงครามที่เกิดขึ้นเพราะมีความเชื่อทางศาสนาแตกต่างกัน แค่เพราะความเชื่อต่างกันเท่านั้นคนเราฆ่ากันได้ถึงเพียงนี้ วรรคนั้นคือ “And no religion too” ผมเห็นด้วยกับ John Lennon โลกคงจะดีขึ้นจริง ๆ ถ้าหากไม่มีการแบ่งแยกใด ๆ แต่ก็อีกนั้นแหละ “you may say that I’m a dreamer” ใช่อาจจะทำได้แค่เพียงฝัน

(อ่านต่อ…)

…………………………………………………………………………………………..

หนังสือหนังหา – ความฝันโง่ๆในวันที่ถอดหมวก

หนังสือบางเล่มมีไว้เพื่อชิม บ้างสำหรับกลืนและเพียงไม่กี่เล่มสำหรับเคี้ยวหรือย่อยหนังสือบางเล่มสำหรับอ่านเพียงบางส่วนอีกบางเล่มสำหรับอ่านเรื่อยๆและไม่มากเล่มสำหรับให้อ่านทั้งหมดอย่างพากเพียรและตั้งใจ

เซอร์ ฟรานซิส เบคอน-

(จากหน้าแรกของ นิยายข้างจอ:วินทร์ เลียววาริณ)

บ่ายแก่ๆแดดสดๆในวันอาทิตย์แทบทำให้จิตใจผู้คนละลายคล้ายไอติม กาแฟเย็นในแก้วกระดาษถูกดวดลงลำคออย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนั้นจดหมายจากที่ราบชื้นทางเหนือของสยามประเทศก็ถูกส่งผ่านสัณญาณดิจิตอล เปิดซองมาก็พบภาพหนังสือส่วนหนึ่ง ภาพทุ่งนาสีเขียวรูปหนึ่ง และกระดาษแผ่นหนึ่งเป็นตัวอักษรเล่าเรื่องราว …

theartofbein.jpg

วันที่ถอดหมวก : ความเรียงว่าด้วยอิสรภาพจากตัวตน
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล : รวมบทความใน นิตยสาร ฅ. คน ฉบับที่ 1-16

เมื่อเอ่ยถึงอาจารย์เสกสรรค์แล้ว ภาพที่นึกเห็นในห้วงความคิดคือผู้ชายใส่หมวกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของการชุมนุมเรียกร้อง… การต่อสู้กับ… สงคราม… หรืออะไรก็แล้วแต่จะมอง ตามแต่ที่ใครเลยรู้จัก ข้าพเจ้าเองก็นึกภาพของอาจารย์เสกสรรค์ไปไม่ต่างจากที่กล่าวมาข้างต้น คือคนสวมหมวก ต่อสู้

"วันที่ถอดหมวก" แน่นอนว่าแค่ชื่อหนังสือนั้นก็กำลังบอกถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปแน่นอน ทำไมจึงต้องถอดหมวก??

ข้าพเจ้าไม่เคยอ่านงานเขียนของอาจารย์เสกสรรค์มากนัก(แต่ถ้าสวรรค์เสกละก็อ่านบ่อย) มากจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยเลยก็ว่าได้ ความเรียงชุดนี้บางตอนข้าพเจ้าเคยอ่านจากหนังสือ ฅ.คน มาแล้ว อาจด้วย"ภาพ"ข้างต้นที่กล่าวไว้ก็เป็นได้ ที่ทำให้ข้าพเจ้านึกว่างานเขียนของอาจารย์ต้องเป็นอะไรที่หนักหน่วง ปลุกใจ ปลุกไฟในกาย(มิใช่ไฟราคะนะขอรับ) ให้เดือดพล่าน แต่พอเจอคำว่า"ถอดหมวก"เท่านั้นละขอรับ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านโดยพลัน

 

01

ความฝันโง่ ๆ : วินทร์ เลียววาริณ
บรรณาธิการ : ปริสนา บุญสินสุข

เห็นชื่อหนังสือแล้วก็มานึกถึงว่าความฝันอะไรที่ถูกตราว่าเป็น “ความฝันโง่ ๆ” อ่านคำโปรยของหนังสือดู ผู้เขียนได้เล่าไว้อย่างนี้ค่ะ

วันหนึ่งในปี ค.ศ. 1924 จอร์จ มัลเลอรี และเพื่อนมุ่งหน้าสู่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์กับความฝันโง่ ๆ ของพวกเขา ไม่มีใครได้เห็นพวกเขาอีกเลยหลายคนมองการกระทำของพวกเขาเป็นความโง่ สมน้ำหน้าเมื่อพวกเขาตายไป พิพากษาเขาเหล่านั้นด้วยประโยค “อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดี…”

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

raintree.jpg

เล่นกับโลกไกลบ้าน : สารคดีลำดับที่๔๑
กิจการ ช่วยชูวงศ์ : ผู้เขียน

๒๐๙ หน้าในราคา ๑๘๕ บาท

เล่นกับโลกไกลบ้านนั้นเป็นงานเขียนสารคดีเชิงบันทึก จะว่าคล้ายสารคดีท่องเที่ยวก็เรียกได้เหมือนกัน เพราะผู้เขียนพาเราเดินทางไปด้วยกันกับสายตาและความคิด เป็นความเรียงประกอบภาพถ่ายที่สวยงาม ที่ข้าพเจ้าชอบเล่มนี้เพราะภาษาที่ใช้ง่ายและงดงาม ภาพและเรื่องราวในหนังสือนี้เกิดขึ้นที่เมือง บริสตอล ประเทศอังกฤษ บรรยากาศเย็นๆชื้นๆ

เนื่องจากภูมิประเทศและอากาศทำให้เป็นเช่นนั้น ภาษาการเล่าเรื่องจึงชวนดับร้อนได้ดีนักเชียว รวมถึงมุมมองความคิดในการมองสิ่งต่างๆรอบตัวอย่างเป็นมิตรและงดงามเสมอ แม้ในสิ่งเล็กน้อยก็ยังสามารถค้นหาความงามที่ยิ่งใหญ่จากในนั้นได้ ราวกับว่าโลกนี้จะสวยงามหรือเลวร้ายนั้นเพียงขึ้นอยู่กับจุดที่เรายืนมอง และจุดที่เราคิดจริงๆ

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

ha-jung-boy.jpg

Ha Jung Boy , summer fast song ..
(( ชื่อภาษาไทยว่า เพลงรักในผายลมร้อน ))
Story by : ว.แหวน ..
Illustrated by : Mui ..
สำนักพิมพ์ : ใยไหม ..

หน้าปกเป็นภาพวาดชายหนุ่ม ที่คาดว่าหน้าตาจะหล่อเหลาเอาการ กับสุนัขไม่ทราบสายพันธุ์ยืนน้ำตาไหลพรากในเครื่องแต่งกายไม่ไม่น่าหมายปองเอามาสวมใส่ในบ้านเรานัก มีคำโปรยที่หน้าปกว่า “เมื่อความรักที่รอคอยเดินทางมาถึง … เขาจะจัดการกับชีวิตอย่างไร ? หนึ่งหญิง หนึ่งชาย หนึ่งสุนัข กับความรักที่มาพร้อมความร้อน ฮา และหน้าด้าน”

.. ท่านรู้จัก Boy ไหมคะ ? ..
.. รู้จักเจ้าจุ่นไหมคะ ? ..

อ่า ข้าพเจ้าถามท่านที่เผลออ่านมาถึงตรงนี้น่ะค่ะ ไม่กล้ารบกวนถามท่านมารขาวหรอกน่า ก็ท่านเป็นคนบอกข้าพเจ้าเองนี่นาว่าตอนใหม่ล่าสุดเค้าวางแผงขายแล้ว ถึงได้คว้ามาพ่นตัวหนังสือนี่ได้
ข้าพเจ้ารู้จัก นาย Boy และ เจ้าจุ่น จากหนังสือเรื่อง “ Boy ‘s story” ขณะไปนั่งรอเพื่อน เล่มนั้นมีคำโปรยหน้ามันส์ดีค่ะ จำได้ลาง ๆ ว่า

“ซื้อไปเถอะครับ ยืนอ่านนาน ๆ มันเมื่อย !!” ดูเค้าสิ อ่านแล้วเจ็บ ๆ คัน ๆ ในหัวใจซะไม่มี จากวันนั้น เรื่องราวของ นาย Boy สถาปนิกสุดเซอร์ กับ เจ้าจุ่น หมาสุดหล่อ ก็ติดอยู่ในสมองซีกซ้ายและขวาของข้าพเจ้าในทันที

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

หนังสือ ต้นส้มแสนรัก ภาค1
ผู้แต่ง โจเซ่ วาสคอนเซลอส
แปล สมบัติ เครือทอง
สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น
ISBN 974-230-688-5
พิมพ์ ครั้งที่ 4 เมษายน 2541
ราคา 98 บาท

แนะนำโดย : MagicMoment

จริงๆแล้วฉันเองก็ไม่เคยคิดอยากจะอ่านต้นส้มแสนรักนี้สักเท่าใด ทั้งๆที่หนังสือเล่มนี้
เป็นที่รู้จักถึงขั้นเป็นหนังสือแนะนำและออกจะเป้นที่ชื่นชอบของหนอนหนังสือเสียด้วย

หลายวันก่อนได้คุยกับเพื่อนผู้แลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่านอยู่เสมอ เธออยากให้อ่าน
หนังสือเล่มนี้มากๆ คนชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชนอย่างฉันสมควรต้องอ่าน พลาดมาได้
อย่างไร แถมยังย้ำนักย้ำหนาว่า ระวังจะเสียน้ำตาไม่รู้ตัว…โธ่เอ๋ย จะสักเท่าไรกันเชียว
ต้นส้มแสนรักเป็นเรื่องราวของ เซเซ่เด็กชายชาวบราซิลวัย 5 ขวบ สำหรับฉันแล้ว เซเซ่
เป้นเด็กที่มีจินตนาการล้นเหลือ ซนอย่างร้ายกาจอยู่บ้างแต่ก็ฉลาดเฉลียวทีเดียว ฉันเอง
ยังอดนึกตามไปไม่ได้ว่า นี่ฉันทำจินตนาการหล่นหายไปไหนหมดกัน

ฉันชื่นชมวิธีการเล่าเรื่องของผู้เขียนที่สรรค์สร้างให้เซเซ่เป็นเด็กที่น่ารักไร้เดียงสา ใน
ขณะเดียวกันกับที่บางคราเซเซ่ก็ดูจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

หนังสือ : เรื่องเล่าของดอกไม้
ผู้แต่ง : รักษิตา
สนพ : ไปยาลน้อย
ISBN : 974-8368-25-4
พิมพ์ : รวมเล่มครั้งแรก กุมภาพันธ์ 2541
ราคา : 115 บาท
เคยไหมที่มองดูดอกไม้แล้วใจคิดไปไกลถึงนิทาน
เคยไหมเมื่อชื่นชมดอกไม้แล้วใจกลับคิดไกลไปถึงเรื่องเล่นในวัยเยาว์
แนะนำโดย : MagicMoment

ได้หนังสือ "เรื่องเล่าของดอกไม้" หนังสือภาพสวย เนื้อหาละมุนหัวใจ ของรักษิตา
มาตั้งแต่ปี 2541 ถือเป็นหนังสือที่รักมากๆเล่มหนึ่ง เนื่องจาก เนื้อหาและภาพประกอบ
ข้างในช่างสวย อ่อนหวาน หลายครั้งที่อยากจะส่งหนังสือเล่มนี้ให้ใครๆได้อ่านบ้างแต่
ก็ยังตามหาไม่เจอสักที… น่าเสียดาย

ผู้เขียนนำพาให้เรานึกได้ไปถึงเรื่องสนุกๆในวัยเด็ก ที่มักจะมีดอกไม้เป็นตัวชูโรง
ประกอบการเล่นแทบจะทุกครั้งไป อีกอย่างที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่รักนักหนา
ของฉันคือ นิทานดอกไม้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าของ "ดอกลั่นทมกับเทพแสงจันทร์"
"ดอกพวงชมพูหัวใจตุ๊กตา" "มงกุฎอันเล็กๆของดอกบานชื่น"

หากได้ดูภาพประกอบ
กัน ไม่ว่าใครก็น่าจะเดินทางเข้าไปในโลกของนิทานดอกไม้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

-อ่านต่อ-

…..………………………………………………………………………………………

ผู้ชายที่หลงรักดวงจันทร์
ผู้แต่ง : Jimmy Liao
ผู้แปล : ปราย พันแสง
สนพ. ระหว่างบรรทัด
ISBN : 9749442156
พิมพ์ : ครั้งที่ 2 2549
ราคา : 185 บาท

แนะนำโดย : MagicMoment

"เป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิตคนเรา
กับผู้คนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
สิ่งที่เคยพานพบ กลับสูญหาย
สิ่งที่จดจำรำลึกได้……………เกินไขว่คว้า
ได้มาแล้วเสียไปเป็นเรื่องปกติธรรมดา
สิ่งที่เคยผ่านพบเมื่อครั้งหนึ่ง บัดนี้หวนคืนมาอยู่ตรงหน้า
สิ่งที่เคยลืมเลือนในบางครา กลับย้อนมาหาเราอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่มองไม่เห็น เป็นเพราะมันไม่มีอยู่หรือไร?
สิ่งที่ความทรงจำเราเฝ้าถนอมไว้
จะดำรงอยู่อย่างนั้นตลอดไปหรือ?"

ฉันชอบงานของJimmy Liao เพราะอ่านแล้วต้องตีความ ชอบภาพประกอบที่น่ารัก แฝงข้อคิดมากมาย ..ฉันเป็นคนฟุ้งซ่าน …หลายครั้งหลายคราที่นำเอาเรื่องที่อ่านอยู่มาจับคู่กับชีวิตตัวเอง
สารภาพตามตรงว่าอ่าน"ผู้ชายที่หลงรักดวงจันทร์" ครั้งแรกมึนตึบไปเลย สงสัยเหลือเกินว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไร แต่สิ่งที่รู้สึกได้อย่างเด่นชัดคือ ความผูกพัน ความเศร้าและ การจากลา

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

moon.jpg

นวนิยายขนาดสั้น : นกดวงจันทร์
ผู้แต่ง : อภิชาติ เพชรลีลา

หนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าได้รับจาก “บริษัทอมรินทร์” เมื่อ 3 ปีก่อนค่ะ เค้าส่งมาตอบแทนที่ข้าพเจ้ามีน้ำจิตน้ำใจตอบแบบสอบถามกลับให้สำนักพิมพ์ไป หลังจากได้รับมาเมื่อวันนั้นก็ถูกเก็บขึ้นชั้นและเพิ่งมีโอกาสได้จับมาเปิดอ่านเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

เค้าพูดถึง “นกปีกหัก ของ คาริล ยิบราน” ท่านรู้จักไหมคะ ?
แล้วก็พูดถึง “นกไม่มีขา ของ หว่อง คาไว” ท่านรู้จักไหมคะ ?
ถ้าไม่รู้จักก็อ่านต่อได้ค่ะ แต่ถ้าอยากรู้จักคงต้องทำการบ้าน หาอ่านเองต่อไป .. อ่านแล้วเขียนมาเล่าสู่กันอ่านด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ

จากบทนำของผู้เขียน


“.. นกดวงจันทร์มันซุกตัวหลบแสงอาทิตย์เวลากลางวัน แม้แต่ขนบางบนปีกก็พยายามไม่ให้ไหวติง เพื่อออมเรี่ยวแรงไว้ออกบินในยามค่ำคืน บ่ายหน้าตรงเข้าสู่ดวงจันทร์ หวังไว้ว่าสักวันจะบรรลุถึงแสงนวลนั้น วันแล้ววันเล่า ..

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

sittrta.jpg

สิทธารถะ : siddhartha : นิยายเชิงปรัชญาของนักเขียนรางวัลโนเบล
เฮอร์มานน์ เฮสเส : ผู้เขียน
สำนักพิมพ์ : สร้างสรรค์บุ๊คส์
๑๔๘ หน้า ในราคา ๑๐๐ บาท

สิทธารถะเป็นเรื่องของพราหมณ์หนุ่มรูปงามนามคล้ายกับองค์พระพุทธเจ้า เป็นนิยายอิงพุทธประวัติคลอเหตุการณ์กันไป การเดินเรื่องราวราบเรียบและตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน ไม่ต้องนอนตะแคงอ่าน ลำดับเรื่องราวเรียงจาก ๑ ไปหา ๑๐ เป็นลำดับไม่ซับซ้อนซ่อนปม มีคติให้ขบคิดตลอดรายทาง ไม่อาร์ทแน่นอนขอรับ

จากเด็กน้อยที่เติบโตในครอบครัวพราหมณ์ ออกจากบ้านเพื่อแสวงหาคำตอบสูงสุดของชีวิต โดยการเป็นสมณะ กับเพื่อรักที่มีนามว่า โควินทะ แล้วทั้งสองก็ต้องแยกจากกันด้วยเพราะโควินทะ เปลี่ยนทางเดินจากสมณะเข้าหาพุทธะธรรมของพระศากยมุณี ณ.ที่สวนเชตวัน ส่วนสิทธารถะเลือกที่จะเดินทางต่อไปเพื่อแสวงหาคำตอบในข้อคำถามที่ตนมีตลอดเวลา

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

the old man and the sea เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว เป็นเรื่องของชายชราที่บอกตัวเองว่าโชคของเขาหมดไปเสียแล้ว เพราะเขาเองจับปลาไม่ได้เป็นเวลานาน เพื่อนต่างวัยของเขาเอง มาโนลินถูกพ่อแม่ของเธอสั่งให้ไปทำงานกับเรือลำอื่นด้วยเพราะว่าจะได้ค่าตอบแทน มาโนลินท่างานกับเรือลำอื่น แต่ก็ช่วยเหลือตาเฒ่าซานอยู่ตลอดเวลา เด็กหนุ่มร้องที่จะออกเรือกับตาเฒ่าอยู่เสมอ แต่ตาเฒ่าปฏิเสธ ผมชอบอยู่ตอนหนึ่ง อ่านแล้วอบอุ่นดี

"ลุงเป็นนาฬิกาปลุกของฉันทุกที" เด็กหนุ่มพูด
"อายุมากทำให้เป็นนาฬิกาปลุก" ชายเฒ่าพูด
"ทำไมคนแก่จึงตื่นแต่เช้ามืด?.. เพื่อจะให้วันหนึ่งๆยาวออกไปอีกกระมัง"
"ฉันไม่รู้" เด็กหนุ่มพูด "เท่าที่ฉันรู้หนุ่มวันรุ่นนอนหลับเป็นตายและตื่นสาย"
"ลุงจะไม่ลืม" ชายเฒ่าพูด "ลุงจะปลุกแกทันเวลา"

เช้ารุ่งชายชราออกเรือสู่ท้องทะเลเพียงลำพัง เรือลำเล็กลอยออกสู่ทะเลใหญ่อย่างเดียวดายอ้างว้าง ตาเฒ่าซานพูดคุยกับหลายสิ่ง นก ปลา เต่า หรือแม้แต่มือตัวเอง มันเป็นเรื่องที่จินตนาการยากมากหากเรายังเคยอยู่คนเดียวในพื้นที่เช่นนั้นเป็นเวลานาน

วาบหนึ่งผมเข้าใจความรู้สึกของพี่จา พนม ยีรัมย์ ที่หลงขึ้นเครื่องบินไปตามหาช้างน้อยถึงซิดนีย์ ภาษาอังกฤษก็ไม่กระดิกแม้คนมากมายแต่เหมือนอยู่เพียงลำพัง เข้าใจเลยว่าทำไมตะแกถึงเอาแต่พูดว่า "ช้าง**อยู่ไหน" โดยไม่สนใจว่าคนฟังจะรับทราบหรือไม่ว่าเขากำลังคิดอะไร มีแต่ความเงียบ เช่นเดียวกับตาเฒ่าซาน เมื่อปลามาร์ลินตัวเขื่องงับสายเบ็ด การต่อสู้ที่แท้จริงก็เริ่มขึ้น ต่างกันเพียงพี่จาหาช้าง เฒ่าซานหาปลา

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

978.jpg

ปริศนาแห่งหิมพานต์ : พิศณุ ศุ ภ.
นรกสวรรค์ และพรมโลก สามดินแดนที่เฉียดใกล้ประตูนิพพาน

"ชีวิตมนุษย์ดุจความฝันดั่งมายา ดั่งเป็นจริง ท่านแน่ใจหรือว่า ขณะนี้มิได้กำลังฝันไป
โลกตื่นหรือโลกฝันกันแน่แท้จริง"
-วาทะของเลี่ยจื่อ-

"หิมพานต์" นับเป็นสถานที่ๆข้าพเจ้าไฝ่ฝันอยากเดินทางเข้าไป นั่นเป็นภาพฝันตอนเมื่อยังเด็กครั้งที่ยังนั้งอยู่หน้าจอดูละครย้อนยุค สี่กุมาร พระทินวงศ์ สุวรรณสาม หรือเรื่องอะไรมากมายจำไม่ได้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นล้วนมีฉากหลังเป็นภาพของไตรภูมิตามความเชื่อทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน

ไม่ว่าจะเป็นเมืองบาดาล ดินแดนวิมานสวรรค์อันเป็นถิ่นอาศัยพำนักของเหล่าทวยเทพเทวดา ที่ชอบจุติลงมาเมืองมนุษย์ เพื่อลองใจหรือประทานพรตามที่ได้สัญญากับผู้คนเอาไว้ หรือเป็นองค์อินทร์เสด็จลงมาตีฮ๊อกกี้บนหลังม้า ไหนจะพระมเหสีที่อยู่ดีๆท้องก็ป่องออกมาเพราะเทวดามุดหัวเข้าไปเกิดกำเนิดเป็นโอรสสวรรค์ สมัยก่อนไม่มียาสตรีเบนโลคงได้แต่อ้างว่ามีนิมิตฝันว่าเทวะเทวาจะมาเกิดในครรภ์ แถมยังมีมารตามมาเกิดตามล้างตามเช็ดกันถึงเมืองมนุษย์ เดือดร้อนถึงฤษีตาไฟใส่แว้นโอ๊คเล่ต้องออกโรง สั่งสอนวิชาและสรรพอาวุธให้กับโอรสสวรรค์

ฮ้วย!! ไม่ว่าเมืองสวรรค์หรือแดนมานุษย์มันก็วุ่นเหมือนยุงตีกัน ทำไมคนเราถึงอยากไปเกิดบนสวรรค์กันจังนะ

เมื่องสวรรค์เมืองมนุษย์ใกล้ชิดติดกันราวกับเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เพิ่งมาบอกตอนนี้ แต่บอกมานานแล้ว หลายร้อยปีโดยผ่านความเชื่อเรื่องไตรภูมิ

เรื่องราวมหัศจรรย์ล้ำลึกเหนือจินตนาการมากมายแทรกร่างอยู่ในป่าหิมพาน์ต์ ครั้งเมื่อเห็นหนังสือเล่มนี้หนแรก ผมหยิบขึ้นมาอย่างไม่รั้งรอ เปิดผ่านๆรอบหนึ่งก่อนเพียงเช็คว่าเหมือนหนังสือวิชาการที่มีแต่ศัพท์แสลงสำนวนชวนเวียนเกล้าหรือไม่

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

 

ชื่อหนังสือ : Complete Nonsense
ชื่อผู้แต่ง : Edward Lear

สำนักพิมพ์ : Wordsworth
จำนวนหน้า : 272 หน้า
ราคา : 95 บาท

โดย : saranya_nok.worm

บางเวลาที่เราทำงานหนัก,
บางเวลาที่เรารู้สึกเครียดอยากพัก,
บางเวลาที่เราหงุดหงิดผิดหวังจากความรัก,
บางเวลาที่เราเหนื่อยหน่ายกับการจมปลัก.

จะดีเพียงใดหากมีเพื่อนที่แสนดีอยู่ใกล้,
จะดีเพียงใดหากสมองได้รับความสดใส
จะดีเพียงใดหากอารมณ์แข็งกระด้างนั้นเกิดอ่อนไหว,
จะดีเพียงใดหากได้ขว้างความขุ่นมัวนั้นไปไกล ๆ.

ลองหยิบหนังสือแปลก ๆ ขึ้นมาอ่าน,
ลองลบทิ้งความรู้สึกแย่ ๆ ที่เก็บไว้มานาน,
ลองเปิดรับความคิดและปล่อยอารมณ์ไปตามกาล,
ลองซึมซับความรู้สึกจากหนังสือเข้ามาผสาน.

Complete Nonsense ปลดปล่อยความไร้สาระ,
Complete Nonsense ปิดบังเหลี่ยมมุมมองของคุณได้นะ,
Complete Nonsense ประกอบด้วยกวีอีกทั้งมีหมวดอักขระ,
Complete Nonsense มีบทเพลงไร้สาระเอาไว้สู้กับความรู้สึกร้าย ๆ ที่มาปะทะ.

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

บาร์เทิลบี

บาร์เทิลบี : เฮอร์แมน เมลวิลล์

Bartleby. the Scrivener : A Story of wall-Street.

สร้างความรำคาญใจสำหรับคนที่มีเหตุผล – มาก (ขอตัดคำว่าเกินออก)
"ข้าพเจ้า" (ในเรื่อง) เป็นผู้เล่าเรื่องราวอันเกี่ยวข้องลูกน้องเสมียนคนหนึ่ง คนที่เรียกได้ว่า คงหายากเต็มทีในโลกใบนี้ หรือถ้ามีจริง คนเป็นนายจ้างคงคิดนานเหลือเกิน หากจะรับคนแบบนี้ไว้ทำงาน (ฮา)

ข้าพเจ้า-ในที่นี้เป็นหัวหน้าสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง อ่า.. แน่ละ ทนายความย่อมรักความยุติธรรม(จิงมั้ง) และความเป็นเหตุ เป็นผล (ที่ทำให้คดีได้เปรียบ) มันเป็นเป็นความตั้งใจ ของผู้เขียนหรือไม่ ที่จัดฉากให้คนมีเหตุผลและช่างเจรจาโดยอาชีพ มาเจอะเจอกับคนไร้เหตุผล(หรืออาจมีแต่เรานึกไม่ถึง) นั่นละ เป็นอย่างนั้นหรือไม่ก็ไม่อาจคาดเดา และไม่รู้จะเดาไปทำไมเหมือนกัน เอาเป็นว่า เรื่องมันเกิดในสำนักงานทนาย และมีหัวหน้าสำนักงานวัยประมาณหกสิบ และลูกน้องเพี้ยนๆอีกสอง อ่อ. บวกอีกหนึ่งเมื่อ บาร์เทิลบี ก้าวเท้าเข้ามา

-อ่านต่อ-

…………………………………………………………………………………………..

 

หนอนข่าว

 

– งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติปีนี้ ในวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2552 ที่ ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิต์

– งานมหกรรมหนังสือ มหิดล-พญาไท บุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 4 งานนี้จัดไปแล้ว แต่มีlink มาฝาก

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552

พิธีเปิดงาน มหกรรมหนังสือมหิดล-พญาไทบุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 4
เสวนานักเีขียน : คุณเพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ และ คุณกรรณิกา ธรรมเกษร
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงเช้า)
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงบ่าย)

วีดีโอช่วงเสวนานักเขียน

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552

เสวนานักเีขียน : คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงเช้า)
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงบ่าย)
วีดีโอช่วงเสวนานักเขียน

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552

เสวนานักเีขียน : คุณสรกล อดุลยานนท์ (หนุ่มเมืองจันท์)
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงเช้า)
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงบ่าย)
วีดีโอช่วงเสวนานักเขียน

วันพฤหัสที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552

เสวนานักเีขียน : คุณโบ ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงเช้า)
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงบ่าย)
วีดีโอช่วงเสวนานักเขียน

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552

บรรยากาศภายในงาน (ช่วงเช้า)
บรรยากาศภายในงาน (ช่วงบ่าย)

 

-จบข่าว-

หนอนส่งท้าย

the link เล่มนี้ถือเป็น ฉบับสัปดน ตามประสาคนกินแรงเช่นเคย เพื่อต้อนรับเทศการงานมหกรรมหนังสือที่เข้ามาถึงในอีกไม่ช้า ท้ายนี้จึงขอเชิญชวนเพื่อนหนอน พี่หนอน น้องหนอน ร่วมสมทบทุน ผ้าป่าหนังสือหนังหาอีกแรงหลายแรง เพื่อที่ว่า มหกรรมหนังสือในปีนี้ เหล่าหนอนที่ยังไม่รู้ว่าจะไปหอบหิ้วหนังสือเล่มใดกลับมาอ่าน จะได้มีแนวทางพิจารณา

ส่วนตอนนี้ บอ-กวน เจ้ากรรมขอมุดหัวเขียน ‘หนังสือหนังหา’ก่อนขอรับ

 

จาก กอง บ่อ-กลม เจ้าเดิม

 

winbook-01

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: