ดาวดำดึกบรรพ์

image

‘เหตุผลที่มองไม่เห็น อันเป็นสมบัติส่วนตัว’

บรรทัดบนนั้นคือตัวหนังสือที่ลอยอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้าเมื่อยามที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ

ปกหนังสือเป็นรูปตัวหนังสือชื่อเรื่อง เป็นตัวอักษรรูปทรงสามมิติ มีสีเหลือง แดง ขาว ดำ และสีช้ำๆอีกสีหนึ่ง ระบายไว้คนละด้าน บางตัวสีแดงอยู่บน บางตัวสีดำอยู่ข้าง สีเหลืองซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หรืออยู่รอบๆบ้าง สีขาวก็นเช่นเดียวกับสีอื่น

คือต่างก็มีด้านของตนในตัวอักษรหนึ่งตัว อาจมีเพียงสองสี  บางตัวอาจมีเพียงสีเดียว

.. หรืออาจมีครบทุกสีในหนึ่งตัวอักษร

    

หนังสือหนังหา : โลกแสนวิเศษ

54-01-12

ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ สักวันจะได้เจอกับเรื่องดีๆ ในสักที่แน่ๆ บนโลกแสนวิเศษอันอ่อนโยนแต่น่าเศร้า สนุกสนานแต่ขมขื่นและไร้แก่นสารเป็นที่สุด ที่พวกเรามีชีวิตอยู่

-คัดจากท้ายเล่ม / โลกแสนวิเศษ –

ทุกครั้งที่ประตูบานแรกของบ้านถูกเปิดออก เขาจะพบเห็นหญิงคนรักอุ้มทารกน้อยวัยยังไม่ทันพ้นปีรออยู่ ความรู้สึกของเขาขณะนั้นไม่ต่างจากนักบินอวกาศที่กำลังย่างเท้าแตะพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

“มันคือโลกใหม่” เพื่อนของข้าพเจ้ากล่าวหลังจากมีเพื่อนรวมอุดมการในการพูดคุยถึงเรื่องเด็กๆ ในบ้าน ข้าพเจ้าได้แต่เพียงนิ่งฟังคนทั้งสอง ตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม แล้วคิดถึงการตูนเล่มหนึ่ง

จริงหรือไม่ว่า โลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ มีขนาดทางจิตใจไม่เท่ากัน

ข้าพเจ้าหมายถึงการรับรู้ต่อโลกของแต่ละคน เกี่ยวเก็บบริเวณเนื้อที่ไม่เท่ากัน บ้างกว้างไกลสุดสายตา บ้างเล็กแคบเพียงไม่กี่ฝ่ามือ และในโลกทั้งหลายในใบเดียวกันนี้ มีบริเวณที่ทาบเกี่ยวกันเป็นชายแดนพิพาทอยู่มากมายไม่รู้เป็นกี่บริเวณ

บางพื้นที่ตกลงและอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ส่วนที่ตกลงกันไม่ได้ ต้องทนทุกข์สุมไฟให้ร้อนอยู่ นั่นก็เป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ในการใช้โลกใบนี้ร่วมกัน (แม้เราจะมีโลกใบส่วนตัวเป็นของตัวเอง)

‘โลกแสนวิเศษ’ เป็นการตูนเรื่องสั้นจบเนื้อหาเรื่องเป็นตอนๆ ว่าด้วยเรื่องของการมองชีวิตเป็นหลักใหญ่ จุดพลิกผันของการดำรงชีวิตบางครั้งเริ่มต้นจากประกายความคิดเล็กๆที่แวบอยู่ตรงส่วนลึกสุดของหลุมดำเท่านั้น – หากคุณสามารถมองเห็นมันและสัมผัสมันได้ คุณจะพบกับโลกใบใหม่

แต่ก็ไม่ทุกครั้งหรอกที่แสงที่ว่าจะสองวามวับเข้ามาจับที่สายตาเราทุกคน บางครั้งตั้งผ่านความอดทนเคี้ยวกรำต่างๆนานา ดั่งคำคมที่ว่า ความหวัง ความฝันหยิบยืมกันได้ มีเพียงความพยายามเท่านั้นที่เป็นของใช้ส่วนตัว นี่คือโทนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้

ที่น่าสนใจไม่น้อยคือ หากอ่านไปได้สักระยะ และได้ลองสังเกตุบริบทของเรื่องราวที่ดำเนินอยู่ จะพบว่า ตัวละครในแต่ละเรื่องนั้น มีจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่ และสรุปสุดท้ายของเล่มจบ ผู้เขียนได้เขียนแผนที่ของเมืองทั้งหมดให้เราได้เห็นว่า ไม่ว่าโลกใบนี้จะมีโลกส่วนตัวของแต่ละคนที่เป็นเรื่องสั้นเรื่องราวหนึ่ง แต่ในทุกๆเรื่องนั้น เกิดขึ้นในพื้นที่อาณาบริเวณเคียงกัน ตัวละครทุกตัวเดินผ่านไปมาในบริเวณของเรื่องสั้นเรื่องอื่นๆ เป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ต้องอยู่ร่วมกัน

‘บนโลกแสนวิเศษอันอ่อนโยนแต่น่าเศร้า’ บางครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ อาจสอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน มากกว่าการได้ครอบครองเป็นของส่วนตัว

“ถ้ามึงมีบ้าง มึงจะรู้สึกเหมือนกู”

เพื่อนข้าพเจ้าตบท้ายประโยคด้วยการยกกาแฟขึ้นจิบหนึ่งครั้ง ก่อนที่เราจะอาศัยพื้นที่ทับซ้อนพูดคุยถึงงานอื่นๆ กันต่อไป

บางสิ่ง : ว่างเปล่านิ่งงัน

53-11-01

เวลาทำงานเหนื่อยๆก็มักจะพักด้วยการเอนหลังลงพนักเก้าอี้ มือทั้งสองประสานท้ายทอยมองขึ้นไปข้างบนเพดาน

เห็นเป็นผืนฝ้าเพดานสีขาว เห็นดวงไฟสว่างราวกับแสงดวงอาทิตย์ ไม่ร้อนมากแต่มองนานๆ แล้วปวดตา บางสิ่งบางอย่าง – แม้เป็นแสงสว่างก็ยังต้องหลบสายตา ไม่สามารถจ้องมองได้โดยตรง อาศัยเพียงแสงสว่างของมันทำงานเท่านั้น

ถ้าความสว่างคือประโยชน์ ความมืดตรงข้ามกับความสว่างกลับกลายเป็นไร้ประโยชน์อย่างงั้นหรือ

เปล่าเลย  ยามเราต้องการพักผ่อน บางทีความมืดช่วยให้เราได้พักอย่างเต็มที่ ทุกทีที่หลับตา เหมือนกับว่าได้คืนสู่ครรภ์ของมารดา บางครั้งราวกับว่ากำลังลอยท่องไปในห้วงของท้องทะเลสีดำสนิท

ว่างเปล่านิ่งงัน ไร้คลื่นลมโถมใส่  สดับได้ยินเสียงสะเทือนสั่นอันเกิดขึ้นภายใน ตนเอง หัวใจเต้น ลมหายใจเคลื่อน มีความเย็น มีความอบอุ่น สองอย่างหมุนเวียนกันไป เกิดขึ้นแล้วดับลง ครั้งแล้วครั้งเล่า

เอาขาเหยียดไปจนชนเข้ากับผนัง ยืดมือทั้งสองไปจนสุดแขน ปวดแปลบไปทั้งกายา ว่าแล้วเป่าลมหายใจออกทางปาก คืนสู่ม่านเมืองแห่งแสงสว่าง  แหงนมองขึ้นไปข้างบน

ฝ้าเพดานยังคงสีขาวเหมือนเดิม ชีวิตเกิดอีกครั้ง…

เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม

 

dzn_stuff-we-likecompsq1

เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม

review by (…)

อากาศร้อนอย่างกับว่าไม่เคยคิดปรานีต่อผู้คน ข้าพเจ้าก็คน จึงร้อนรนจนนึกอยากเขียนเรื่องราวเรื่องหนึ่งขึ้นมา

    เป็นเรื่องราวของ ‘ข้าพเจ้า’ ผู้หนึ่ง ‘ข้าพเจ้า’ อันเป็นพหุพจน์บุรุษอันเป็นที่สาม ซึ่งในเรื่องราวต่อจากนี้ ขอให้ทำความเข้าใจเสียด้วยโดยพร้อมกันว่า ‘ข้าพเจ้า’ ที่ปรากฏขึ้นในบรรทัดใหม่ของย่อหน้าแรกลำดับต่อจากนี้นั้น มิได้เป็นข้าพเจ้าที่กำลังตอกนิ้วนิ่มนวลผ่านอุปกรณ์ทันสมัยที่ใช้กันมาหลายสิบปี

Read more of this post

โจนาทาน ลิฟวิงสตัน นางนวล : ริชาร์ด บาก

 

P1010413

โจนาทานคือชื่อของนกนางนวล

    นกนางนวลตัวหนึ่งซึ่งไม่ใคร่คิดที่จะขยับปีกโบยบินไปในท้องฟ้าด้วยท่วงท่าธรรมดาสามัญ นกนางนวลตัวหนึ่งซึ่งมองเห็นว่า  ชีวิตที่ดำเนินไปในท้องฟ้านั้นมีอะไรให้ทำมากมายเกินกว่าแค่การหากิน และ การโบยบินในท่วงท่าที่เหมือนกัน

    อ่านเรื่องราวการฝึกบินของนกนางนวลตัวนี้จบแล้ว ข้าพเจ้าหยิบคว้าบางอย่างจากใต้ลมปีกอักษรออกมาสอบถามตนเองอย่างเงียบงัน

    ทำไม?

Read more of this post

999 GALAXY EXPRESS by MATSUMOTO Leiji

999 GALAXY EXPRESS : by MATSUMOTO Leiji

review by (…)

ท่วงทำนองของการเดินทาง

ซึ่งอาจเป็นบทเพลงอันยืดยาวและเชื่องช้าไม่รู้สิ้น ด้วยเพราะจักรวาลกว้างไกล และการคาดคำนวณของข้าพเจ้านั้นต้อยต่ำจนมิอาจล้วงรู้ถึงระยะทางจากต้นทางไปยังจุดปลายของขอบเขตเอกภพ หากแต่สถานอันเป็นหนแห่งดำรงตนของข้าพเจ้ากลับเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าแจ้งชัดจำจดไว้ได้มิลืมเลือน

 

ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงนั้น ตรงที่นั่งแถวหลังสุดของตู้โดยสารท้ายสุด ม้านั่งไม้ยาวเก่าคร่ำหากแต่มันวาว ข้าพเจ้านั่งตรงนั้นตั้งแต่รถออกจากสถานี

Read more of this post

เพื่อนยาก : of mice and men : จอห์น สไตน์เบ็ก

 

IMG054

เพื่อนยาก : of mice and men

จอห์น สไตน์เบ็ก : เขียน

ประชา อัตตธร : แปล – สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์บุ๊คส์ – พิมพ์ครั้งที่ แปด

แก่นแท้แห่งมิตรภาพ ความไฝ่ฝันร่วมกันถึงที่ดินทำกินและชีวิตวันพรุ่งที่ดีกว่า


เสียงโยนเกือกม้าดังอยู่ข้างนอกนั่น กันได้ยินมันแทบทุกวัน มันเป็นอะไรบางอย่างที่พวกเขามักชอบทำกันเสมอเวลาเว้นว่างจากการทำงาน  ซึ่งกันเองไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นเกมแบบไหน แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนว่าเมื่อใครบางคนโยนมันให้เขาไปคล้องที่หมุด เขาจะมีสิทธิ์ในการแย้มยิ้ม หัวร่อ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือกระโดดโลดเต้น

Read more of this post