<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>bookblogstorage</title>
	<atom:link href="http://bookblogstorage.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bookblogstorage.wordpress.com</link>
	<description>อ่านไปเรื่อย.. เบื่อก็เขียน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 12:48:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='bookblogstorage.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>bookblogstorage</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://bookblogstorage.wordpress.com/osd.xml" title="bookblogstorage" />
	<atom:link rel='hub' href='http://bookblogstorage.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ดาวดำดึกบรรพ์</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2011/05/06/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2011/05/06/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 May 2011 16:34:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>swordbelt</dc:creator>
				<category><![CDATA[กระดานข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://bookblogstorage.wordpress.com/2011/05/06/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;เหตุผลที่มองไม่เห็น อันเป็นสมบัติส่วนตัว&#8217; บรรทัดบนนั้นคือตัวหนังสือที่ลอยอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้าเมื่อยามที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ ปกหนังสือเป็นรูปตัวหนังสือชื่อเรื่อง เป็นตัวอักษรรูปทรงสามมิติ มีสีเหลือง แดง ขาว ดำ และสีช้ำๆอีกสีหนึ่ง ระบายไว้คนละด้าน บางตัวสีแดงอยู่บน บางตัวสีดำอยู่ข้าง สีเหลืองซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หรืออยู่รอบๆบ้าง สีขาวก็นเช่นเดียวกับสีอื่น คือต่างก็มีด้านของตนในตัวอักษรหนึ่งตัว อาจมีเพียงสองสี  บางตัวอาจมีเพียงสีเดียว .. หรืออาจมีครบทุกสีในหนึ่งตัวอักษร ่     <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=427&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="display:block;margin-right:auto;margin-left:auto;" alt="image" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2011/05/wpid-1304724949667.jpg?w=630" /></p>
<p>
&#8216;เหตุผลที่มองไม่เห็น อันเป็นสมบัติส่วนตัว&#8217;</p>
<p>บรรทัดบนนั้นคือตัวหนังสือที่ลอยอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้าเมื่อยามที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ</p>
<p>ปกหนังสือเป็นรูปตัวหนังสือชื่อเรื่อง เป็นตัวอักษรรูปทรงสามมิติ มีสีเหลือง แดง ขาว ดำ และสีช้ำๆอีกสีหนึ่ง ระบายไว้คนละด้าน บางตัวสีแดงอยู่บน บางตัวสีดำอยู่ข้าง สีเหลืองซ้ายบ้าง ขวาบ้าง หรืออยู่รอบๆบ้าง สีขาวก็นเช่นเดียวกับสีอื่น </p>
<p>คือต่างก็มีด้านของตนในตัวอักษรหนึ่งตัว อาจมีเพียงสองสี  บางตัวอาจมีเพียงสีเดียว</p>
<p>.. หรืออาจมีครบทุกสีในหนึ่งตัวอักษร<br />
่<br />
     </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/427/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/427/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=427&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2011/05/06/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4f7269aed8bde475a08f91a8304b6144?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">swordbelt</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2011/05/wpid-1304724949667.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">image</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หนังสือหนังหา : โลกแสนวิเศษ</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2011/02/13/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2011/02/13/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Feb 2011 04:10:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://bookblogstorage.wordpress.com/2011/02/13/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4/</guid>
		<description><![CDATA[ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ สักวันจะได้เจอกับเรื่องดีๆ ในสักที่แน่ๆ บนโลกแสนวิเศษอันอ่อนโยนแต่น่าเศร้า สนุกสนานแต่ขมขื่นและไร้แก่นสารเป็นที่สุด ที่พวกเรามีชีวิตอยู่ -คัดจากท้ายเล่ม / โลกแสนวิเศษ - ทุกครั้งที่ประตูบานแรกของบ้านถูกเปิดออก เขาจะพบเห็นหญิงคนรักอุ้มทารกน้อยวัยยังไม่ทันพ้นปีรออยู่ ความรู้สึกของเขาขณะนั้นไม่ต่างจากนักบินอวกาศที่กำลังย่างเท้าแตะพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก “มันคือโลกใหม่” เพื่อนของข้าพเจ้ากล่าวหลังจากมีเพื่อนรวมอุดมการในการพูดคุยถึงเรื่องเด็กๆ ในบ้าน ข้าพเจ้าได้แต่เพียงนิ่งฟังคนทั้งสอง ตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม แล้วคิดถึงการตูนเล่มหนึ่ง จริงหรือไม่ว่า โลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ มีขนาดทางจิตใจไม่เท่ากัน ข้าพเจ้าหมายถึงการรับรู้ต่อโลกของแต่ละคน เกี่ยวเก็บบริเวณเนื้อที่ไม่เท่ากัน บ้างกว้างไกลสุดสายตา บ้างเล็กแคบเพียงไม่กี่ฝ่ามือ และในโลกทั้งหลายในใบเดียวกันนี้ มีบริเวณที่ทาบเกี่ยวกันเป็นชายแดนพิพาทอยู่มากมายไม่รู้เป็นกี่บริเวณ บางพื้นที่ตกลงและอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ส่วนที่ตกลงกันไม่ได้ ต้องทนทุกข์สุมไฟให้ร้อนอยู่ นั่นก็เป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ในการใช้โลกใบนี้ร่วมกัน (แม้เราจะมีโลกใบส่วนตัวเป็นของตัวเอง) ‘โลกแสนวิเศษ’ เป็นการตูนเรื่องสั้นจบเนื้อหาเรื่องเป็นตอนๆ ว่าด้วยเรื่องของการมองชีวิตเป็นหลักใหญ่ จุดพลิกผันของการดำรงชีวิตบางครั้งเริ่มต้นจากประกายความคิดเล็กๆที่แวบอยู่ตรงส่วนลึกสุดของหลุมดำเท่านั้น &#8211; หากคุณสามารถมองเห็นมันและสัมผัสมันได้ คุณจะพบกับโลกใบใหม่ แต่ก็ไม่ทุกครั้งหรอกที่แสงที่ว่าจะสองวามวับเข้ามาจับที่สายตาเราทุกคน บางครั้งตั้งผ่านความอดทนเคี้ยวกรำต่างๆนานา ดั่งคำคมที่ว่า ความหวัง ความฝันหยิบยืมกันได้ มีเพียงความพยายามเท่านั้นที่เป็นของใช้ส่วนตัว นี่คือโทนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ที่น่าสนใจไม่น้อยคือ หากอ่านไปได้สักระยะ และได้ลองสังเกตุบริบทของเรื่องราวที่ดำเนินอยู่ จะพบว่า ตัวละครในแต่ละเรื่องนั้น มีจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่ และสรุปสุดท้ายของเล่มจบ ผู้เขียนได้เขียนแผนที่ของเมืองทั้งหมดให้เราได้เห็นว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=425&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2011/02/540112.jpg"><img title="54-01-12" style="display:inline;border-width:0;" height="317" alt="54-01-12" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2011/02/540112_thumb.jpg?w=450&#038;h=317" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong><font color="#bb0000">ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ สักวันจะได้เจอกับเรื่องดีๆ ในสักที่แน่ๆ บนโลกแสนวิเศษอันอ่อนโยนแต่น่าเศร้า สนุกสนานแต่ขมขื่นและไร้แก่นสารเป็นที่สุด ที่พวกเรามีชีวิตอยู่</font></strong></p>
<p>-คัดจากท้ายเล่ม / โลกแสนวิเศษ -</p>
<p>ทุกครั้งที่ประตูบานแรกของบ้านถูกเปิดออก เขาจะพบเห็นหญิงคนรักอุ้มทารกน้อยวัยยังไม่ทันพ้นปีรออยู่ ความรู้สึกของเขาขณะนั้นไม่ต่างจากนักบินอวกาศที่กำลังย่างเท้าแตะพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรก</p>
<p>“มันคือโลกใหม่” เพื่อนของข้าพเจ้ากล่าวหลังจากมีเพื่อนรวมอุดมการในการพูดคุยถึงเรื่องเด็กๆ ในบ้าน ข้าพเจ้าได้แต่เพียงนิ่งฟังคนทั้งสอง ตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม แล้วคิดถึงการตูนเล่มหนึ่ง</p>
<p>จริงหรือไม่ว่า โลกที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ มีขนาดทางจิตใจไม่เท่ากัน </p>
<p>ข้าพเจ้าหมายถึงการรับรู้ต่อโลกของแต่ละคน เกี่ยวเก็บบริเวณเนื้อที่ไม่เท่ากัน บ้างกว้างไกลสุดสายตา บ้างเล็กแคบเพียงไม่กี่ฝ่ามือ และในโลกทั้งหลายในใบเดียวกันนี้ มีบริเวณที่ทาบเกี่ยวกันเป็นชายแดนพิพาทอยู่มากมายไม่รู้เป็นกี่บริเวณ</p>
<p>บางพื้นที่ตกลงและอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ส่วนที่ตกลงกันไม่ได้ ต้องทนทุกข์สุมไฟให้ร้อนอยู่ นั่นก็เป็นโจทย์ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ในการใช้โลกใบนี้ร่วมกัน (แม้เราจะมีโลกใบส่วนตัวเป็นของตัวเอง) </p>
<p>‘โลกแสนวิเศษ’ เป็นการตูนเรื่องสั้นจบเนื้อหาเรื่องเป็นตอนๆ ว่าด้วยเรื่องของการมองชีวิตเป็นหลักใหญ่ จุดพลิกผันของการดำรงชีวิตบางครั้งเริ่มต้นจากประกายความคิดเล็กๆที่แวบอยู่ตรงส่วนลึกสุดของหลุมดำเท่านั้น &#8211; หากคุณสามารถมองเห็นมันและสัมผัสมันได้ คุณจะพบกับโลกใบใหม่ </p>
<p>แต่ก็ไม่ทุกครั้งหรอกที่แสงที่ว่าจะสองวามวับเข้ามาจับที่สายตาเราทุกคน บางครั้งตั้งผ่านความอดทนเคี้ยวกรำต่างๆนานา ดั่งคำคมที่ว่า ความหวัง ความฝันหยิบยืมกันได้ มีเพียงความพยายามเท่านั้นที่เป็นของใช้ส่วนตัว นี่คือโทนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้</p>
<p>ที่น่าสนใจไม่น้อยคือ หากอ่านไปได้สักระยะ และได้ลองสังเกตุบริบทของเรื่องราวที่ดำเนินอยู่ จะพบว่า ตัวละครในแต่ละเรื่องนั้น มีจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่ และสรุปสุดท้ายของเล่มจบ ผู้เขียนได้เขียนแผนที่ของเมืองทั้งหมดให้เราได้เห็นว่า ไม่ว่าโลกใบนี้จะมีโลกส่วนตัวของแต่ละคนที่เป็นเรื่องสั้นเรื่องราวหนึ่ง แต่ในทุกๆเรื่องนั้น เกิดขึ้นในพื้นที่อาณาบริเวณเคียงกัน ตัวละครทุกตัวเดินผ่านไปมาในบริเวณของเรื่องสั้นเรื่องอื่นๆ เป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ต้องอยู่ร่วมกัน</p>
<p><font color="#000000"><strong>‘บนโลกแสนวิเศษอันอ่อนโยนแต่น่าเศร้า’</strong> บางครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ อาจสอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน มากกว่าการได้ครอบครองเป็นของส่วนตัว</font></p>
<p><font color="#000000">“ถ้ามึงมีบ้าง มึงจะรู้สึกเหมือนกู” </font></p>
<p><font color="#bb0000"></font><font color="#000000">เพื่อนข้าพเจ้าตบท้ายประโยคด้วยการยกกาแฟขึ้นจิบหนึ่งครั้ง</font><strong> ก่อนที่เราจะอาศัยพื้นที่ทับซ้อนพูดคุยถึงงานอื่นๆ กันต่อไป</strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/425/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/425/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=425&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2011/02/13/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2011/02/540112_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">54-01-12</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>บางสิ่ง : ว่างเปล่านิ่งงัน</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Nov 2010 16:08:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[บางสิ่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://bookblogstorage.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[เวลาทำงานเหนื่อยๆก็มักจะพักด้วยการเอนหลังลงพนักเก้าอี้ มือทั้งสองประสานท้ายทอยมองขึ้นไปข้างบนเพดาน เห็นเป็นผืนฝ้าเพดานสีขาว เห็นดวงไฟสว่างราวกับแสงดวงอาทิตย์ ไม่ร้อนมากแต่มองนานๆ แล้วปวดตา บางสิ่งบางอย่าง &#8211; แม้เป็นแสงสว่างก็ยังต้องหลบสายตา ไม่สามารถจ้องมองได้โดยตรง อาศัยเพียงแสงสว่างของมันทำงานเท่านั้น ถ้าความสว่างคือประโยชน์ ความมืดตรงข้ามกับความสว่างกลับกลายเป็นไร้ประโยชน์อย่างงั้นหรือ เปล่าเลย&#160; ยามเราต้องการพักผ่อน บางทีความมืดช่วยให้เราได้พักอย่างเต็มที่ ทุกทีที่หลับตา เหมือนกับว่าได้คืนสู่ครรภ์ของมารดา บางครั้งราวกับว่ากำลังลอยท่องไปในห้วงของท้องทะเลสีดำสนิท ว่างเปล่านิ่งงัน ไร้คลื่นลมโถมใส่&#160; สดับได้ยินเสียงสะเทือนสั่นอันเกิดขึ้นภายใน ตนเอง หัวใจเต้น ลมหายใจเคลื่อน มีความเย็น มีความอบอุ่น สองอย่างหมุนเวียนกันไป เกิดขึ้นแล้วดับลง ครั้งแล้วครั้งเล่า เอาขาเหยียดไปจนชนเข้ากับผนัง ยืดมือทั้งสองไปจนสุดแขน ปวดแปลบไปทั้งกายา ว่าแล้วเป่าลมหายใจออกทางปาก คืนสู่ม่านเมืองแห่งแสงสว่าง&#160; แหงนมองขึ้นไปข้างบน ฝ้าเพดานยังคงสีขาวเหมือนเดิม ชีวิตเกิดอีกครั้ง…<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=422&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/11/531101.jpg"><img title="53-11-01" style="display:inline;border-width:0;" height="663" alt="53-11-01" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/11/531101_thumb.jpg?w=450&#038;h=663" width="450" border="0" /></a> </p>
<p><strong>เวลาทำงานเหนื่อยๆก็มักจะพักด้วยการเอนหลังลงพนักเก้าอี้ มือทั้งสองประสานท้ายทอยมองขึ้นไปข้างบนเพดาน</strong> </p>
<p>เห็นเป็นผืนฝ้าเพดานสีขาว เห็นดวงไฟสว่างราวกับแสงดวงอาทิตย์ ไม่ร้อนมากแต่มองนานๆ แล้วปวดตา บางสิ่งบางอย่าง &#8211; แม้เป็นแสงสว่างก็ยังต้องหลบสายตา ไม่สามารถจ้องมองได้โดยตรง อาศัยเพียงแสงสว่างของมันทำงานเท่านั้น</p>
<p>ถ้าความสว่างคือประโยชน์ ความมืดตรงข้ามกับความสว่างกลับกลายเป็นไร้ประโยชน์อย่างงั้นหรือ </p>
<p>เปล่าเลย&#160; ยามเราต้องการพักผ่อน บางทีความมืดช่วยให้เราได้พักอย่างเต็มที่ ทุกทีที่หลับตา เหมือนกับว่าได้คืนสู่ครรภ์ของมารดา บางครั้งราวกับว่ากำลังลอยท่องไปในห้วงของท้องทะเลสีดำสนิท</p>
<p>ว่างเปล่านิ่งงัน ไร้คลื่นลมโถมใส่&#160; สดับได้ยินเสียงสะเทือนสั่นอันเกิดขึ้นภายใน ตนเอง หัวใจเต้น ลมหายใจเคลื่อน มีความเย็น มีความอบอุ่น สองอย่างหมุนเวียนกันไป เกิดขึ้นแล้วดับลง ครั้งแล้วครั้งเล่า</p>
<p>เอาขาเหยียดไปจนชนเข้ากับผนัง ยืดมือทั้งสองไปจนสุดแขน ปวดแปลบไปทั้งกายา ว่าแล้วเป่าลมหายใจออกทางปาก คืนสู่ม่านเมืองแห่งแสงสว่าง&#160; แหงนมองขึ้นไปข้างบน</p>
<p><strong>ฝ้าเพดานยังคงสีขาวเหมือนเดิม ชีวิตเกิดอีกครั้ง…</strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/422/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/422/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=422&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/11/531101_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">53-11-01</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%96%e0%b8%b6/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%96%e0%b8%b6/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 May 2010 14:46:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[วรรณกรรมไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%96%e0%b8%b6/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม review by (…) อากาศร้อนอย่างกับว่าไม่เคยคิดปรานีต่อผู้คน ข้าพเจ้าก็คน จึงร้อนรนจนนึกอยากเขียนเรื่องราวเรื่องหนึ่งขึ้นมา &#160;&#160;&#160; เป็นเรื่องราวของ ‘ข้าพเจ้า’ ผู้หนึ่ง ‘ข้าพเจ้า’ อันเป็นพหุพจน์บุรุษอันเป็นที่สาม ซึ่งในเรื่องราวต่อจากนี้ ขอให้ทำความเข้าใจเสียด้วยโดยพร้อมกันว่า ‘ข้าพเจ้า’ ที่ปรากฏขึ้นในบรรทัดใหม่ของย่อหน้าแรกลำดับต่อจากนี้นั้น มิได้เป็นข้าพเจ้าที่กำลังตอกนิ้วนิ่มนวลผ่านอุปกรณ์ทันสมัยที่ใช้กันมาหลายสิบปี &#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้ากำลังนั่งอ่านหนังสือ เป็นหนังสือที่เล่มเล็ก แต่ออกหนาเล็กน้อยสำหรับสติปัญญาสามัญที่ไม่ค่อยอยู่ประจำบ้านเสียเท่าไรที เนืองเหตุอันมาจากปัญญาข้าพเจ้าที่มี มักหายไปพร้อมกับสติ และ สตางค์ ไม่มีสตางค์ จึงเริ่มไร้สติ ไร้สติแล้วจึงสุดที่จะพบเห็นซึ่งปัญญา &#160;&#160;&#160; เอนกายจนกายาติดแนบแผ่นฝาห้องนอน ก็พลันนึกตรึกตรองข้อความตามในหนังสือว่า เอ – ข้าพเจ้าน่าจะทำอะไรเสียสักอย่างเพื่อเรียก สตางค์และสติกลับคืนมาเสียบ้าง &#160;&#160;&#160; คิดได้ดังนั้นพลันวางหนังสือลงไปกองรวมกับหนังสืออื่นอีกหลายเล่ม หยิบสมุดดินสอขึ้นมาจารจรด จดลงบนกระดาษสีขาวนวลเหมือนนมมารดา อันว่างเปล่า ได้อักษราบางอย่างมาประดับความว่างอันกล่าวไว้ข้างต้น เขียนไปราว สามสี่ – &#8211; ห้าบรรทัด นิ่งนึกและขบความคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเขียนอย่างอื่นๆ ต่อไปอีกหลายต่อหลายบรรทัด &#160;&#160;&#160; ค่ำคืนผ่านไปไวเหมือนเดิม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=415&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#160;</p>
<p><img title="dzn_stuff-we-likecompsq1" height="100" alt="dzn_stuff-we-likecompsq1" src="http://kaawrowkaw3.files.wordpress.com/2010/03/dzn_stuffwelikecompsq1_thumb.jpg?w=400&#038;h=100&#038;h=100" width="400" border="0" /></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง</strong> ถึง พหุพจน์ บุรุษที่สาม</p>
<p>review by (…)</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>อากาศร้อนอย่างกับว่าไม่เคยคิดปรานีต่อผู้คน</strong> ข้าพเจ้าก็คน จึงร้อนรนจนนึกอยากเขียนเรื่องราวเรื่องหนึ่งขึ้นมา </p>
<p>&#160;&#160;&#160; เป็นเรื่องราวของ ‘ข้าพเจ้า’ ผู้หนึ่ง ‘ข้าพเจ้า’ อันเป็นพหุพจน์บุรุษอันเป็นที่สาม ซึ่งในเรื่องราวต่อจากนี้ ขอให้ทำความเข้าใจเสียด้วยโดยพร้อมกันว่า ‘ข้าพเจ้า’ ที่ปรากฏขึ้นในบรรทัดใหม่ของย่อหน้าแรกลำดับต่อจากนี้นั้น มิได้เป็นข้าพเจ้าที่กำลังตอกนิ้วนิ่มนวลผ่านอุปกรณ์ทันสมัยที่ใช้กันมาหลายสิบปี </p>
<p> <span id="more-415"></span>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้ากำลังนั่งอ่านหนังสือ เป็นหนังสือที่เล่มเล็ก แต่ออกหนาเล็กน้อยสำหรับสติปัญญาสามัญที่ไม่ค่อยอยู่ประจำบ้านเสียเท่าไรที เนืองเหตุอันมาจากปัญญาข้าพเจ้าที่มี มักหายไปพร้อมกับสติ และ สตางค์ ไม่มีสตางค์ จึงเริ่มไร้สติ ไร้สติแล้วจึงสุดที่จะพบเห็นซึ่งปัญญา </p>
<p>&#160;&#160;&#160; เอนกายจนกายาติดแนบแผ่นฝาห้องนอน ก็พลันนึกตรึกตรองข้อความตามในหนังสือว่า เอ – ข้าพเจ้าน่าจะทำอะไรเสียสักอย่างเพื่อเรียก สตางค์และสติกลับคืนมาเสียบ้าง </p>
<p>&#160;&#160;&#160; คิดได้ดังนั้นพลันวางหนังสือลงไปกองรวมกับหนังสืออื่นอีกหลายเล่ม หยิบสมุดดินสอขึ้นมาจารจรด จดลงบนกระดาษสีขาวนวลเหมือนนมมารดา อันว่างเปล่า ได้อักษราบางอย่างมาประดับความว่างอันกล่าวไว้ข้างต้น เขียนไปราว สามสี่ – &#8211; ห้าบรรทัด นิ่งนึกและขบความคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเขียนอย่างอื่นๆ ต่อไปอีกหลายต่อหลายบรรทัด </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ค่ำคืนผ่านไปไวเหมือนเดิม ซึ่งวันนี้ก็ไม่ได้ไวไปกว่าเมื่อวันวาน เช้าวันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้านั่งอ่านต้นฉบับนิยายเรื่องล่า ที่ข้าพเจ้าเขียนจบไปอย่างสด ซึ่งมิทันหมาดน้ำหมึกเท่าไรนัก อ่านวนไปมาจนเริ่มเวียนหัวปวดตาเกรงว่าจะลามขยายไปถึงเนื้อตัว จึงเร่งยัดปึกกระดาษที่เปื้อนหมึกพิมพ์สีดำลงไปในซองเอกสารสีน้ำตาล โทรศัพท์หาใครบางคน </p>
<p><strong>ปลายสาย</strong> คู่สนทนาคือเกลอเก่าแก่แต่พองามของข้าพเจ้า เคยใช้สอยกันนักต่อนักในยามขัดสนจนปัญญาและเงินตรา อย่างหลังไอ้เกลอเก่าไม่ค่อยสะดวกใจให้ความช่วยเหลือนัก แต่ก็มักจิตใจโอนอ่อนด้วยวาทะคารมข้าพเจ้า</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;สวัสดียามเช้าสหาย ก-อู เอ้ย! ฉันมีเรื่องราวอยากนำเสนอ&quot; ข้าพเจ้าเปิดเกมอย่างเจนเวที</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ขณะนี้ไม่ว่าง! กรุณาติดต่อกลับมาใหม่&quot; จากนั้นมันวางสายอย่างมีชั้นเชิงเช่นเดียวกัน</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้ารับทราบคำตอบเช่นนั้น ก็หาได้รีรอ เข้าห้องน้ำผลัดผ้าเตรียมตัวออกไปหาคู่สนทนาที่เพิ่งจะตัดไมตรีมาไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น เรื่องแบบนี้จำต้องพูดจากันถึงเนื้อถึงตัว จึงจะได้เรื่องราว </p>
<p>ข้าพเจ้าเดินเท้าผ่านร้านค้าบ้านช่องแล้วอดมองตามแผงหนังสือมิได้ ข้าพเจ้าจึงหยุดยืนมองว่าขณะนี้มีเล่มใดไหนบ้างที่น่าสนใจ เห็นหนังสือเรียงรายเป็นชั้นๆ มีป้ายโฆษณาว่า อันนั้นขายดี อันนี้ได้รางวัล หรือไม่ก็ได้รับการยอมรับจากผู้ทรงคุณความรู้ที่รู้จักกันมากหลาย ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงคำเล่าเก่าแก่ของ ฮิวเมอริสต์มิได้</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ฮิวเมอริสต์คือใคร? ฮิวเมอริสต์หรือ ครูอบ ไชวสุ นักเขียนรุ่นเก่าคราวปู่ผู้เขียนเรื่องราวแนวขบขันจนพลันต้องขบคิดตามไปกับเรื่องราวบ้านเมืองและครัวเรือนที่ท่านเขียนสอดแทรกไว้อย่างแนบเนียน นามปากกาท่านได้มาแต่ตอนที่เป็นกลุ่มผู้จัดตั้งสำนักสุภาพบุรุษเมื่อ พศ.๒๔๗๒</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ศรีบางลำพู หรือเรียกอีกนามว่ากุหลาบ สายประดิษฐ์ได้ตั้งชื่อนี้ให้ท่านโดยหวังใจให้เขียนเรื่องราวชวนขันประดับบรรณพิภพ</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ฮิวเมอริสต์กล่าวว่าอย่างไร? ท่านไม่ได้กล่าว เพียงแต่เขียนเป็นเรื่องสั้นให้ข้าพเจ้าอ่านเอาไว้คิดเล่น เล่นยามว่าง</p>
<p><strong>ว่า</strong> – ภาพยนตร์ดีดีมากันเยอะแยะ คนไม่จำเป็นต้องเดินทางอพยพ จึงไม่ต้องการอ่านหนังสือระหว่างทาง ไม่ต้องอยู่ในเรือกในสวน ซึ่งไม่มีอะไรจะทำจะบันเทิงนอกจากการอ่านหนังสือ และประการท้าย หนังสืออ่านเล่นแนวตลาดเรื่องใหญ่ยาวประเภทผ่อนส่ง โดยออกขายเป็นชนิดแผ่นรายวันห้าสิบสตางค์ขนาดหนังสือข่าว ออกกันเต็มแผงหน้าร้าน จนหนังสือข่าวไม่มีที่จะวาง ถูกรุกขึ้นไปแขวนอยู่บนราวเป็นระนาวเหมือนของร้านชำ</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ไม่มีใครพิมพ์อ่านเล่นเป็นเล่มจนกว่าหนังสืออ่านเล่นเป็นแผ่นจะล้มระเนระนาดไปตามลำดับไหล่ ซึ่งคงกินเวลาอีกหลาย – หลายเดือน</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าท่องเที่ยวไปตามสำนักพิมพ์ทุกแห่ง ตั้งแต่เช้าจรดเย็น สำนักพิมพ์ของคนไทยอ้วน คนไทยผอม คนไทยขาว คนไทยดำ หมดสำนักพิมพ์ของคนไทยแล้ว เข้าเวิ้งนาครเขษม สำนักพิมพ์ของเจ๊กอ้วน เจ๊กผอม เจ๊กขาว (เจ๊กดำไม่มี) เจ๊กยิ้ม เจ๊กบึ้ง เจ๊กจองหอง เจ๊กพูดดี เจ๊กหน้าแดง (เป็นสีเลือด) น้อย เจ๊กหน้าแดง (เป็นสีเลือด) มาก สำนักยิงเล็ก สำนักยิวใหญ่</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ไม่มีใครรับซื้อเรื่องข้าพเจ้าไว้พิมพ์เลย อ้างว่ากระดาษยังแพงบ้าง ค่าทำปกแข็งสู้ไม่ไหวบ้าง ตลาดเต็มที่บ้าง คนเอาสตางค์ไปดูหนังเสียหมดบ้าง เอเย่นต์หัวเมืองโกงไปเยอะบ้าง สรุปว่าข้าพเจ้าเข้าใจผิดคิดพลาดอย่างใหญ่หลวง…</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าก็เช่นกัน อารมณ์ขณะนี้ไม่ต่างจากความคิดของคุณเอกพจน์ในเรื่องที่กรำเขียนหนังสือเพื่อค้าขายเอากำไรมาจุนเจือความหิวโหย ผิดเพียงแต่คุณเอกพจน์ใช้เวลาเขียนเรื่อง &quot;หล่อจริงนะดารา งามตาจริงแม่สาวเอย&quot; ถึงสามปี คำนวณวันเวลาการเขียนอย่างขบขันเป็นเวลาสามปี</p>
<p>&#160;&#160;&#160; นับตั้งแต่เหตุการณ์ไทยแพ้ญี่ปุ่น ไทยแพ้ฝรั่ง ไทยแพ้แขก ไทยแพ้เจ๊ก ตลอดจนไทยแพ้ฝรั่งเศส สรุปโดยรวมแล้ว จนถึงปัจจุบัน แม้ไทยกำลังจะแพ้ภัยกันเอง การเดินเท้าไปนำเสนอต้นฉบับงานเขียนก็ยังคงยากกว่าการกินดินเป็นอาหารเช่นเคย </p>
<p><strong>ในห้องทำงานเกลอเก่า</strong>&#160; เสียงพัดลมดังคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเล็กๆ ที่ต้องทำงานพร้อมกันอาจเป็นเพราะอย่างใดอย่างหนึ่งทำงานได้ไม่ดีพอ แต่ห้องก็เงียบพอให้รู้สึกอึดอัด&#160; เกลอบังเกิดเกล้านิ่งเงียบในท่ากอดหน้าอกตัวเองอยู่บนเก้าอี้ตรงกันข้ามกับข้าพเจ้า สีหน้าเคร่งขรึมแต่ไม่มากเท่าไร กระแอมไอเล็กน้อยก่อนกล่าวกับข้าพเจ้าว่า</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เอ็งก็ต้องสร้างจุดขาย&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ยังไง?&quot; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าถาม ทำนองสงสัยว่าจะเอาอะไรไปขายนอกจากตัวหนังสือ หน้าตาก็ไม่ได้ดีกว่าชาวบ้านร้านค้าทั่วไป สุ่มเสียงรึก็ขออย่าให้ได้ยินกันเลย จะพากันเลิกคบหากันเสียเปล่าๆ </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;อะไรก็ได้ ขอให้เป็นข่าว เอาแบบลงหน้าหนึ่งทีเดียวเชียว&quot; มันพูดอีกครั้ง ย้ำให้ว่าข้าพเจ้าต้องหาคำตอบให้ได้ในตอนนั้น</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;สงสัยต้องไปกระโดดน้ำที่สะพานพุทธเสียกระมัง?&quot; ข้าพเจ้าเย้ามันเล่น</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เออ! เข้าท่า&quot; มันดันรับลูก</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เฮ้ย! อั๊วเย้าเล่นดอก!&quot; ข้าพเจ้าเสียวสันหลังวาบ ความเย็นของน้ำจับไปถึงหัวใจ แม้จะยังไม่ได้โดดลงไปก็ตามที</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เอ็งเคยกระโดดน้ำอยู่นี่ ก่อนจะมาเป็นนักเขียน&quot; มันรับลูกไม่พอยังส่งเสริมลูกที่รับไว้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;นั่นมันกีฬาโว้ย!&quot; ข้าพเจ้ายังรู้สึกหนาว ๆ </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เออน่า ต่างกันตรงไหนเชียว เอ็งกระโดดน้ำ ตูม เปียก คนอื่นได้เหรียญทอง เอ็งไม่ได้อะไรเลย ตัวเปียกเสียเปล่า นี่- งานนี้ตัวเปียกไม่พอ ได้เรื่อง ออกข่าวหน้าหนึ่งไปเลย&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;แล้วยังไงต่อ?&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ก็ดังไงวะ คนพูดถึงกันแต่ชื่อลื้อ หนังสือพิมพ์เสร็จวางแผงเขาก็เห็นชื่อลื้อเขาก็จะหยิบไปอ่าน อยากอ่านความคิดของไอ้คนที่มันกระโดดน้ำตาย&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;นี่มันหลอกลวงชัดๆ&quot; ข้าพเจ้าพูด ตบโต๊ะดังปัง!</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เออ! หลอกลวง แล้วไงวะ – ความหิวสิของจริง มึงกินมันได้รึเปล่า ความหิวนะ?&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าสะอึก และมันพูดอะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวแผนการตลาดที่มันอ่านเอาจากหนังสือชวนเชื่อให้ทำการทำงานให้ร่ำรวย ใครก็อยากสบาย ใครก็อยากรวย และที่แน่นอน ทางลัดมักเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หลายครั้งรถรามักติดอัดกันอยู่ในทางลัดสายเดียว…</p>
<p>&#160;&#160;&#160; มืดลงทุกที ข้าพเจ้าเริ่มหิว และ นั่นเป็นความจริง </p>
<p><strong>ขณะนั้นหลายทุ่มแล้ว</strong> ไม่รู้ว่าเท่าไร เสียดายนาฬิกาจะสูญ เลยไม่ได้ผูกเอาไปโดดน้ำด้วย ถึงกันน้ำได้ก็จริง แต่กันลอกคราบไม่ได้ เดินเอื่อยเอื่อยไปทางสะพานพุทธยอดฟ้า ยิ่งใกล้ก็ยิ่งแน่วแน่ใจว่า พอถึงก็จะกระโดดตูมเลย </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ครั้นถึงเชิงสะพานพร้อมกันก็เห็นชายคนหนึ่งเดินเลี้ยวมาขึ้นสะพานพร้อมกัน สูงต่ำดำขาวปานปานข้าพเจ้า ซ้ำแต่งกายเหมือนกันอีก แต่เครื่องแต่งกายเอาเป็นเกณฑ์ไม่ได้ เพราะเดี้ยวนี้ผู้ชายไทยไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่เศรษฐีสงคราม โดยมากก็แต่งชุดเวสต์ป๊อยกันทั้งนั้น แต่งกันทุกวันในวันอาทิตย์ ไม่เว้นแม้วันอาทิตย์&#160; ข้าพเจ้าว่าจะทักเขาก่อนเพื่อบรรเทาความว้าเหว่ใจ&#160; โดยในบริเวณนั้นก็ดูเหมือนมีแต่เราสองคนกับสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าเท่านั้น แต่เป็นเขาเองที่ทักทายข้าพเจ้าก่อน</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;คุณจะไปไหนครับ?&quot; เขาถามขึ้น</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ผมจะไปโดดน้ำตาย!&quot; ข้าพเจ้าตอบเรียบเรียบ</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;อ๊ะ! ใจเดียวกันจริง ผมก็เหมือนกัน&quot; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; เราต่างเดินไปสู่กลางสะพาน</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เชิญคุณโดดก่อนสิครับ&quot; ข้าพเจ้าพูดขึ้นเพราะเห็นว่าอย่างน้อยควรสละพื้นที่ให้คนที่ต้องการมันจริงๆ หาได้กำมะลอเพราะต้องการสร้างข่าวอย่างข้าพเจ้า หรืออีกนัยหนึ่ง ข้าพเจ้าฉุกคิดขึ้นได้ว่า หากเขากระโดดลงไปแล้ว ข้าพเจ้ากระโดดตามไปช่วยขึ้นมา&#160; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; นั่นละประเด็น ข้าพเจ้าช่วยคนกระโดดน้ำตายก็เป็นข่าวได้เหมือนกัน คิดไปไม่ว่าทางไหนก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เชิญก่อนเถอะครับ คุณอาวุโสกว่า&quot; เขาพูด</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ยังไงก็ได้ ข้าพเจ้าเตรียมตัวมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว ข้าพเจ้าตอบเล่นสำนวนเขาไปบ้าง</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ดีเหมือนกัน ผมโดดก่อน เพราะความเดือดร้อนของผมดูท่าจะมากกว่าของคุณ ลาละครับ&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ครับ สวัสดี&quot; เขาตอบ</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าไม่รีรอ กระโดดลงไป เสียงดัง ตูม เต็มสองหูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าว่ายขึ้นมาเหนือผิวน้ำ เห็นเขายืนอยู่บนสะพาน ข้าพเจ้าโบกมือและตะโกนบอกเขาว่า</p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;หนาวครับ&quot;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; พูดจบข้าพเจ้ารู้สึกว่าขาข้าพเจ้ามันไม่ทำงาน ความเย็นกินข้าพเจ้าเข้าแล้ว ข้าพเจ้าอดหลับอดนอนมาหลายวันสำหรับนิยายเรื่องนี้ ร่างกายคงไม่พร้อมสำหรับการกระโดดน้ำ ‘ตายห่-า’ ข้าพเจ้าอยากพูดคำนี้อีกครั้ง แต่ร่างของข้าพเจ้าค่อยๆจมลงไปช้าๆ </p>
<p>&#160;&#160;&#160; มีแต่ความเงียบ และความมืด </p>
<p><strong>&quot;หนาวครับ&quot;</strong> ข้าพเจ้าคิด หวังว่าคงมีคนได้ยิน</p>
<p align="center">***</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong> : เนื้อหาบางส่วนในเรื่อง ยกมาจาก เรื่องสั้นเรื่อง ‘เอกพจน์บุรุษ์ที่หนึ่ง’ โดยในช่วงสุดท้ายได้ปรับเนื้อหาบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องราวในปัจจุบัน</p>
<p><strong><a href="http://kaawrowkaw3.wordpress.com/Documents%20and%20Settings/Administrator/Local%20Settings/Temp/WindowsLiveWriter-429641856/supfiles8999D4/book503.jpg"><img title="book50_thumb1" style="margin:0 25px 0 0;" height="240" alt="book50_thumb1" src="http://kaawrowkaw3.files.wordpress.com/2010/04/book50_thumb1.jpg?w=134&#038;h=240&#038;h=240" width="134" align="left" border="0" /></a> เอกพจน์บุรุษที่หนึ่ง</strong></p>
<p>รวมเรื่องสั้นบางเรื่องของฮิวเมอริสต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี ๒๕๒๙</p>
<p>งานเขียนเรื่องสั้นอารมณ์ขันสำนวนสวิง ขำกลิ่งและได้แง่คิด ทั้งระดับชาวบ้านร้านค้า หรือในระดับบ้านเมืองการเมือง&#160; ทั้งการใช้ภาษา และรูปแบบการนำเสนอ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าอ่านก่อนจะไม่มีโอกาสได้อ่าน </p>
<p>เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยที่มีใจรักการอ่าน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/415/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/415/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=415&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%96%e0%b8%b6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kaawrowkaw3.files.wordpress.com/2010/03/dzn_stuffwelikecompsq1_thumb.jpg?w=400&#38;h=100&#38;h=100" medium="image">
			<media:title type="html">dzn_stuff-we-likecompsq1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://kaawrowkaw3.files.wordpress.com/2010/04/book50_thumb1.jpg?w=134&#38;h=240" medium="image">
			<media:title type="html">book50_thumb1</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โจนาทาน ลิฟวิงสตัน นางนวล : ริชาร์ด บาก</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 May 2010 14:43:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือแปล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; โจนาทานคือชื่อของนกนางนวล &#160;&#160;&#160; นกนางนวลตัวหนึ่งซึ่งไม่ใคร่คิดที่จะขยับปีกโบยบินไปในท้องฟ้าด้วยท่วงท่าธรรมดาสามัญ นกนางนวลตัวหนึ่งซึ่งมองเห็นว่า&#160; ชีวิตที่ดำเนินไปในท้องฟ้านั้นมีอะไรให้ทำมากมายเกินกว่าแค่การหากิน และ การโบยบินในท่วงท่าที่เหมือนกัน &#160;&#160;&#160; อ่านเรื่องราวการฝึกบินของนกนางนวลตัวนี้จบแล้ว ข้าพเจ้าหยิบคว้าบางอย่างจากใต้ลมปีกอักษรออกมาสอบถามตนเองอย่างเงียบงัน &#160;&#160;&#160; ทำไม? &#160;&#160;&#160; &#34;ทำไมล่ะจอน ทำไม&#34; แม่ของเขาถาม &#34;ทำไมการทำตัวเหมือนนกตัวอื่นๆ ถึงได้ยากเย็นนัก ทำไมลูกถึงไม่ปล่อยให้เรื่องบินต่ำให้นกกระทุงกรือนกอัลบาทรอสล่ะ ทำไมลูกไม่กินอะไรซะบ้าง จอน ลูกน่ะผอมจนเหลือแต่กระดูกกับขนแล้วนะ &#160;&#160;&#160; &#34;ผมไม่ห่วงว่าจะเหลือแต่กระดูกกับขนหรอกครับ ทั้งหมดที่ผมอยากรู้คือผมทำอะไรได้บ้าง เวลาอยู่ในอากาศ เท่านั้นเองครับ ผมแค่อยากรู้เท่านั้น&#34; &#160;&#160;&#160; &#34;ฟังนี่ โจนาทาน&#34; พ่อของเขาพูดอย่างไม่ดุดันนัก &#34;อีกไม่นานก็ถึงฤดูหนาวแล้ว เรือหาปลาจะเหลือไม่กี่ลำ แล้วพวกปลาผิวน้ำก็จะว่ายลงน้ำลึก ถ้าลูกจะต้องเรียนรู้ ก็เรียนรู้เรื่องอาหารและวิธีหาอาหารซิ ไอ้เรื่องบินก็ดีอยู่หรอก แต่มันไม่อิ่มท้อง อย่าลืมเหตุผลที่ลูกบินก็คือเพื่อกิน&#34; &#160;&#160;&#160; โจนาทานพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง &#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าก็พยักหน้าเชื่อฟังคุณพ่อนางนวลเช่นกัน แม้ว่าความอยากรู้นั้นคือสิ่งหนึ่งซึ่งมีติดตัวคนเรามานับตั้งแต่กำเนิด แต่หน้าที่ก็มีส่วนพันผูก ถูกร้อยรัดตามมาด้วยเช่นกัน &#160;&#160;&#160; พื้นฐานความเป็นคนจึงมิพ้นต้องทำหน้าที่ตนให้แล้วสิ้นเสียก่อน เหมือนกับคนเราต้องกินข้าวปลาอาหารประทังชีวิต ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ หายใจเข้าออกรับอากาศเพื่อต่ออายุการใช้งานอวัยวะภายในร่างกาย &#160;&#160;&#160; เราไม่อาจวางหน้าที่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=414&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#160;</p>
<p><img title="P1010413" style="display:inline;border-width:0;" height="301" alt="P1010413" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010413.jpg?w=450&#038;h=301" width="450" border="0" /></p>
<p><strong>โจนาทานคือชื่อของนกนางนวล</strong> </p>
<p>&#160;&#160;&#160; นกนางนวลตัวหนึ่งซึ่งไม่ใคร่คิดที่จะขยับปีกโบยบินไปในท้องฟ้าด้วยท่วงท่าธรรมดาสามัญ นกนางนวลตัวหนึ่งซึ่งมองเห็นว่า&#160; ชีวิตที่ดำเนินไปในท้องฟ้านั้นมีอะไรให้ทำมากมายเกินกว่าแค่การหากิน และ การโบยบินในท่วงท่าที่เหมือนกัน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; อ่านเรื่องราวการฝึกบินของนกนางนวลตัวนี้จบแล้ว ข้าพเจ้าหยิบคว้าบางอย่างจากใต้ลมปีกอักษรออกมาสอบถามตนเองอย่างเงียบงัน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ทำไม? </p>
<p> <span id="more-414"></span>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ทำไมล่ะจอน ทำไม&quot; แม่ของเขาถาม &quot;ทำไมการทำตัวเหมือนนกตัวอื่นๆ ถึงได้ยากเย็นนัก ทำไมลูกถึงไม่ปล่อยให้เรื่องบินต่ำให้นกกระทุงกรือนกอัลบาทรอสล่ะ ทำไมลูกไม่กินอะไรซะบ้าง จอน ลูกน่ะผอมจนเหลือแต่กระดูกกับขนแล้วนะ </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ผมไม่ห่วงว่าจะเหลือแต่กระดูกกับขนหรอกครับ ทั้งหมดที่ผมอยากรู้คือผมทำอะไรได้บ้าง เวลาอยู่ในอากาศ เท่านั้นเองครับ ผมแค่อยากรู้เท่านั้น&quot; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ฟังนี่ โจนาทาน&quot; พ่อของเขาพูดอย่างไม่ดุดันนัก &quot;อีกไม่นานก็ถึงฤดูหนาวแล้ว เรือหาปลาจะเหลือไม่กี่ลำ แล้วพวกปลาผิวน้ำก็จะว่ายลงน้ำลึก ถ้าลูกจะต้องเรียนรู้ ก็เรียนรู้เรื่องอาหารและวิธีหาอาหารซิ ไอ้เรื่องบินก็ดีอยู่หรอก แต่มันไม่อิ่มท้อง อย่าลืมเหตุผลที่ลูกบินก็คือเพื่อกิน&quot; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; โจนาทานพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง</p>
<p>&#160;&#160;&#160; ข้าพเจ้าก็พยักหน้าเชื่อฟังคุณพ่อนางนวลเช่นกัน แม้ว่าความอยากรู้นั้นคือสิ่งหนึ่งซึ่งมีติดตัวคนเรามานับตั้งแต่กำเนิด แต่หน้าที่ก็มีส่วนพันผูก ถูกร้อยรัดตามมาด้วยเช่นกัน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; พื้นฐานความเป็นคนจึงมิพ้นต้องทำหน้าที่ตนให้แล้วสิ้นเสียก่อน เหมือนกับคนเราต้องกินข้าวปลาอาหารประทังชีวิต ต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ หายใจเข้าออกรับอากาศเพื่อต่ออายุการใช้งานอวัยวะภายในร่างกาย </p>
<p>&#160;&#160;&#160; เราไม่อาจวางหน้าที่ แล้วหยิบเอาความอยากรู้มาพิจารณาได้เพียงอย่างเดียว โจนาทานน้อยรับคำนางนวลบิดาอย่างว่าง่าย เรียนรู้การบินและกิน อย่างนางนวลทั่วไป และสุดท้ายความอยากรู้ก็กลับมาเรียกร้องบอกกล่าวกับโจนาทานอีกครั้ง </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ความมืด! เสียงก้องดังเตือนขึ้น นางนวลไม่บินในความมืด! </p>
<p>&#160;&#160;&#160; โจนาทานไม่สนใจฟัง ช่างสวยดี เขานึกในใจ พระจันทร์และแสงไฟสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับอยู่บนผิวน้ำ ส่องแสงเล็กๆบอกทางตลอดคืน และทุกอย่างช่างเงียบสงบและหยุดนิ่ง&#8230; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ลงมาซะ! นางนวลไม่บินในความมืด! ถ้าเธอถูกสร้างให้บินในความมืด เธอต้องมีตาของนกฮูก! ต้องมีความรู้เรื่องบินมากๆอยู่ในหัว ต้องมีปีกสั้นของเหยี่ยว! </p>
<p>&#160;&#160;&#160; นางนวลโจนาทานลิฟวิงสตันอยู่ที่นั่นกลางค่ำคืน สูงร้อยฟุตกลางอากาศ เขากระพริบตา ความเจ็บปวด คำมั่นสัญญาพลันหายวับ </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ปีกสั้น ปีกสั้นของเหยี่ยว!</p>
<p>&#160;&#160;&#160; นั่นคือคำตอบ ! ฉันมันโง่! แค่ต้องมีปีกสั้นๆ แค่ต้องพับปีกส่วนใหญ่ไว้ แล้วบินโดยใช้แค่ปลายปีก! </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ปีกสั้น!</p>
<p><img title="P1010416" style="display:inline;border-width:0;" height="301" alt="P1010416" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010416.jpg?w=450&#038;h=301" width="450" border="0" /></p>
<p><strong>นางนวลโจนาทานค้นพบคำตอบในหนึ่งบทเรียนว่า</strong> แท้จริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีพร้อมเหมือนใครอื่น เพียงเราสามารถค้นคิดพลิกแพลงจากสิ่งที่เรามี แม้แตกต่างในรูปร่างหน้าตาแต่ผลลัพธ์ย่อมเหมือนกัน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายบทเรียนต่อจากนั้น โจนาทานน้อยออกจากฝูงนางนวล และเดินทางเพียงเดียวดาย ก่อนจะพบเจอนางนวลสายพันธุ์ความคิดเดียวกันอีกหลายตัว </p>
<p>&#160;&#160;&#160; เหมือนได้พบเจอโลกใบใหม่จากโลกใบเดิม นั่นเองได้เพิ่มความมั่นใจให้นางนวลโจนาทานยิ่งขึ้นว่า นางนวลที่คิดแบบเขา ไม่ได้มีตัวเดียว </p>
<p>&#160;&#160;&#160; พวกเขาบินกอดเกี่ยวไปเป็นกลุ่ม ไปยังที่ซึ่งมีผู้อาวุโสแห่งการบินคอยชี้นำ ราวกับเป็นการฝึกฝนวรยุทธ์ในการบิน คล้ายประหนึ่งการออกบวชเพื่อค้นหาแก่นแท้ของการบิน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ร่างกายของเจ้าทั้งหมด ตั้งแต่ปลายปีกหนึ่งไปสุดอีกปลายปีกหนึ่ง&quot; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; โจนาทานมักพูดขึ้นในบางเวลา </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากความคิดของเจ้าเอง ซึ่งอยู่ในรูปที่เจ้ามองเห็นได้ เมื่อเจ้าตัดโซ่ตรวนแห่งความคิดออกไป ก็จะตัดโซ่ตรวนแห่งร่างกายออกไปด้วยเช่นกัน&quot; </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &#8216;ข้อจำกัด&#8217; จริงหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากความคิด ข้อนี้ข้าพเจ้าจำเป็นต้องระวังความคิดของตนเองให้ดี ด้วยเพราะคำว่า &#8216;ข้อจำกัด&#8217; นั้น ย่อมมีทั้งสิ่งที่แท้ และสิ่งที่เทียม </p>
<p>&#160;&#160;&#160; สิ่งที่แท้คืออะไร? คือขีดจำกัดทางกายภาพจริงหรือไม่ สิ่งเทียมคืออะไร? คือข้อผูกมัดที่ความนึกคิดของเราสร้างขึ้นมา ปรุงแต่งขึ้นด้วยอุปทานต่างๆ นานา </p>
<p>&#160;&#160;&#160; โจนาทานลิฟวิงตัน ค่อยๆ ไต่ระดับการบินขึ้นทีละขั้น ทีละความสูงต่อฟุตนั้น เขาได้เรียนรู้นับตั้งแต่การบินไปในโลกภายนอก และ การเดินทางท่องไปในโลกภายใน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; ใช้ความ &#8216;เข้าใจ&#8217; มิใช่ &#8216;ความศรัทธา&#8217; นั่นเป็นสิ่งที่ &#8216;เจียง&#8217; นางนวลอาวุโสได้บอกกล่าวในเรื่องของการบิน แต่สิ่งหนึ่งที่เจียงได้สอนให้กับโจนาทานในภายหลังจากที่เรื่องการบินของเขาเข้าขั้นสมบูรณ์แบบคือ.. </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เราเริ่มฝึกเรื่องกาลเวลากันได้เลยนะ ถ้าเจ้าต้องการ&quot; เจียงเอ่ยขึ้น </p>
<p>&#160;&#160;&#160; &quot;เมื่อใดที่เจ้าบินไปสู่อดีตและอนาคตได้ เจ้าจะพร้อมสำหรับการเรียนรู้ที่ยากที่สุด ทรงพลังที่สุด และ สนุกที่สุด เจ้าจะพร้อมสำหรับการบินที่สูงขึ้นไปอีก และได้เรียนรู้ความหมายของความเมตตา และ ความรัก&quot; </p>
<p><img title="P1010414" style="display:inline;border-width:0;" height="301" alt="P1010414" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010414.jpg?w=450&#038;h=301" width="450" border="0" /></p>
<p>&#160;&#160;&#160; เหนือยิ่งกว่าความสมบูรณ์แบบคือความเมตตา และ ความรัก </p>
<p>&#160;&#160;&#160; มองดูอย่างผิวเผินแล้ว โจนาทานลิฟวิงตันอาจเป็นเพียงเรื่องราวของนกนางนวลตัวหนึ่ง และอีกหลายตัวที่ต้องการข้ามขีดจำกัดของตนเองในเรื่องการบิน ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องราวต้นแบบของความกระหายอยากความสมบูรณ์แบบ </p>
<p>&#160;&#160;&#160; เพียงแต่คำพูดของเจียงเพียงไม่กี่บรรทัดนี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้มีอะไรที่น่าค้นหาครุ่นคิดมากไปกว่านั้น </p>
<p>&#160;&#160;&#160; นั่นทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเรื่องราวการกินข้าว แม้จะเป็นเรื่องราวปกติสามัญที่เราท่านล้วนปฏิบัติตามกันมาโดยไม่ต้องมีกลวิธีอะไรสลับซับซ้อน </p>
<p>&#160;&#160;&#160; แต่เราเองเคยตรองดูหรือไม่ว่า เราเคี้ยวข้าวได้ละเอียดเพียงใด เราอาจเพียงแค่ตักข้าวเข้าปากแล้วพอรู้รสของกับข้าวที่ผสมปนมาด้วยกัน แต่จริงหรือไม่ว่า นานเหลือเกินที่เราลืมไปแล้วว่า ข้าว มีรสอย่างไร</p>
<p>&#160;&#160;&#160; เรื่องราวการฝึกบินของโจนาทานทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า… เวลากินข้าว</p>
<p>&#160;</p>
<p>&#160;&#160;&#160; <strong>ควรเคี้ยวข้าวให้ละเอียด จึงรู้รสหวาน..</strong> </p>
</p>
<p>&#160;<img title="P1010420" style="display:inline;border-width:0;" height="673" alt="P1010420" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010420.jpg?w=450&#038;h=673" width="450" border="0" /> </p>
</p>
<p><strong><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010412.jpg"><img title="P1010412" style="display:inline;border-width:0;margin:0 25px 0 0;" height="199" alt="P1010412" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010412_thumb.jpg?w=154&#038;h=199" width="154" align="left" border="0" /></a></strong></p>
<p>โจนาทาน ลิฟวิงสตัน นางนวล    <br />ริชาร์ด บาก &#8211; เขียน     <br />รัสเซลล์ มันสัน &#8211; ภาพประกอบ     <br />นิรุบล สิริมงคล &#8211; แปล และ เรียบเรียง</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/414/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/414/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=414&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/05/28/%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9f%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010413.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">P1010413</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010416.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">P1010416</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010414.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">P1010414</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010420.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">P1010420</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/05/p1010412_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">P1010412</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>999 GALAXY EXPRESS by MATSUMOTO Leiji</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/03/28/999-galaxy-express-by-matsumoto-leiji/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/03/28/999-galaxy-express-by-matsumoto-leiji/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Mar 2010 14:03:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/03/28/999-galaxy-express-by-matsumoto-leiji/</guid>
		<description><![CDATA[999 GALAXY EXPRESS : by MATSUMOTO Leiji review by (…) ท่วงทำนองของการเดินทาง ซึ่งอาจเป็นบทเพลงอันยืดยาวและเชื่องช้าไม่รู้สิ้น ด้วยเพราะจักรวาลกว้างไกล และการคาดคำนวณของข้าพเจ้านั้นต้อยต่ำจนมิอาจล้วงรู้ถึงระยะทางจากต้นทางไปยังจุดปลายของขอบเขตเอกภพ หากแต่สถานอันเป็นหนแห่งดำรงตนของข้าพเจ้ากลับเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าแจ้งชัดจำจดไว้ได้มิลืมเลือน &#160; ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงนั้น ตรงที่นั่งแถวหลังสุดของตู้โดยสารท้ายสุด ม้านั่งไม้ยาวเก่าคร่ำหากแต่มันวาว ข้าพเจ้านั่งตรงนั้นตั้งแต่รถออกจากสถานี รถไฟสาย 999 ซึ่งออกเดินทางจากต้นสายจากที่แห่งใดแห่งหนึ่งไม่มีใครรู้ และมันจะไปสุดทางที่ดวงดาวจักรกล ดาวที่มีร่างกายจักรกลแจกฟรี คนจำนวนมากอยากได้ร่างกายเช่นนี้ ด้วยเพราะมันทำให้พวกเขามีอายุยืนยาว และจะได้สานต่อเรื่องราวที่อยากกระทำ แต่ร่างกายอันเป็นเลือดเนื้อของคนธรรมดาไม่อาจอำนวย พวกคนเหล่านั้นจึงเปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องจักรกล เท็ตสึโร่นั่งติดริมหน้าต่าง เขามักมองออกไปเบื้องนอกและตั้งคำถาม ดูเหมือนว่า หากรถไฟขบวนนี้ยังคงขับเคลื่อน ไปอีกเรื่อย ๆ คำถามจะมีมากมายพอ ๆ กับ จำนวนดวงดาวที่รถไฟสาย 999 เดินทางผ่าน ดวงดาวมากมายนั้นย่อมมีเรื่องราวนานาสลับซับซ้อนเช่นกัน เมื่อรถไฟแวะจอดเพื่อให้ผู้โดยสารได้พักผ่อน ก็มักมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น และบางครั้งข้าพเจ้าได้แต่นั่งมองจากหน้าต่างของตู้โดยสารขบวนสุดท้าย มีบ้างที่ข้าพเจ้าจะเดินเล่นเพื่อขจัดความเบื่อหน่าย หรือผ่อนคลายความอาการบางอย่างอันเกิดจากการเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดดำ และเมื่อเดินมายังตู้โดยสารที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้น เมเธลนั่งมองเท็ตสึโร่ตลอดเวลา และแม้ยามหลับเธอก็มักจะนอนหลับทีหลังเขา แรกเห็นคนทั้งสองข้าพเจ้าแอบคิดว่า ช่างเหมือนแม่กับลูกเสียมากกว่า ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงคิดเช่นนั้น เมเทลดูแลเท็ตสึโร่ตลอด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=405&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font color="#000000"></font><font face="tahoma" color="#000000" size="2">
<p align="right"><strong>999 </strong><strong>GALAXY EXPRESS : by MATSUMOTO Leiji </strong></p>
<p align="right">review by (…)</p>
<p>     </font><font face="tahoma" color="#000000" size="2">
</p>
<p><strong></strong></p>
<p>       <strong>ท่วงทำนองของการเดินทาง </strong>
</p>
<p><strong>ซึ่งอาจเป็นบทเพลงอันยืดยาวและเชื่องช้าไม่รู้สิ้น</strong> ด้วยเพราะจักรวาลกว้างไกล และการคาดคำนวณของข้าพเจ้านั้นต้อยต่ำจนมิอาจล้วงรู้ถึงระยะทางจากต้นทางไปยังจุดปลายของขอบเขตเอกภพ หากแต่สถานอันเป็นหนแห่งดำรงตนของข้าพเจ้ากลับเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าแจ้งชัดจำจดไว้ได้มิลืมเลือน</p>
<p>&#160;</p>
<p><img style="display:block;float:none;margin-left:auto;margin-right:auto;border-width:0;" height="619" src="http://public.bay.livefilestore.com/y1p_qMru84x9f69KhV8HT8K_Q2nzTUj5E5bEgZG1nq8QP8my6vKeCgVWog2NYVQRd4cGXqCRTF_O_BGyCw51KegUw/49-b-04.JPG" width="400" border="0" /></p>
<p><strong>ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงนั้น</strong> ตรงที่นั่งแถวหลังสุดของตู้โดยสารท้ายสุด ม้านั่งไม้ยาวเก่าคร่ำหากแต่มันวาว ข้าพเจ้านั่งตรงนั้นตั้งแต่รถออกจากสถานี</p>
<p>     </font><span id="more-405"></span><font color="#000000"></font><font face="tahoma" color="#000000" size="2"></font><font face="tahoma" color="#000000" size="2">
<p>รถไฟสาย 999 ซึ่งออกเดินทางจากต้นสายจากที่แห่งใดแห่งหนึ่งไม่มีใครรู้ และมันจะไปสุดทางที่ดวงดาวจักรกล ดาวที่มีร่างกายจักรกลแจกฟรี คนจำนวนมากอยากได้ร่างกายเช่นนี้ ด้วยเพราะมันทำให้พวกเขามีอายุยืนยาว และจะได้สานต่อเรื่องราวที่อยากกระทำ แต่ร่างกายอันเป็นเลือดเนื้อของคนธรรมดาไม่อาจอำนวย พวกคนเหล่านั้นจึงเปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องจักรกล</p>
<p>เท็ตสึโร่นั่งติดริมหน้าต่าง เขามักมองออกไปเบื้องนอกและตั้งคำถาม ดูเหมือนว่า หากรถไฟขบวนนี้ยังคงขับเคลื่อน ไปอีกเรื่อย ๆ คำถามจะมีมากมายพอ ๆ กับ จำนวนดวงดาวที่รถไฟสาย 999 เดินทางผ่าน </p>
<p>ดวงดาวมากมายนั้นย่อมมีเรื่องราวนานาสลับซับซ้อนเช่นกัน เมื่อรถไฟแวะจอดเพื่อให้ผู้โดยสารได้พักผ่อน ก็มักมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น และบางครั้งข้าพเจ้าได้แต่นั่งมองจากหน้าต่างของตู้โดยสารขบวนสุดท้าย มีบ้างที่ข้าพเจ้าจะเดินเล่นเพื่อขจัดความเบื่อหน่าย หรือผ่อนคลายความอาการบางอย่างอันเกิดจากการเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดดำ และเมื่อเดินมายังตู้โดยสารที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้น</p>
<p>เมเธลนั่งมองเท็ตสึโร่ตลอดเวลา และแม้ยามหลับเธอก็มักจะนอนหลับทีหลังเขา แรกเห็นคนทั้งสองข้าพเจ้าแอบคิดว่า ช่างเหมือนแม่กับลูกเสียมากกว่า ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงคิดเช่นนั้น เมเทลดูแลเท็ตสึโร่ตลอด ทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่ยามหลับนอน เท็ตสึโร่ก็ตอบแทนความห่วงใยของเมเทลด้วยดีตลอดมา </p>
<p>คนทั้งสองมีความผูกพันที่น่าชื่นชม สองชีวิตต่างก็ผ่านเรื่องราวหนักหนามามาก และการเดินทางยาวไกล การที่มีเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ย่อมเป็นของขวัญอันล้ำค่ามิใช่หรือ ?</p>
<p><img style="display:block;float:none;margin-left:auto;margin-right:auto;border-width:0;" height="150" src="http://rmyvbq.bay.livefilestore.com/y1p6DhThh_b05z7OA_TnQAhSV3xdZPT_y-ZzY0Idxpw3CuS00hMXEa48saXhXFbNnFcM3hb8lp8TTp2m5AD0Tf_u6IagfiKR5hl/49-b-03.JPG" width="400" border="0" /></p>
<p><strong>ข้าพเจ้ายังไม่เคยได้ใกล้ชิดพวกเขา</strong> อย่าว่าแต่ใกล้ชิดเลย ข้าพเจ้าแทบไม่เคยได้ลงจากรถไฟขบวนนี้เลย ก็จะให้ข้าพเจ้าลงไปทำไม ข้างนอกนั้นมีแต่อันตราย ดวงดาวแต่ละดวงที่รถไฟจอดพักมักมีความพิเศษจำเพาะ…</p>
<p>แน่นอนว่ามันไม่เหมาะกับร่างกายอันบอบบางของข้าพเจ้า เพราะมันช่างอ่อนแอเกินกว่าจะพาร่างนี้ออกไปผจญกับเรื่องราวแปลกประหลาดเหล่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่ภายในรถไฟยังคงเหมือนเดิม ตู้เสบียงก็มีอาหารส่งถึงท้องเสมอไม่เคยขาด </p>
<p>ข้าพเจ้าอยากไปถึงที่หมายโดยเร็ว จึงไม่สบอารมณ์นักที่รถไฟมักแวะพักตามดาวต่างๆ และบางครั้งหากผู้หญิงที่ชื่อเมเทลยังไม่ขึ้นมาบนรถไฟ ต่อให้เลยกำหนดเวลาในการจอดพัก รถไฟขบวนนี้ก็จะยังไม่ออกเดินทาง แต่หากลองเป็นข้าพเจ้าละ มันคงไม่รอเป็นแน่</p>
<p>ข้าพเจ้าจึงต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะกลัวว่าจะตกหล่นจากรถไฟขบวนนี้ ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องนั่งอยู่บนนี้ตลอดเวลา</p>
<p><img style="display:block;float:none;margin-left:auto;margin-right:auto;border-width:0;" height="278" src="http://public.bay.livefilestore.com/y1pRyEHcuYqJNPefnS-PTxCjzt1jrRhhsNZ0buUPCVWFP1NOtr_Jc7a_H7nWsoMW7UIeyeYNXbWa16W8NOIO9OoWw/49-b-05.JPG" width="400" border="0" /></p>
<p><strong>เสียงเจ้าหน้าที่คนนั้นวิ่งหอบมาแต่ไกล</strong> เขาแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่ารถไฟกำลังจะจอดที่ ‘ดาวแห่งทางเลือก’ ชายคนนี้ประหลาด ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นใบหน้าเขา และไม่เคยสักครั้งที่เห็นเขาเปิดให้เห็นสิ่งที่มืดมิดภายใน แต่ก็ช่างเถอะ นั่นมันเรื่องของเขา เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะกระทำ อย่างที่ไม่เป็นการเดือดร้อนกับคนอื่น ตราบเท่าที่เขายังทำหน้าที่ตนเองอย่างเต็มที่</p>
<p>ดาวแห่งทางเลือกเป็นยังไง ข้าพเจ้ารับฟังมาว่า ดาวแห่งนี้มีถนนมากมายพาดผ่านไปมาไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นจุดเริ่ม และตรงไหนเป็นจุดจบ เป็นดาวประหลาดที่มีทางให้เลือกเหลือเฟือ และที่ข้าพเจ้าชอบที่สุดก็คือบางสิ่งบางอย่างของที่นี่</p>
<p>บางครั้งหากเรามีชีวิตยืนยาวพอที่จะเดินทางไปบนถนนบนดาวนี้ เราอาจจะไม่สามารถพบปลายทางของถนนก็เป็นได้ เหมือนการลากเส้นเป็นเลขแปด เมื่อถึงที่สุดแล้ว เราก็จะไม่พบว่า ตรงไหนคือจุดเริ่ม และตรงไหนคือจุดจบของเส้น</p>
<p><strong>เอาละ</strong><strong>…</strong> ทีนี้ก็ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าต้องไปแล้ว ข้าพเจ้าเลือกเดินทางมากับรถไฟสายอวกาศเพราะต้องการมายังดวงดาวแห่งนี้ นั่นเอง ทำไมงั้นรึ ก็ดวงดาวที่ข้าพเจ้าจากมานั่นสิ ดาวแห่งนั้นมีทางให้เลือกน้อยเสียเหลือเกิน และ ทางเลือกส่วนใหญ่ก็มักถูกจับจอง และ ซื้อขายกันไปเสียทุกที่ ข้าพเจ้ายากจนเกินกว่าจะจับจ่ายให้กับทางเลือกเหล่านั้น</p>
<p>ดาวแห่งนี้มีทางเลือกมากมาย แต่ผิดแผกแตกต่างจากดาวที่ข้าพเจ้าจากมาคือ ทุกหนทางล้วนแล้วไม่ต้องจับจ่าย ขอเพียงท่านมีความตั้งใจในการเดินทางมาถึงที่แห่งนี้ ท่านก็จะมีทางเลือกอีกมากเหลือเฟือในการใช้เดินทาง มันต้องมีสักทางที่มันเหมาะกับท่าน ข้าพเจ้าคิดเช่นนั้นเสมอตลอดระยะเวลาการเดินทางอันยาวนาน</p>
<p>รถไฟเทียบชานชลาแล้ว ข้าพเจ้าต้องลุกจากไปเสียที พอกันทีสำหรับการเดินทางบนรถไฟสายนี้ รถไฟอวกาศที่วันคืนผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน ด้วยเพราะในห้วงอวกาศไม่มีแม้กลางวันกลางคืน ไม่มีเวลาเช้าหรือเย็น มีเพียงเสียงเครื่องจักรที่สับไหวขึ้นลง ฉืบ! ฉับ! </p>
<p><img style="display:block;float:none;margin-left:auto;margin-right:auto;border-width:0;" height="251" src="http://public.bay.livefilestore.com/y1pTxJGgP0jDWYn0u3r-mPugHO9XyuZMetrrc4XwE5A6qJjNS9EfHggvznRr0BbZKMGazuuG4dy6Mf9aJyAhyrdUA/49-b-06.JPG" width="400" border="0" /></p>
<p><strong>เท็ตสึโร่มองออกมานอกหน้าต่างเหมือนเดิม</strong> ดวงตาของเขาอ่อนโยนคล้ายจะกล่าวคำลากับข้าพเจ้า เขาเป็นคนมีน้ำใจกับใครที่ไม่รู้จักก็มากมาย ส่วนตัวข้าพเจ้าเองขณะนั้น ก็ได้แต่ยืนมองเขา มันคงเหมือนการกล่าวคำอำลา เป็นคำอำลาที่เงียบงันที่สุดในเอกภพ คนทั้งสองยังคงต้องเดินทางอีกยาวไกล และจะว่าไปแล้ว ข้าพเจ้าเองก็หาได้คิดว่าชานชลาแห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของการเดินทาง </p>
<p>นี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งของการเดินทาง ชีวิตคนเราต่างก็ต้องเดินทางตลอดเวลา แม้ในยามที่นั่งนิ่งสงบ แต่ภายในก็หาได้หยุดที่จะย่ำไปข้างหน้า เท่าที่ตามองถึง </p>
<p>และ…</p>
<p><strong>ความครุ่นคิดทำงานอย่างเครื่องจักรกลที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย</strong></p>
<p><img style="display:block;float:none;margin-left:auto;margin-right:auto;border-width:0;" height="771" src="http://rmyvbq.bay.livefilestore.com/y1pIK9WzMlobkKpbkBexltJPJIlECaKFpsGooLNE78XnUheaNXJJGLneSsfxh1Epn6tYPE6p1U0qPSgJLrvrMMkkDNIF-RA-Grx/49-b-02.JPG" width="400" border="0" /><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p>     </font>
<div align="justify">
<table style="width:450px;" cellspacing="0" cellpadding="20" width="460" border="3">
<tbody>
<tr>
<td width="454" bgcolor="#eeeee0"><img style="display:inline;border-width:0;margin:0 20px 0 0;" height="216" src="http://rmyvbq.bay.livefilestore.com/y1psWB99HhZkR8LjqNrog7g0KMzL4iU2_Z-7ayzajn_G1mBta5K_cVDkzNDINbyyJFIxDFUEi9A-ZMNMQJ_XxAHjVlnmPyDdCyN/49-b-01.JPG" width="150" align="left" border="0" />
<p><b>รถด่วนอวกาศ 999</b> (ญี่ปุ่น: 銀河鉄道999 Ginga Tetsudō Surī Nain ?) (อังกฤษ: Galaxy Express 999) </p>
<p>เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นของเลจิ มัตซึโมโตะ ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2520 จำนวน 21 เล่ม ต่อมาได้ถูกสร้างเป็นอะนิเมะ ละครวิทยุ และละครเพลง ในประเทศไทยตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2525 (ก่อนที่จะมีลิขสิทธิ์การ์ตูน) </p>
<p>โดยสำนักพิมพ์เสริมมิตร แต่พิมพ์ได้เพียง 3 เล่ม ก็เลิกไป ในปีเดียวกัน สำนักพิมพ์สมปรารถนานำไปจัดพิมพ์ต่อ โดยทีมงานชุดเดิมเป็นผู้จัดทำ จนถึงเล่ม 16 ก็หยุดพิมพ์โดยไม่จบเรื่อง [1] จากนั้นได้ตีพิมพ์ภายใต้ลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ เมื่อ พ.ศ. 2549</p>
<p><strong>ข้อมูล จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="454" bgcolor="#eeeee0"><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/03/story2_matsumoto.jpg"><img title="story-2_Matsumoto" style="display:inline;border-width:0;margin:0 20px 0 0;" height="116" alt="story-2_Matsumoto" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/03/story2_matsumoto_thumb.jpg?w=150&#038;h=116" width="150" align="left" border="0" /></a>
<p><b>มัตสึโมโตะ เรจิ</b><b></b></p>
<p>เกิดที่เมืองโอคุระ ในคิตะคิงชู เมื่อวันที่ ๒๕ ก.ค. ปีโชวะที่ ๑๓ เลือดกรุ๊ป B </p>
<p>ผลงานเรื่องแรก คือ “ผึ้งน้อยผจญภัย” ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ “มังกะโชเน็น” ฉบับเดือน ก.พ. ปีโชวะที่ ๒๙ ในฐานะผลงานที่ได้รับ “รางวัลนักเขียนการ์ตูนหน้าใหม่ครั้งที่ ๑ “ </p>
<p>หลังจากนั้นเขาก็มีบทบาททั้งในการเขียนการ์ตูนแนววิทยาศาสตร์ และ แนวการต่อสู้ชีวิต ในปีโชวะที่ ๕๓ ผลงานเรื่อง “รถด่วนอวกาศ ๙๙๙” และ “ ซีรี่ส์ การ์ตูน สนามรบ” ได้รับรางวัลของโชกาคุคัง</p>
<p><strong>ข้อมูลจาก ปกหลังหนังสือ</strong></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table></div>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/405/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/405/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=405&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/03/28/999-galaxy-express-by-matsumoto-leiji/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://public.bay.livefilestore.com/y1p_qMru84x9f69KhV8HT8K_Q2nzTUj5E5bEgZG1nq8QP8my6vKeCgVWog2NYVQRd4cGXqCRTF_O_BGyCw51KegUw/49-b-04.JPG" medium="image" />

		<media:content url="http://rmyvbq.bay.livefilestore.com/y1p6DhThh_b05z7OA_TnQAhSV3xdZPT_y-ZzY0Idxpw3CuS00hMXEa48saXhXFbNnFcM3hb8lp8TTp2m5AD0Tf_u6IagfiKR5hl/49-b-03.JPG" medium="image" />

		<media:content url="http://public.bay.livefilestore.com/y1pRyEHcuYqJNPefnS-PTxCjzt1jrRhhsNZ0buUPCVWFP1NOtr_Jc7a_H7nWsoMW7UIeyeYNXbWa16W8NOIO9OoWw/49-b-05.JPG" medium="image" />

		<media:content url="http://public.bay.livefilestore.com/y1pTxJGgP0jDWYn0u3r-mPugHO9XyuZMetrrc4XwE5A6qJjNS9EfHggvznRr0BbZKMGazuuG4dy6Mf9aJyAhyrdUA/49-b-06.JPG" medium="image" />

		<media:content url="http://rmyvbq.bay.livefilestore.com/y1pIK9WzMlobkKpbkBexltJPJIlECaKFpsGooLNE78XnUheaNXJJGLneSsfxh1Epn6tYPE6p1U0qPSgJLrvrMMkkDNIF-RA-Grx/49-b-02.JPG" medium="image" />

		<media:content url="http://rmyvbq.bay.livefilestore.com/y1psWB99HhZkR8LjqNrog7g0KMzL4iU2_Z-7ayzajn_G1mBta5K_cVDkzNDINbyyJFIxDFUEi9A-ZMNMQJ_XxAHjVlnmPyDdCyN/49-b-01.JPG" medium="image" />

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/03/story2_matsumoto_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">story-2_Matsumoto</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เพื่อนยาก : of mice and men : จอห์น สไตน์เบ็ก</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81-of-mice-and-men-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81-of-mice-and-men-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 Jan 2010 08:48:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือแปล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81-of-mice-and-men-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[&#160; เพื่อนยาก : of mice and men จอห์น สไตน์เบ็ก : เขียน ประชา อัตตธร : แปล &#8211; สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์บุ๊คส์ &#8211; พิมพ์ครั้งที่ แปด แก่นแท้แห่งมิตรภาพ ความไฝ่ฝันร่วมกันถึงที่ดินทำกินและชีวิตวันพรุ่งที่ดีกว่า เสียงโยนเกือกม้าดังอยู่ข้างนอกนั่น กันได้ยินมันแทบทุกวัน มันเป็นอะไรบางอย่างที่พวกเขามักชอบทำกันเสมอเวลาเว้นว่างจากการทำงาน&#160; ซึ่งกันเองไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นเกมแบบไหน แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนว่าเมื่อใครบางคนโยนมันให้เขาไปคล้องที่หมุด เขาจะมีสิทธิ์ในการแย้มยิ้ม หัวร่อ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือกระโดดโลดเต้น มันน่าสงสัยอยู่เหมือนกันสำหรับอาการเหล่านั้น แต่-กันก็แก่มากเหลือเกินกว่าที่จะเอาเวลาที่เหลือน้อยนิดของกันไปครุ่นคิดใส่ใจเรื่องแบบนั้น มันไม่มีเรี่ยวแรงด้วยละ &#8211; ส่วนหนึ่ง คงมีเพียงแคนดี้คนเดียวเท่านั้นกระมังที่ไม่เล่นเกมแบบนี้ วันทั้งวันเขาจะต้องทำความสะอาดโรงนาแห่งนี้ ส่วนกันก็คอยเดินตามเขาหรือนำเขาบ้างในบางครั้ง เงาของกันและแคนดี้แทบจะไม่เคยพรากจากกัน มันเป็นเวลายาวนานเท่าไรนั้น กันก็จดจำเวลาไม่ได้ถนัด ก็ควรจะเริ่มนับตั้งแต่ที่กันจำความได้นั่นละ ตอนนั้นกันยังเล็กอยู่เลย พอรู้ตัวอีกที กันก็แก่กว่าแคนดี้มาก ส่วนเขาก็ดูอ่อนแอลง ที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันสมัยก่อนเป็นต้องลืม ๆ กันไปเสียบ้าง วันนี้มีคนแปลกหน้าสองคน คนหนึ่งตัวเล็กแต่ท่าทางเอาเรื่องเหมือนกัน เห็นว่าชื่อ จอห์น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=401&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[</p>
<p>&#160;</p>
</p>
</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/img054.jpg"><img title="IMG054" style="display:inline;border-width:0;" height="244" alt="IMG054" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/img054_thumb.jpg?w=152&#038;h=244" width="152" border="0" /></a> </p>
<p><strong><font color="#c10000">เพื่อนยาก : of mice and men</font></strong></p>
<p>จอห์น สไตน์เบ็ก : เขียน</p>
<p>ประชา อัตตธร : แปล &#8211; สำนักพิมพ์ สร้างสรรค์บุ๊คส์ &#8211; พิมพ์ครั้งที่ แปด</p>
<p><strong>แก่นแท้แห่งมิตรภาพ ความไฝ่ฝันร่วมกันถึงที่ดินทำกินและชีวิตวันพรุ่งที่ดีกว่า</strong></p>
</p>
<hr align="center" width="100%" noshade="noshade" size="3" />
<p><strong>เสียงโยนเกือกม้าดังอยู่ข้างนอกนั่น</strong> กันได้ยินมันแทบทุกวัน มันเป็นอะไรบางอย่างที่พวกเขามักชอบทำกันเสมอเวลาเว้นว่างจากการทำงาน&#160; ซึ่งกันเองไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นเกมแบบไหน แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนว่าเมื่อใครบางคนโยนมันให้เขาไปคล้องที่หมุด เขาจะมีสิทธิ์ในการแย้มยิ้ม หัวร่อ หรือยิ่งไปกว่านั้นคือกระโดดโลดเต้น</p>
<p> <span id="more-401"></span>
<p>มันน่าสงสัยอยู่เหมือนกันสำหรับอาการเหล่านั้น แต่-กันก็แก่มากเหลือเกินกว่าที่จะเอาเวลาที่เหลือน้อยนิดของกันไปครุ่นคิดใส่ใจเรื่องแบบนั้น มันไม่มีเรี่ยวแรงด้วยละ &#8211; ส่วนหนึ่ง</p>
<p>คงมีเพียงแคนดี้คนเดียวเท่านั้นกระมังที่ไม่เล่นเกมแบบนี้ วันทั้งวันเขาจะต้องทำความสะอาดโรงนาแห่งนี้ ส่วนกันก็คอยเดินตามเขาหรือนำเขาบ้างในบางครั้ง เงาของกันและแคนดี้แทบจะไม่เคยพรากจากกัน</p>
<p>มันเป็นเวลายาวนานเท่าไรนั้น กันก็จดจำเวลาไม่ได้ถนัด ก็ควรจะเริ่มนับตั้งแต่ที่กันจำความได้นั่นละ ตอนนั้นกันยังเล็กอยู่เลย พอรู้ตัวอีกที กันก็แก่กว่าแคนดี้มาก ส่วนเขาก็ดูอ่อนแอลง ที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันสมัยก่อนเป็นต้องลืม ๆ กันไปเสียบ้าง</p>
<p>วันนี้มีคนแปลกหน้าสองคน คนหนึ่งตัวเล็กแต่ท่าทางเอาเรื่องเหมือนกัน เห็นว่าชื่อ จอห์น &#8211; จอห์น มิลตัน หมอรู้ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่หมอกระทำต่อคนอื่นดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมิตรกับใครเท่าไรนัก จะมีก็แต่กับเจ้าคนตัวโตอีกคนนั่นละ ถ้ากันจำไม่ผิดหมอชื่อ เลนนี่ </p>
<p>เลนนี่ สมอลล์ ชื่อหมอเหมือนจะเล็ก แต่หมอนั่นนะตัวโต ตัวโตเสียเปล่า แต่กันมองออกว่าหมอนะไม่เต็มเหมือนคนทั่วไป หมอออกจะพิเศษ แต่ก็ดูเป็นคนดีนะ แคนดี้ก็ยังว่าแบบนั้น</p>
<p><strong>หมอมากันสองคน</strong> แน่นอน ไม่ค่อยมีใครเดินทางกันสองคนในยุคสมัยนี้หรอก ยุคนี้ไม่มีใครไว้ใจใครได้สักคน ทุกคนอยู่ในที่เดียวกัน แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนักนอกเสียจากเรื่องงาน หรือถ้าจะสุมหัวกันทีก็ต้องเชื่อมโยงกันด้วยเกมการแข่งขัน และตรงนั้นละ มันก็มักจะจบลงด้วยการก่อเกิดคนแพ้และชนะ</p>
<p>ไม่มีใครอยากพ่ายแพ้ตลอดเวลา แต่ชัยชนะมันก็ไม่ได้มาโดยง่าย การมีชีวิตอยู่ก็เหมือนกัน เห็นว่าเมื่อไม่นานนี้หมาของสลิมหัวหน้าคนคุมล่อออกลูกมาหลายตัว ถ้ากันจำไม่ผิดน่าจะเก้าตัว แต่นายสลิมหมอจับกดน้ำเน่าไปสี่ตัว เหลือเพียงห้าตัว</p>
<p>มันจำเป็น-นายสลิมว่าอย่างนั้น คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย เก้าตัวสำหรับหมาตัวเมียมันมากเกินกว่าจะดูแล&#160; พวกเขาเลยตัดสินว่าพวกมันไม่สมควรมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างความลำบากให้กับแม่ของมัน นั้นอาจเป็นสิ่งถูกต้องที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด ผู้ที่แข็งแรงกว่า ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าย่อมสามารถชี้นำหรือกำจัดอะไรก็ตามที่หมดประโยชน์ หรือเห็นว่าสิ่งนั้น ๆ เป็นปัญหา</p>
<p>กันเองที่อายุมากขนาดนี้ก็คงไม่พ้นว่าสักวันจะต้องถูกจัดการอะไรบางอย่าง แต่แคนดี้ไม่เคยแสดงอาการแบบนั้นให้เห็นเลย เราผูกพันกันมากเสียจนเกินกว่าจะเอาเรื่องราวของผลประโยชน์มาตัดสินในการมีอยู่หรือดับสูญ</p>
<p>“ให้เจ้าคอหักสิ อ้ายหมาบ้านี้มันเหม็นฉิบหายเลย”</p>
<p>นั่นก็เสียงเจ้าคาร์ลสัน ตะหมอเข้ามาในห้องนี้ทีไรเป็นต้องส่งเสียงดังเสมอ และแคนดี้ก็ดูท่าทางไม่ค่อยชอบใจเจ้าหมอนี้เสียด้วยสิ กันเองก็เช่นกัน หมอชอบพูดเสียงเสมอเรื่องกลิ่นเหม็นๆ กันกับแคนดี้ต่างหากที่ต้องบ่นเรื่องนี้กับหมอ เพราะปากเหม็นๆของหมอนี่ละที่ทำให้กันต้องตื่นขึ้นมาดูเสมอ แล้วแคนดี้ก็พูดตอบหมอไปว่า</p>
<p>“กันอยู่กับมันมาเสียจนชิน จนไม่ได้กลิ่นว่ามันเหม็น”</p>
<p>แคนดี้พูดถูก กันเห็นพ้องด้วย เพราะในห้องขณะนั้นมีทั้งจอห์น ทั้ง สลิม พวกเขาไม่เห็นมีใครบ่นโวยวายเลยว่ามีอะไรที่มันเหม็นได้ขนาดนั้น แต่เจ้าคาร์ลสันมันก็ยังไม่ยอมลดละ มันยังคงตะแบงเสียงมายังกัน ให้ห่ากินตะหมอนี่มันจะอะไรกับกันนักหนา เหมือนว่าหมอกำลังพูดอะไรอีกมากมายกับแคนดี้ </p>
<p>สลิมเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไร แต่หมอก็ออกความเห็น และเมื่อแคนดี้รับฟังสิ่งที่สลิมพูด ดูเหมือนว่าแคนดี้จะหันหลังให้กับทุกคนในห้อง กันเห็นเจ้าคาร์ลสันไปที่เตียงนอนของมัน หยิบอะไรบางอย่างออกมา ไอ้สิ่งหมอหยิบออกมานะกันเคยเห็นเหมือนกัน แม้กันจะมีหน้าที่ดูแลแกะ แต่ว่าไอ้สิ่งนั้นมันก็เคยแผดเสียงคำรามจนกันต้องวิ่งเตลิดไปหาที่ซุกหัว</p>
<p>หมอเดินมาทางกันแล้วแต่กันแล้ว จากนั้นหมอก็ล้วงเอาสายหนังออกมาจากกระเป๋า จากนั้นนำมันมาคล้องคอกัน </p>
<p>“มา ไปกันเถอะ” เสียงของหมอที่พูดกับกันฟังดูอ่อนโยนขึ้น จากนั้นกันก็ค่อยยันตัวขึ้นจากที่นอน แคนดี้นอนนิ่งไม่พูดคุยกับใครอีกเลย ส่วนสลิมก็พูดกับคาร์ลสันสองสามประโยค ก่อนที่กันกับหมอจะเดินออกจากห้อง กันเดินไปกับหมอผ่าเข้าไปในความมืดมิด และเมื่อหมอหยุด กันก็หยุดด้วยเช่นกัน</p>
<p>ขณะนั้นเอง ที่กันรู้สึกถึงความเยียบเย็นเหน็บหนาวที่ประทับลงตรงต้นคอของกัน </p>
<p>วินาทีนั้น <strong>กันคิดถึงแคนดี้</strong></p>
<p>&#160;</p>
</p>
<hr align="center" width="100%" noshade="noshade" size="3" />
<p><strong>บทประทับใจในเรื่อง</strong></p>
<p>“หมอเป็นคนดี” สลิมว่า “คนดีไม่จำเป็นต้องมีความคิดมากนักดอก กันเห็นว่า ที่เป็นๆอยู่น่ะ ดูมันจะตรงกันข้ามเสียด้วย ลองนึกถึงอ้ายคนที่มันแคล่วคล่องว่องไวดูซี โดยมากก็มักไม่ใช่คนดีอะไร”</p>
<hr align="center" width="100%" noshade="noshade" size="3" />
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/401/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/401/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=401&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/15/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81-of-mice-and-men-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/img054_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">IMG054</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Book review  : ดอกฝนบานในวันหยุด</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2010 16:14:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[รวมบทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[ขณะเวลานี้คือเวลาที่ดอกฝนเบ่งบานระใบไม้เขียว เป็นยามที่ผู้เขียนเอนตัวพักกายผ่อนอารมณ์ใต้เรือนระแนงไม้ อีกทั้งเป็นวันหยุดวันหนึ่งในอีกหลายวันที่ฝนพรมลงมาให้ความชุ่มเย็นเป็นช่วงๆ (ช่วงๆ หมายถึง เป็นระยะๆ มิใช่หมีแพนด้า) สำหรับใครหลายคนที่ชอบการเดินทางไปไหนต่อที่ไหนในวันหยุด หรือการได้หยุดคือการเดินทาง ฝนอาจเป็นมารร้ายและตัวอิจฉาที่คอยหลอกหลอนผู้คนที่รักที่แจ้งต้องขุ่นข้องหมองจิต มนุษย์ที่รักการเคลื่อนไหวน้อยอย่างข้าพเจ้าจึงดูจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่โชคดีสำหรับห้วงยามฉ่ำเย็นนี้ หยุดหนนี้(อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาติดต่อกัน) ข้าพเจ้าจึงพกพาหนังสือหนังหากลับมาอ่านที่รังนอนบ้านเกิดสามเล่ม เป็นเล่มที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบและที่อยากอ่านเล่นทบทวนบางสิ่งบางอย่างเพื่อใช้ขีดเขียนเรื่องราวอื่นๆไปอีก &#160; เล่มแรกที่จะหยิบมาพูดถึงเป็นหนังสือเก่า เล่มนี้ไม่ได้หยิบมาจากกรุงเทพ แต่บังเอิญค้นเจอในห้องเก็บหนังสือที่บ้าน เป็นหนังสือที่เคยอ่านนานมาแล้ว ก่อนนั้นเคยเขียนแนะนำหนังสือเรื่อง “โสกไผ่ใบข้าว” เป็นเรื่องราวของ เด็กหญิงชาวอีสานและห้วงยามการเจริญเติบโตของต้นข้าว ประเพณีที่ร้อยประสานไปกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นกลิ่นนาไร่ (เมื่อไม่นานมานี้เดินผ่านชั้นหนังสือเห็นแวบๆว่าออกภาคสองแล้ว) เรื่องนี้ที่กำลังจะเอ่ยถึง เคยอ่านก่อนเล่มที่ว่ามาข้างต้น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับข้าวเหมือนกัน แต่เป็นการเล่าเรื่องข้าวที่เป็น “ข้าวของพ่อ” พ่อของผู้เขียนและพ่อของปวงประชาชาวไทย บรรยากาศออกไปในแนวเรื่องเล่ามากกว่าเป็นเรื่องราวอย่าง “โสกไผ่ใบข้าว” แต่ก็ถือได้ว่าอ่านแล้วสบายใจเพราะภาษาไม่ซับซ้อนสวิงสวายปวดหัว ข้าวของพ่อ โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย เรื่องราวดีๆที่ผูกพันกับวิถีชีวิตไทย สำนักพิมพ์ ดีเอ็มจี ข้าวของพ่อเป็นเรื่องเล่ากึ่งสารคดี มีทั้งสิ้น ๑๕ ตอน รวมหน้าทั้งหมด ๑๕๕ หน้า อ่านไม่นานเพราะหนังสือตัวใหญ่ ไม่ปวดตาและได้ความรู้ เป็นความรู้ที่ลูกคนหนึ่งนั่งคุยนั่งถามเรื่องราวเกี่ยวกับข้าวต่อผู้เป็นพ่อ พ่อในเรื่องได้บอกเล่าถึงที่มาของข้าว คุณประโยชน์ เรื่องราวของพระแม่โพสพความเชื่อต่อข้าวในวิถีชีวิต ตลอดจนการแปรรูปข้าวให้เป็นอาหารขนมต่างๆมากมาย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=398&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b></b></p>
<p><b>ขณะเวลานี้คือเวลาที่ดอกฝนเบ่งบานระใบไม้เขียว</b> เป็นยามที่ผู้เขียนเอนตัวพักกายผ่อนอารมณ์ใต้เรือนระแนงไม้ อีกทั้งเป็นวันหยุดวันหนึ่งในอีกหลายวันที่ฝนพรมลงมาให้ความชุ่มเย็นเป็นช่วงๆ (ช่วงๆ หมายถึง เป็นระยะๆ มิใช่หมีแพนด้า)</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image0022.jpg"><img title="clip_image002" style="display:inline;border-width:0;" height="503" alt="clip_image002" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002_thumb1.jpg?w=454&#038;h=503" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b>สำหรับใครหลายคนที่ชอบการเดินทางไปไหนต่อที่ไหนในวันหยุด</b> หรือการได้หยุดคือการเดินทาง ฝนอาจเป็นมารร้ายและตัวอิจฉาที่คอยหลอกหลอนผู้คนที่รักที่แจ้งต้องขุ่นข้องหมองจิต</p>
<p>มนุษย์ที่รักการเคลื่อนไหวน้อยอย่างข้าพเจ้าจึงดูจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่โชคดีสำหรับห้วงยามฉ่ำเย็นนี้</p>
<p>หยุดหนนี้(อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาติดต่อกัน) ข้าพเจ้าจึงพกพาหนังสือหนังหากลับมาอ่านที่รังนอนบ้านเกิดสามเล่ม เป็นเล่มที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบและที่อยากอ่านเล่นทบทวนบางสิ่งบางอย่างเพื่อใช้ขีดเขียนเรื่องราวอื่นๆไปอีก</p>
<p>&#160;</p>
<p> <span id="more-398"></span>
<p>เล่มแรกที่จะหยิบมาพูดถึงเป็นหนังสือเก่า เล่มนี้ไม่ได้หยิบมาจากกรุงเทพ แต่บังเอิญค้นเจอในห้องเก็บหนังสือที่บ้าน เป็นหนังสือที่เคยอ่านนานมาแล้ว ก่อนนั้นเคยเขียนแนะนำหนังสือเรื่อง “โสกไผ่ใบข้าว” เป็นเรื่องราวของ เด็กหญิงชาวอีสานและห้วงยามการเจริญเติบโตของต้นข้าว ประเพณีที่ร้อยประสานไปกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นกลิ่นนาไร่ (เมื่อไม่นานมานี้เดินผ่านชั้นหนังสือเห็นแวบๆว่าออกภาคสองแล้ว)</p>
<p>เรื่องนี้ที่กำลังจะเอ่ยถึง เคยอ่านก่อนเล่มที่ว่ามาข้างต้น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับข้าวเหมือนกัน แต่เป็นการเล่าเรื่องข้าวที่เป็น “ข้าวของพ่อ” พ่อของผู้เขียนและพ่อของปวงประชาชาวไทย บรรยากาศออกไปในแนวเรื่องเล่ามากกว่าเป็นเรื่องราวอย่าง “โสกไผ่ใบข้าว” แต่ก็ถือได้ว่าอ่านแล้วสบายใจเพราะภาษาไม่ซับซ้อนสวิงสวายปวดหัว</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image0042.jpg"><img title="clip_image004" style="display:inline;border-width:0;margin:0 10px 0 0;" height="180" alt="clip_image004" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004_thumb1.jpg?w=184&#038;h=180" width="184" align="left" border="0" /></a></p>
<p><b>ข้าวของพ่อ</b> โดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย</p>
<p>เรื่องราวดีๆที่ผูกพันกับวิถีชีวิตไทย</p>
<p>สำนักพิมพ์ ดีเอ็มจี</p>
<p>ข้าวของพ่อเป็นเรื่องเล่ากึ่งสารคดี มีทั้งสิ้น ๑๕ ตอน รวมหน้าทั้งหมด ๑๕๕ หน้า อ่านไม่นานเพราะหนังสือตัวใหญ่ ไม่ปวดตาและได้ความรู้ เป็นความรู้ที่ลูกคนหนึ่งนั่งคุยนั่งถามเรื่องราวเกี่ยวกับข้าวต่อผู้เป็นพ่อ</p>
<p>พ่อในเรื่องได้บอกเล่าถึงที่มาของข้าว คุณประโยชน์ เรื่องราวของพระแม่โพสพความเชื่อต่อข้าวในวิถีชีวิต ตลอดจนการแปรรูปข้าวให้เป็นอาหารขนมต่างๆมากมาย และเรื่องราวในส่วนของพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแก่พวกเราชาวไทย ให้รู้สำนึกและเห็นถึงคุณประโยชน์ของข้าว</p>
<blockquote><p>“ข้าวที่ออกสีลักษณะนี้เป็นข้าวมีประโยชน์ อย่างข้าวกล้อง คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินกัน เพราะเห็นว่าเป็นข้าวของคนจน ข้าวกล้องมีประโยชน์ทำให้ร่างกายแข็งแรง ข้าวขาวเม็ดสวย แต่เขาเอาของดีออกไปหมดแล้ว มีคนบอกว่าคนจนกินข้าวกล้อง เรากินข้าวกล้องทุกวัน เรานี่ก็คนจน”</p>
<p>พระราชทานแก่สื่อมวลชน ณ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พศ. ๒๕๔๑</p>
</blockquote>
<p>เมื่อเอ่ยถึงข้าวเรามักจะคิดถึงอาหารการกิเพียงอย่างเดียว ข้าวยังสามารถแปรรูปหรือเป็นส่วนผสมรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลายชนิด อย่างแชมพูสระผม ครีมบำรุงผิว น้ำมันนวด แม้แต่ สบู่ที่ทำจากไขรำข้าวก็ยังมี</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ได้บอกกล่าวเรื่องราวของในหลวงที่ทรงงานเกี่ยวกับข้าวไว้มากมาย สมควรที่คนไทยควรได้ศึกษา เพราะการรู้คุณค่าในสิ่งที่เป็นรากฐานทางจิตวิญาณและปากท้องเรานั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรรู้แค่ว่า รับประทานใส่ปากไปวันๆ</p>
<blockquote><p>หนังสือเรื่องข้าวของพ่อ จึงให้ความรู้และเตือนสติคนไทยให้รู้จักรากเหง้า ที่มาแห่งเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของคนไทยแต่โบราณถึงปัจจุบัน และให้ความคิดว่าเราควรกินข้าวอย่างไร</p>
<p>-จากคำนำหนังสือ โดย สุเมธ ตันติเวชกุล-</p>
</blockquote>
<p><b>หนังสือเล่มถัดมาที่หยิบขึ้นมาอ่านในช่วงวันหยุดอีกเล่มคือ</b> “วานปีศาจเขียน” ของรงค์ วงษ์สวรรค์ เล่มนี้อ่านจบไปรอบแล้ว แต่อยากหยิบมาอ่านอีกรอบ ชอบเพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนในเมือง (เมื่อปี๒๕๔๙) เป็นงานเขียนประเภทความเรียง-เรื่องเล่า-เรื่องสั้น รวมๆกันจะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ สรุปว่าชอบก็แล้วกัน</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image0062.jpg"><img title="clip_image006" style="display:inline;border-width:0;margin:0 10px 5px 0;" height="244" alt="clip_image006" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006_thumb1.jpg?w=168&#038;h=244" width="168" align="left" border="0" /></a></p>
<p><b>วานปีศาจเขียน</b> : รงค์ วงษ์สวรรค์ (ปี๒๕๔๙)</p>
<p>สำนักพิมพ์ มติชน</p>
<p><b>อาศัยคำตามหลังปก</b> : วานปีศาจเขียน คือลีลาร้องทุกข์ให้กับคนชั้นล่างแบบถึงกึ๋นของ “ลำพู” เจ้าของคอลัมน์ยอดฮิตของหนังสือพิมพ์สยามรัฐในยุคก่อน และไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตแบบคนสังเคราะห์ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ใน พศ. นั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง </p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น คนฆ่าเนื้อขาย จ่านายสิบตำรวจ โสเภณี คนโซ สาววัยกำดอด เรื่องของความคิด การสนทนาที่ไม่มีจุดจบ หญิงแพศยา ธรรมชาติ แหล่งสลัม ดงน้ำครำ ต้นไม้ในป่าคอนกรีท ฯลฯ</p>
<p><strong>คนเหล่านี้ยังยากจนและทนทุกข์ ในขณะที่เศรษฐีกลายเป็นมหาเศรษฐีและเป็น อัครมหาเศรษฐี</strong> </p>
<p align="right">-บางส่วนของปกหลัง-</p>
<p><strong>วานปีศาจเขียน </strong>เป็นเสมือนหนึ่งเรื่องสั้น เป็นดั่งหนึ่งเรื่องเล่าโดยผู้เขียน รงค์ฯ มิใช่ปีศาจตนใดโดนไหววานให้เคาะตัวหนังสือประดานี้ </p>
<p>เป็นประโยคบอกเล่าที่เอาความเป็นมนุษย์ปุถุชนคนกินข้าวสวยธรรมดาสามัญมาขยายรายละเอียด บางเรื่องเป็นเหมือนบทบ่นรำพึงตัดท้อ บ้างเหมือนบทเย้ยหยันให้มันส์เอ็นจอยรูปากประสารงค์ฯ</p>
<p>หากบอกว่าชอบตรงไหนในหนังสือเล่มนี้ บอกว่าชอบสองส่วน </p>
<p>หนึ่งคือส่วนวิธีนำเสนอ</p>
<p>และอีกหนึ่งคือเนื้อหา เนื้อหาในเล่มอ่านแล้วเราสัมผัสได้ เพราะมันใกล้ตัว (สำหรับข้าพเจ้า) ขณะนี้ที่ฝนตก จะขอยกเรื่องราวเกี่ยวกับฝนในเล่มนี้มาให้อ่านกันสักบทตอนหนึ่ง</p>
<p><font color="#ff6b24"><b>และฝนยังไม่หาย</b><b></b></font></p>
<p><font color="#ff6b24"><b>๒. ฝนชโลมลงมาอีก และอ้อยสร้อย</b> กิ่งแคโน้มลงคุยกับผลน้ำเต้าน้ำค้าง และดอกบวบยิ้มกับแมลงภู่ มีคนเห็นและได้ยิน โดยอาศัยปัญญาเป็นหูและเป็นตา ความบ้าเป็นสติ และความทะลึ่งเป็นสมุดบันทึก</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“น่าสงสารชมพู่เหลือเกิน” แคว่า</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“สงสารเขาทำไม?” น้ำเต้าฉงน</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“เขาไม่อยากเกิดเป็นชมพู่ เข้าอยากเป็นทุเรียนเพราะมัน แพงดี”</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“ผมก็ได้ยินทุเรียนเขาบ่นเหมือนกัน ว่าเขาโดนค่อนขอดเรื่อย เขาอยากเป็นมะขวิด”</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“ถึงว่าละซิ..” แครำพึง “ผมก็เบื่อตัวเองเหมือนกันอยากจะเป็นยอดกระถิน”</font></p>
<p><font color="#ff6b24">น้ำเต้าพูดอย่างตริตรอง “ถ้าจะให้ผมเลือกอยากเปลี่ยนได้ ผมอยากเป็นตำแย”</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“เหตุผล?”</font></p>
<p><font color="#ff6b24">“มันคันดี”</font></p>
<p><font color="#ff6b24"><b>๓. ฝนยังไม่หาย ใครบางคนโดนความหิวมันตะโกนด่าให้</b> เดินออกไปหากินนอกบ้าน ฉวยโอกาสด่าใครอีกหลายคน ที่บันดาลให้ซอยเป็นหล่มโคลน เขารู้สึกอิจฉาหมาที่คุ้ยขยากโสโครกกินได้ตามถนน เขาโกรธคนขับรถบรรทุกผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของมัจจุราช เกลียดผู้หญิงที่นั่งตอแหลอยู่ในรถยนต์ราคาหลายแสน (ผู้อ่าน:ขณะนั้น) หมั่นไส้ปลาหมอถากเกล็ดขึ้นอวดความทรหดของมัน ชิงชังพนักงานขนถ่ายอุจจาระเถื่อน (ผู้อ่าน : มีด้วยเหรอะ) และอยากถีบตัวเองให้เจ็บปวด</font></p>
<p><font color="#ff6b24">เขาจำเป็นต้องฟื้นอารมณ์ร้ายกาจเหล่านี้ไว้ – มันช่วยให้เขาตระหนักได้ว่าเขายังเป็นคน</font></p>
<p><font color="#ff6b24"><b>๔. และฝนยังไม่หาย</b> นรีนอนซบอยู่ ในมุ้งอับราของหล่อน (ผู้อ่าน : อับ-รา) รู้สึกอยากเห็นแสงแดด หล่อนรักแสงแดดในยามเช้า หล่อนรักเสียงมอดไชไม้- มันเป็นดุริยางค์ของหลอนผู้เดียวดาย หล่อนรักกลิ่นหอมของใบเนียมนวลประกอบน้ำกลอกกลิ้งบนใบบอน และเลื่อมระยับบนใบพุดซ้อน</font></p>
<p><font color="#ff6b24">ความรัก หล่อนมีความรัก หล่อนรักหมอนที่เคยหนุน อ้อมกอด (ของตัวเอง) ที่เคยซบเพื่อร้องไห้ และหล่อนมิวายรักความผิดหวัง</font></p>
<p><font color="#ff6b24">มันช่วยให้ตระหนักว่าหล่อนเป็นคน-เท่านั้น</font></p>
<p><font color="#ff6b24">มันเตือนให้รู้ว่าหล่อนเป็นหญิง และอาภัพ และใคร่จะมีชีวิตเสพย์ความอาภัพนั้น</font></p>
<p><b><font color="#ff6b24">โลกร้องไห้ให้เป็นกำนัลหล่อนในกังวานพริ้ง</font></b></p>
<p><b>กลับมาที่ผู้อ่าน</b> : ใจหนึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเด็กสมัยใหม่ลองได้มาอ่านเรื่องราวแบบนี้ในพศ.นี้ จะสามารถมองเห็นสิ่งที่ย่ำซ้ำวนเวียนในสังคมเรานี้ได้หรือไม่ เพราะส่วนหนึ่งคือ เรามีหนังสือให้อ่านเยอะซึ่งมีทั้งที่ดีและไม่ดี-แต่ที่ไม่ดีเยอะกว่า(ตามความเห็น) และอีกส่วนหนึ่งคือ เรามีเวลาในการอ่านน้อยลงในสังคมเร่งรีบ ดังนั้น การเลือกอ่านอะไรสักอย่างจึงมักเลือกอ่านเรื่องราวบันเทิงเริงใจ และไม่รู้จะเอาสาระอะไรกับชีวิตคนอื่น</p>
<p>แต่ก็นั่นละ มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เอามาบ่นให้-ไม่ได้อะไรขึ้นมา หากแต่น่าจะเป็นเรื่องขบคิดสำหรับคนทำงานศิลปะในสายวรรณกรรม </p>
<p>ว่ากันมาถึงตรงนี้ ต้องหยิบหนังสืออีกเล่มขึ้นมาเอ่ยถึง เพราะมีวรรคตอนโดนใจอยู่หลายเรื่องสำหรับการเขียน การคิด การใช้ชีวิต และการมีความสุข</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image007.jpg"><img title="clip_image007" style="display:inline;border-width:0;margin:0 10px 5px 0;" height="244" alt="clip_image007" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image007_thumb.jpg?w=164&#038;h=244" width="164" align="left" border="0" /></a></p>
<p><b>เสียงพูดสุดท้าย</b> : รงค์ วงษ์สวรรค์</p>
<p>บทสัมภาษณ์โดย วรพจน์ พันธุ์พงษ์</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ หยิบติดมาอ่าน อ่านไม่จบเสียที่ตั้งแต่ซื้อมา อ่านแล้วก็คิดตาม อ่านแล้วก็นึกย้อนไปในสมัยเรายังเด็ก ถามพ่อถามแม่ว่าเมื่อก่อนเป็นแบบนี้มั้ย อย่างเรื่องการเลี้ยงลูกก็เหอะ อันนี้ชอบเพราะตรงใจ คิดเหมือนกันเลย แต่ปู่พูดได้อารมณ์มากมาย</p>
<p><strong>ฝรั่งมีหนังสือ สอนลูกให้รวย แล้ว รงค์ วงษ์สวรรค์ สอนลูกให้รวยหรือเปล่า</strong></p>
<p><strong><font color="#ff0080">“ไม่ เราสอนลูกให้เป็นคน ให้เป็นคนทำประโยชน์ เป็นคนดี ไม่ต้องหาคำจำกัดความให้มาก”</font></strong></p>
<p><strong><font color="#ff0080">“เดี้ยวนี้พ่อแม่เลี้ยงลูกไม่เป็น ลูกไม่หย่านม ทำไง มาถามหมอ ไอ้&#8212; ถามแม่มึงสิ ทำไงลูกหย่านม”</font></strong></p>
<p><strong><font color="#ff0080">“บางทีเรารำคาญพวกนักจิตวิทยาว่าทำไมต้องหาคำตอบทุกเรื่องของชีวิต บางอย่างไม่ต้องหา ให้ธรรมชาติทำงานของมันบ้าง ไปหาทำไม ลูกไม่ยอมทำการบ้าน ทำยังไง โธ่ ก็เตะแม่งสิ ลูกไม่กินข้าว ลูกเบื่ออาหาร ก็ตบปากแม่งสิ ข้าวไม่กิน”</font></strong></p>
<p><strong>ผู้อ่าน</strong> : จะว่าไปผมก็ไม่ค่อยสนับสนุนการเตะการตบหรอกครับ แต่ที่เห็นด้วยเห็นจะเป็นการให้ธรรมชาติทำงานของมันบ้าง เรื่องบางเรื่อง เราเอาแต่คิดจนจนกลายเป็นอุปทาน หนักเข้ากลายเป็นหมู่ เรียกอุปทานหมู่ เหมือนอย่างเรื่อง มาตรฐานของเด็กว่า ต้องอะไรๆ เท่ากับอะไร นี่ก็ทำเหมือนจะจัดระเบียบธรรมชาติของเด็ก แต่ลืมไปว่า ธรรมชาติไม่มีระเบียบ-แต่มีระบบของมัน</p>
<p><font color="#e60073">เดี้ยวนี้คนชอบหาคติชีวิต ไปหาอะไรนักหนา บางคนซื้อตำรามาอ่าน มันมากเกินไป </font></p>
<p><font color="#e60073">คติชีวิตของเราหาได้ทุกที่ แม้แต่บนถนน </font></p>
<p><font color="#e60073">ประสบการณ์ของพ่อแม่มีคุณค่ามาก ถ้าเราฟัง แต่นิสัยของพวกเด็กๆก็เบื่อทุกคน เราโตขึ้นมา ย้อนนึกถึงเรื่องที่แม่สอน คิดทีไรแม่ก็ถูกทุกที เพียงแต่ฉากและตัวละครเปลี่ยนไป วันเวลาเปลี่ยน จากท๊อฟฟี่แท่งเล็กๆ มาเป็นรถยนต์ </font></p>
<p><font color="#e60073">ไม่ต้องไปเรียนที่ไหนหรอก เรายืนยันมาตลอดว่า</font></p>
<p><font color="#e60073"><b>พ่อแม่เป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีของลูก</b><b></b></font></p>
<p>พ่อแม่เหมือนเป็นแรงบันดาลใจ เป็นหลักคิด และ พ่อแม่ที่ดีมักไม่ยึดถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง หากแต่ต้องตั้งคำถามและเปิดใจรับธรรมชาติของลูกด้วย ธรรมชาติก็เหมือนกัน เป็นแรงบันดาลใจให้คิดค้น และสร้างสรรค์งานเขียนต่างๆมากมายขึ้นมาบนโลก ฝนตกก็ทำให้คนเรานึกถึงอะไรที่ชุ่มชื้น เย็นรื่นจิตใจ ใช้คำที่สดสวย สะอาด กระจ่าง และ จรรโลงจิตใจทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน</p>
<p>งานเขียนที่ดีมิเพียงรับใช้จิตวิญญาณของผู้เขียน หากแต่สามารถ ยกระดับ บรรเทา หรือฟื้นฟูจิตใจผู้คนที่หม่นหมองจากเรื่องราวเลวร้ายรอบกาย และภายในใจได้</p>
<p>วันนี้เป็นวันที่อากาศดี มีผลส่วนหนึ่งให้อยากเขียนเรื่องดีๆ นี่ก็เป็นแรงบันดาลใจ ธรรมชาติก็เหมือนมารดาบิดาทางหนึ่งของโลกที่ให้แรงพลังแก่มนุษย์ </p>
<p><b>ฝนตก ดอกวรุณเบ่งบาน แพรวระยับ</b></p>
<p><b>ผู้คนเกิดพลังใจ</b><b></b></p>
<p><b></b></p>
<p><b>ผู้คนเกิดแรงบันดาลใจ</b></p>
<p><b></b></p>
<p align="right"><font color="#bf0060"><b>แรงบันดาลใจ</b><b></b></font></p>
<p><font color="#bf0060"><strong>ไม่มี มัวรอแรงบันดาลใจป่านนี้ลูกเมียอดตายห่าแล้ว แรงบันดาลใจอะไรกัน พูดไปเรื่อย</strong> </font></p>
<p><font color="#bf0060">มันงานอาชีพ เราต้องฝึกฝน “ยาขอบ” ต้องใชกระดาษสีชมพู ไม่งั้นเขียนไม่ได้ ท่านทำอย่างนั้นจริงๆ ก็แปลก ของเรานี่มีอยู่ครั้งหนึ่ง นักเขียนผู้ใหญ่บอกว่า การเขียนหนังสือคือการขายฝัน เราบอกไม่ได้ขายฝัน เราขายความจริง นักเขียนผู้ใหญ่ท่านนั้นโกรธฉิบหาย </font></p>
<p><font color="#bf0060">คงพูดแบบยโสด้วยความเป็นเด็ก </font></p>
<p><font color="#bf0060">บางคนกดดัน เดินคิด เดินวนไปวนมา กว่าจะนั่งลงเขียนอาจารย์คึกฤทธิ์บอกว่าไม่ต้องคิดมาก อยากเขียนหนังสือ เขียนเลย ไม่ต้องรอจินตนาการอะไรหนักหนา เป็นนักเขียน ไม่ใช่นักเทศน์ เขียนก็เขียนไปเลย อย่าสอน</font></p>
<p><font color="#bf0060">หลายคนหยิบปากกาปุ๊บสอนเลย ผู้ประกาศข่าวด้วย มันไม่ใช่หน้าที่ ยูจะอ่านข่าวก็อ่านไป ทุกวันนี้ไม่รู้ใครเป็นคนอ่านข่าว ใครเป็นคอมเมนเทเตอร์ สับสน ชอบสอน ดูถูกคนไทย </font></p>
<p><font color="#bf0060">จริงอยู่ สื่อมีหน้าที่ให้การศึกษากับผู้รับฟัง แต่ต้องแนบเนียนและไม่ให้รู้ตัวว่าถูกสอน อันนี้สำคัญมาก เขาไม่ใช่ลูกศิษย์ ไม่ใช่ลูก จะไปสอนทำไม เป็นนักเขียน ถ้าจะสอนต้องสอนแนบเนียน ถ้าไม่เนียนจะเรียกว่าเรื่องสั้นทำไม เขาก็เรียกว่าตำราเรียนใช่ไหม นี่ไงคือวรรณกรรม</font></p>
<p><font color="#bf0060">แม้แต่สารคดีก็เถอะ จะพูดจะสอนอะไร เราเอาคำพูดนั้นใส่ปากคนแก่ที่นั่งริมถนนก็ได้ นี่คือศิลปะ</font></p>
<p><font color="#bf0060">ใช้วิธีให้คนอื่นพูดแทนเรา เราไม่มีสิทธ์สอน ไม่ใช่หน้าที่</font></p>
<p><font color="#bf0060">ครั้งหนึ่งคนเข้าใจผิด นึกว่านักเขียนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เราเรียกตัวเองว่า art laborer กรรมกรทางศิลปะ ทำเลย ไม่ต้องรอจินตนาการ ไม่ต้องดูพระจันทร์ก่อนเขียน เราเขียนหนังสือท่ามกลางคนกินเหล้าเป็นสิบ ถามคุณติ๋มสิ อยู่คนเดียวฟุ้งซาน มองนอกหน้าต่าง คิดเพ้อเจ้อ นั่งมองดวงจันทร์ เพลิน ใครไม่ชอบดูดวงจันทร์บ้างวะ มันสวยนะ สวยแล้วเราจะทำงานทำห่-าอะไรวะ</font></p>
<p><font color="#bf0060">ยิ่งจิบเหล้า ดูดบุหรี่ มองพระจันทร์ โคตรสุขเลย</font></p>
<p><font color="#bf0060">แล้วมีผู้หญิงสวยๆอยู่ด้วย คือเมียเราเอง โอ้โฮ จะทำงานทำไม</font></p>
<p><font color="#bf0060"><b>-แรงบันดาลใจ </b><b>: รงค์ วงษ์สวรรค์-</b></font></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/398/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/398/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=398&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002_thumb1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004_thumb1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image004</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006_thumb1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image006</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image007_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image007</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>book review : ราตรีสงัด ราตรีสวัสดิ์</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2010 15:57:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือรวมบทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b4/</guid>
		<description><![CDATA[โลกเคลื่อนตามจักรราศี มีทิวา มีราตรีเป็นแผนที่แห่งเวลา อาบอุ่นไอสุริยา เพื่อผลิงอกชีวิตบรรจง ตราบเท่าอาทิตย์ยังคง องค์ธาตุยังครบ จะโคจร ก่อเป็นวัฏอันบวร และวังวนแห่งคืนวัน ใต้แสงตะวัน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ไฟดับ - ข้าพเจ้าทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินออกมายืนรับลมที่ระเบียงห้อง ลมพัดเบาเหมือนเด็กวัยรุ่นเสือกเกิดอารมณ์อยากขี้เกียจ แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาวาระประเทศ -ข้าฯจึงวางไว้ภายหลัง จากนั้นยืนมองสิ่งต่างๆภายหน้า ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากมาย ข้าฯเห็นสิ่งต่างๆเคลื่อนไหวเบื้องล่าง แสงไฟ เสียงเพลง เสียงคนพูดคุย-หากเขาพูดเสียงดัง บ้างตะโกนด่าทอต่อกันและไม่นานกอดคอกินเหล้าร้องเพลง ชีวิตหมุนเวียน บ้างสับสน บ้างเป็นวงจรชัดเจนซ้ำซาก บางครั้งไฟดับไปไม่ทั่วถึง เรายังสามารถมองเห็นชีวิตอื่นที่อาศัยแสงไฟในราตรีเดียวกันได้ ชวนให้นึกถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่ง ข้าพเจ้าอยากเล่า แม้จะไม่มีใครอยากฟังก็ตาม เรื่องราวเริ่มต้นในค่ำคืนฝนพายุโหมพัดกระหน่ำ เจ้าแพะหนุ่มวิ่งเตลิดเข้าหาที่หลบฝนและเสียงฟ้าร้อง โชคดีที่พบเจอบ้านไม้หลังหนึ่ง ภายในบ้านไม้นั้น มืดมิด มีเพียงแสงวูบวาบจากสายฟ้าที่ฟาดโบยมวลเมฆาภายนอก เจ้าแพะหนุ่มขดตัวอยู่ในมุมมืด ในความมืดนั้น มันได้พบว่ามีอีกชีวิตหนึ่งค่อยๆเดินลากเท้าเข้ามา เสียงคล้ายของแข็งกระทบพื้น เสียงเหมือนฝีเท้าของสัตว์กีบ เจ้าแพะหนุ่มทักทายผู้มาใหม่ ทั้งสองพูดจากันด้วยเรื่องราวของสิ่งที่ต่างคนต่างหวาดกลัว และรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ร่วมกันในค่ำคืนนี้ ทั้งสองลาจากกันในค่ำคืน โดยที่นัดหมายกันอีกครั้งในวันเช้ารุ่ง อากาศสดใส บอกรหัสกันและกันโดยที่ไม่ได้เห็นใบหน้าค่าตากันเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยหากพวกเขาทั้งสองมีไมตรีต่อกัน เช้าวันรุ่งขึ้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=388&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b></b></p>
<p><b>โลกเคลื่อนตามจักรราศี</b> มีทิวา มีราตรีเป็นแผนที่แห่งเวลา อาบอุ่นไอสุริยา เพื่อผลิงอกชีวิตบรรจง ตราบเท่าอาทิตย์ยังคง องค์ธาตุยังครบ จะโคจร ก่อเป็นวัฏอันบวร และวังวนแห่งคืนวัน</p>
<p>ใต้แสงตะวัน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_082.png"><img title="clip_image002" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image002" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b>ไฟดับ -</b> ข้าพเจ้าทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินออกมายืนรับลมที่ระเบียงห้อง ลมพัดเบาเหมือนเด็กวัยรุ่นเสือกเกิดอารมณ์อยากขี้เกียจ แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาวาระประเทศ -ข้าฯจึงวางไว้ภายหลัง จากนั้นยืนมองสิ่งต่างๆภายหน้า</p>
<p>ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากมาย ข้าฯเห็นสิ่งต่างๆเคลื่อนไหวเบื้องล่าง แสงไฟ เสียงเพลง เสียงคนพูดคุย-หากเขาพูดเสียงดัง บ้างตะโกนด่าทอต่อกันและไม่นานกอดคอกินเหล้าร้องเพลง ชีวิตหมุนเวียน บ้างสับสน บ้างเป็นวงจรชัดเจนซ้ำซาก บางครั้งไฟดับไปไม่ทั่วถึง เรายังสามารถมองเห็นชีวิตอื่นที่อาศัยแสงไฟในราตรีเดียวกันได้ ชวนให้นึกถึงเรื่องราวเรื่องหนึ่ง </p>
<p>ข้าพเจ้าอยากเล่า แม้จะไม่มีใครอยากฟังก็ตาม</p>
<p> <span id="more-388"></span>
<p><b>เรื่องราวเริ่มต้นในค่ำคืนฝนพายุโหมพัดกระหน่ำ</b> เจ้าแพะหนุ่มวิ่งเตลิดเข้าหาที่หลบฝนและเสียงฟ้าร้อง โชคดีที่พบเจอบ้านไม้หลังหนึ่ง </p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_469.png"><img title="clip_image004" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image004" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p>ภายในบ้านไม้นั้น มืดมิด มีเพียงแสงวูบวาบจากสายฟ้าที่ฟาดโบยมวลเมฆาภายนอก เจ้าแพะหนุ่มขดตัวอยู่ในมุมมืด ในความมืดนั้น มันได้พบว่ามีอีกชีวิตหนึ่งค่อยๆเดินลากเท้าเข้ามา เสียงคล้ายของแข็งกระทบพื้น เสียงเหมือนฝีเท้าของสัตว์กีบ เจ้าแพะหนุ่มทักทายผู้มาใหม่ ทั้งสองพูดจากันด้วยเรื่องราวของสิ่งที่ต่างคนต่างหวาดกลัว และรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ร่วมกันในค่ำคืนนี้ </p>
<p>ทั้งสองลาจากกันในค่ำคืน โดยที่นัดหมายกันอีกครั้งในวันเช้ารุ่ง อากาศสดใส บอกรหัสกันและกันโดยที่ไม่ได้เห็นใบหน้าค่าตากันเสียด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยหากพวกเขาทั้งสองมีไมตรีต่อกัน</p>
<p>เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศสะอาดหลังพายุฝนพ้นผ่าน ต้นไม้เขียวชุ่มหยดน้ำ แพะหนุ่มมารอในที่นัดพบ เมื่อถึงเวลาเขาทั้งสองก็ได้พบกัน แพะหนุ่มพบว่า สหายยามค่ำคืนนั้นคือหมาป่าหนุ่มตัวหนึ่ง </p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_487.png"><img title="clip_image006" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image006" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b>แพะหนุ่ม หมาป่าหนุ่ม</b> ความแตกต่างทั้งร่างกายและอาหารการกิน แต่นั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องฝ่าฟันให้พ้นไป</p>
<p>และเมื่อเทวีแห่งสันติ ยิ้มให้เขาทั้งสอง นั่นคือความสงบสุข-ตลอดไป</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_470.png"><img title="clip_image008" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image008" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image008.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b>ความมืดมิด</b> ใช่ว่า ในความรู้สึกบางขณะ หรือบางทีคือ-ความน่ากลัว เป็นสิ่งอำพรางสายตา การมองเห็นถูกระงับไว้ด้วยความมืด และในยามที่ดวงตาหนึ่งดับสิ้นลง ดวงตาอีกหนึ่งก็จะเปิดขึ้นเพื่อทำงานแทนดวงตาที่ต้องอาศัยแสงสว่าง</p>
<p>ลืมสิ่งที่เป็นเปลือกห่อหุ้มร่างกาย วางอุปทานสัญญาไว้ข้างลำตัว (ตบหัวมันเล็กน้อย-ด้วยความเอ็นดู) พูดคุยในเรื่องเดียวกัน เรื่องราวพื้นฐานของการดำรงชีวิต อาหารการกิน สิ่งที่หายใจ เพลงที่ฟัง และพิธีการแห่งสติอันงดงาม เสียงเพลงที่ขับร้องในค่ำคืนมืดมิดช่วยกล่อมเกลาโลกให้สงบสันติ </p>
<p><b>คล้ายจะเหมือนกันแต่ต่างกันตรงวาระเวลา</b> ในสงครามโลกครั้งที่ ๑ นับหลายคืนแล้วในวันที่อากาศหนาว</p>
<p>กองทัพเยอรมันประจันหน้าอยู่กับกองทัพอังกฤษในสนามเพลาะที่ขุดเป็นหลุมตลอดแนวยาว ราตรีไม่เคยสงบ สองฝ่ายยิงปืนใส่กันไปมาทั้งวันทั้งคืน พวกเขาไม่รู้จักกันมาก่อนและพวกเขารู้เพียงอย่างเดียวคือ &#8216;คำสั่ง&#8217; </p>
<p>จนถึงเมื่อวันที่ <b>๑๙ ธันวาคม คศ. ๑๙๑๔</b> เสียงปืนจากฟากฝั่งกองทัพเยอรมันพลันสงบลง ไม่นานนักจึงเกิดแสงไฟเล็กๆเรื่อเรืองจากดวงเทียน มันประดับไว้ที่ปลายปืนของทหารเยอรมัน </p>
<p>แสงนั้นวาบไหวไปมาในราตรีมืดมิด ทหารอังกฤษหยุดยิง จากนั้นเฝ้าคอยว่าจะเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาได้ยินเสียงร้องเพลงจากฝ่ายตรงข้าม เสียงเพลงจากแผ่วเบาค่อยๆดังขึ้น ดวงไฟจากเปลวเทียนยังคงส่องแสง </p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_316.png"><img title="clip_image010" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image010" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image010.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p><b>STILLE NAACHT HEILIG NACHT</b> เป็นเพลงที่ไพเราะ ทหารอังกฤษยืนสงบ พวกเขาลดปืนที่เคยคำรามใส่กันเพื่อหวังปลิดชีวิตลงชั่วขณะเวลาหนึ่ง เมื่อเพลงจบ พวกเขาคลานออกมาจากสนามเพลาะ ทิ้งความคิดที่จะเข่นฆ่ากัน พวกเขาต่างแลกเปลี่ยนกันดูรูปภรรยาลูกชาย คนรัก กอดคอกัน ส่งบุหรี่และเบียร์เพื่อขับไล่ความเหน็บหนาว และให้หัวใจเยียบเย็นได้รู้สึกถึงความอบอุ่น </p>
<p>จากนั้นไม่นานพวกเขา ทหารเยอรมันและทหารอังกฤษต่างก็แยกย้ายกันกลับไปยังหลุมเพลาะของตัวเอง พวกเขาเหล่านั้น หยิบปืนขึ้นมายิงกันต่อ </p>
<p>- เรียบเรียงใหม่จาก เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก : เรื่องของนักเดิน(สวน)ทาง -</p>
<p><b>เหมือนเป็นความฝันตื่นหนึ่ง</b> แต่ก็นั่นละ หากในยามหลับไหลเราสามารถลดจำนวนชีวิตที่ต้องถูกปลิดทิ้งจากการเข่นฆ่ากัน แล้วทำไมเราจึงไม่นอนหลับกันให้มากเข้าไว้ละ ในเวลากลางคืน ทำไมจึงยังมีผู้คนที่ต้องแบกท้องหิว อาจผู้คนมีเวลานอนเพียงวันละสี่ชั่วโมง มีมากที่ถูกตัดเส้นประสาทความง่วงออกจากร่างกาย เรื่องราวประหลาดไม่น่าเป็นไปได้ แต่ข้าฯ วงเล็บไว้ในใจว่า (ไม่แน่) เหล่านั้นเกิดที่เมืองโกรเทสก์</p>
<p><b>‘นอน’</b> เมื่อคนเรารู้สึกว่าลำดับการดำเนินชีวิตมีสิ่งอื่นที่สำคัญมากมายกว่าการนอน มันเป็นเรื่องของชายคนหนึ่ง ‘เคแอลเอ’ (K-LA)</p>
<p>“บางคนยามตื่นเพียงพยักหน้าก็ได้ทุกอย่างตามต้องการ แต่ยามนอนกลับขดกอดตัวเองไว้แน่นราวทารก ที่ไม่ยอมออกจากครรถ์มารดา บางท่านถึงขั้นไม่อยากหลับ เพราะเกรงว่าฝันร้ายจะมาจากใต้หมอน </p>
<p>ห้องหอเย็นฉ่ำไม่อาจทำให้ห้องหายร้อย บางคนพบว่าคู่นอนมิใช่คนเดียวที่รู้ใจ”</p>
<p>- ทางสายใน : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล -</p>
<p><b>เคแอลเอ เปรียบเหมือนผลึกชิ้นหนึ่ง</b> เป็นผลึกซึ่งตกตะกอนจากสังคมที่ไม่เคยกินอิ่ม และอยากหลับนอน เมื่อคนเราฝืนธรรมชาติเพื่อเพิ่มสิ่งหนึ่ง อีกสิ่งหนึ่งซึ่งร้อยรัดเข้ากับสัจธรรมย่อมไม่อาจดำรงอยู่ในอัตราเดิม -ย่อมลดน้อยลง</p>
<p>เคแอลเอ ไร้งานเพราะเขาต้องการนอน ความคิดอยากนอนของเขา ความคิดที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐบาลโกเทสก์ เศรษฐกิจและความเชื่อที่ว่านอนน้อยลงทำงานได้มากขึ้น และคุณจะได้นอนอย่างเต็มที่เมื่ออายุหกสิบ ผู้คนในเมืองนอนไม่หลับหากไม่พึงพายานอนหลับ ทำงานไม่ได้หากไม่มียาขยัน แต่ส่วนลึกๆในใจแล้วทุกคนอยากนอน อยากพักผ่อน </p>
<p>แน่นอน ไม่มีใครบ้ารอจนถึงอายุหกสิบปีหรอก ทว่าเงื่อนไขของปากท้องคือประตูลงกลอนที่ยังการกุญแจไม่เจอ</p>
<p>เคแอลเอถูกไล่ออกเขาจึงไม่ต้องมีกุญแจ เขาเดินพ้นจากประตู ไม่ต่างจากขยะที่ไร้ค่าของเมือง เขาเดินเข้าสวนปรัชญา ในสวนเขาพบเจอนักปรัชญาแห่งความไม่แน่นอน นักปรัชญาสอนเขาถึงการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้โดยไม่ต้องพึงพิงปุ่มเอนเทอร์ (ENTER)</p>
<p><b>นักปรัชญาหลับไปอย่างไม่หวนคืนตื่น</b> เคแอลเอพบโลกใหม่ของการนอน จากผู้ศรัทธาต่อ ‘ศาสดานอน’ เขากลายเป็นผู้นำในการนอนชิดธรรมชาติ สวนปรัชญาของนักปรัชญาแห่งความไม่แน่นอนแปรสภาพเป็น ‘สวนนอนธรรมชาติ’</p>
<p>ชุมชนคนนอน เติบโต และรัฐบาลต้องควบคุม เพราะการนอนวันละแปดชั่วโมงเป็นอันตรายต่อความมั่นคง เคแอลเอเปลี่ยนจากคนตกงานที่อยากนอน กลายเป็นนักต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการนอนวันละแปดชั่วโมง มันกลายเป็นการประท้วงอย่างสันติ ด้วยการนอน</p>
<p>รัฐบาลมักพูดถึงการเจรจาหาทางออกแต่เรื่องราวมักจบลงด้วยความรุนแรง เคแอลเอหายไป เขาหยุดเรื่องราวไว้เพื่อสันติ</p>
<p>เขาปรากฏตัวที่รัฐอิสระเอเอ็มดี มีชีวิตอย่างสงบสุข พูดคุยกับดอนกิโฮเต้ เฝ้ามองสวนผักของจอห์นเลนนอน</p>
<p>เคแอลเอเหม่อมองใบไม้ เสียงปืนดังจากที่ห่างไกลหนึ่งนัด แดดยามเย็นทอแสงสีทอง หัวหน้าเซมตรึกตรอง ดวงอาทิตย์จวนลับยอดเขา</p>
<p>“ผมโชคดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ ได้พบลุงดอน กิโฮเต้ ท่านโสกราตีส จอห์น เลนนอน ผมเกรงว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไป ชุมชนนี้อาจได้รับผลร้าย รัฐบาลโกรเทสก์มีเหตุผลพิลึกพิลั่นในการทำอะไรอยู่เสมอ”</p>
<p>“ผู้นำรัฐบาลคนนี้นิสัยโลเล ไม่ยอมลงมือทำอะไรจนกว่าจะไม่มีทางเลือก และเขาไม่กล้าใช้กำลังทหารกับชุมชนนี้หรอก</p>
<p>“แปลกดี ผมมาอยู่ที่นี่แล้วไม่อยากกลับไปเมืองโกรเทสก์ แต่พอกลุ่มนอนเพื่อสันติถูกตั้งข้อให้เป็นภัยร้ายแรงต่อระบบ ผมอยากกลับไปนอนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล หรือนอนเงียบๆอยู่ที่ไหนสักที่ในเมืองนั้น</p>
<p>“ผมเคยคิดเล่นๆว่าอยากเปิดให้ที่นี่เป็นชุมชนนอน ใครที่อยากมีชีวิตชิดธรรมชาติมาอยู่ที่นี่ ทำงานเล็กๆน้อยๆ พอให้มีกิน มันน่าจะเหมาะสมสำหรับชุมชนในอนาคตนะ”</p>
<p>“นั่นสิ ผมน่าจะอยู่ที่นี่ คนในเมืองโหยหาธรรมชาติ ตรงกันข้ามกับคนในหมู่บ้านโหยหาความเจริญทางวัตถุ คนในเมืองหนีความแออัดเข้าไปท่องในโลกไซเบอร์ ก่อตั้งชุมชนใหม่ ติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต ใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนจริง เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง </p>
<p>ผู้คนกำลังหลั่งไหลเข้าสู่โลกเสมือนจริงอันแห้งแล้ง ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นชีวิตในชุมชนเสมือนจริง ผู้คนทุกวันนี้เบื่อชีวิตจริง เบื่อความซ้ำซากจำเจของชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเป็นกลไกของเมือง ความเป็นกลไกลุกลามเข้าไปทุกพื้นที่ แล้วมันบงการให้คนเป็นทาส”</p>
<p>อีกสามวันเคแอลเอปรากฏตัวที่สวนนอนธรรมชาติ</p>
<p><b>เขากลับมาต่อสู้ในอีกรูปแบบหนึ่ง</b> เขาตั้งพรรค์โกรเทสก์ พรรค์ที่ชูนโยบายสนับสนุนการนอนวันละแปดชั่วโมง ผลการเลือกตั้งพรรค์โกรเทสก์ได้รับเลือกอย่างขาดลอย ไม่ว่าจะถูกประท้วงเพื่อให้นับคะแนนใหม่ก็ตาม แต่ในความจริงคือ ทุกคนมีความหวังกับรัฐบาลของพรรค์โกรเทสก์ ทุกคนผิดหวังกับทุกรัฐบาลที่ผ่านเข้ามา-และจากไปด้วยวาทะสวยงาม</p>
<p>เคแอลเอพบว่ามีปัญหามากมายที่ไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ และเขาต้องเข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบต้นสายปลายเหตุแห่งปัญหา เขาทำงานอย่างหนัก เขานอนน้อยลง กินยาขยันและเขาสบถด่าตัวเอง </p>
<p>แม่-ง พรุ่งนี้เขาจะนอนสักแปดชั่วโมง</p>
<p><b>“โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”</b> เสียงท่องบ่นของนักปรัชญาแห่งความไม่แน่นอนกลืนหายไปในหลุมเวลา</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_314.png"><img title="clip_image012" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image012" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image012.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p>มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้เสมอ ดุจดั่งหยินและหยาง ที่เมื่อใดหยินเพิ่มพูนจนได้ระดับหนึ่ง จำต้องปล่อยให้หยางเติบโต ผลัดเปลี่ยนเวียนไปเป็นวงกลม ได้อย่างเสียอย่าง เพลงเก่าอาจฟังดูครึ ทว่าใช้ได้เสมอเมื่อปากว่างและอารมณ์บรรเจิด</p>
<p>จะว่าไป แม้ในยามที่ผู้คนหลับตานอน ใช่หรือไม่ก็เพื่อเชิญความมืดมาปกป้องโลกส่วนตัว ต่อให้กลางวันเป็นฝันสลาย กลางคืนยังช่วยปลอบประโลม </p>
<p><b>อันที่จริง</b> ชีวิตไม่เพียงอาศัยอ้อมกอดของราตรีคอยอุ้มประคอง หากคือการเดินทางในความมืดโดยตัวของมันเอง ดังนั้น มีแต่ต้องเรียนรู้นิมิตรแห่งค่ำคืน จึงอาจข้ามพ้นสายน้ำแห่งกาลเวลา </p>
<p>ดุจดั่งคนหาปลารู้จักดับตะเกียงเพื่อดูดาว </p>
<p>- สายน้ำคืนเพ็ญ : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล -</p>
<p>๐๐๐</p>
<p><b>เพื่อหาบางสิ่งเติมเต็มในสิ่งที่พร่องหาย</b> ข้าฯมองลงดูความวูบไหวไปมาของคนข้างล่าง แสงสีจากหลอดไฟดัดโค้งเป็นรูปร่างอักษรา สีสันยวนใจให้ลุ่มหลง และในซอกหลืบของตรอกซอยมีความมืดมิด ความหิวบังคับให้ผีเสื้อปีกพรุนสยายกลีบ </p>
<p>จากนั้นโบยบินสู่อ้อมกอดราตรีแห่งตาคลี กลีบปีกสดสวยตัดกับบรรยากาศสงคราม น้ำตาไม่มีเสียงร้องให้ใครได้ยิน รงค์ฯจาระไนค่าใช้จ่ายที่สูญหายไประหว่างทางของสงคราม ข้าพเจ้าสรุปเอาอย่างหยาบและเป็นกันเองกับขนาดมันสมองอันมีขีดจำกัด</p>
<p><b>ตาคลี น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้</b> สารคดีบันทึกเรื่องราวในช่วงระหว่างสงครามอินโดจีน หากแต่เป็นฉบับรายงานการสงครามแนว(แผ่น)หลัง บาร์เหล้า หญิงบริการ แมงดา(สองขา) ยาเสพติด ราคาข้าวแกงและค่าแรงต่อหนึ่งประตู-ผีเสื้อราตรีสนใจมากพอกับว่า เมื่อไหร่สงครามจะยุติ เพื่อโบยบินและสิ้นใจ </p>
<p>หนุ่มผมยาวบอกว่า นักดนตรีมันไม่พี้ยาไปเสียทุกคน “ ดนตรีคือทางออกที่นุ่มนวลที่สุด ในบรรดาทางออกทั้งหลาย ในสังคมที่วุ่นวายซับซ้อน &#8211; มันก็ไม่ใช่ความผิดบาปอย่างไร ถ้าเราจะตะโกนออกมา ด้วยเครื่องมือที่ฆ่าใครไม่ได้ ทำไมหรือ? ก็มันเป็นเพียงดนตรี”</p>
<p>นักธุรกิจบนขาอ่อนผู้ถามหาศีลธรรม &#8211; เขาอยากพบหน้าและทำความรู้จัก เขาอาจเย้ยหยันหรือเขาอาจไม่รู้จักมันจริงๆ และผู้ดูแลความเรียบร้อยให้ผลประโยชน์ไม่เป็นสิ่งก้าวร้าวจนเกินไปสำหรับสนามรบแนวหลัง</p>
<p><b>หวยกระป๋อง</b>-คล้ายหวยเถื่อนลดตัวเลขให้เหลือ ๑๒ หน่วย หากถูก จ่าย ๑๐ ต่อ “คนรวยหรือคนจนก็ชอบเล่น -หล่อนว่า &#8211; มันง่ายและเร็วดี ไม่ต้องรอ สิบวัน &#8211; ตื่นนอนขึ้นมาตอนเที่ยง โยนไว้สักสิบ ยี้สิบ พอถึงเย็นก็รู้ว่า รวย-หรือซวย” หวยกระป๋องออกทุกวัน ย่ำเย็น </p>
<p>หญิงบริการขึ้นทะเบียนเมื่อเดือน พค. ๑๕ รวม ๕๓๐ &#8211; มิย. กค. สค. กย . ตค. ขยายหมายเลขทะเบียนเป็น ๒,๒๗๑ ปริมาณผีเสื้อและโรคา</p>
<p>ข้าวแกงจานละ ๒ บาท ส้มตำมะละกอครกละ ๒ บาท ลาบจานละ ๓-๕ บาท ราคาข้างเหนียวขายเป็นหยิบ ต่อหยิบ ๑ บาท หากต้องการกินอิ่ม-อย่างน้อยที่สุด อิ่มเล็ก ๕ หยิบ-๕ บาท อิ่มใหญ่ ๑๐ หยิบ- ๑๐ บาท ในวงเล็บ เมื่อ พศ. ๒๕๑๕ &#8211; นั่นคือราคาของตาคลี</p>
<p><b>ราคาของสงครามโดยสังเขป</b> แฟนทอม (เครื่องบิน) เอฟ ๔ เดินทางจากมลรัฐเม๊กซิโก-“มันคือปีศาจ” (บางคนว่าอย่างนั้น) ราคาอย่างที่บอกต่อกันได้อยู่ที่ ๘๐ ล้าน ราว ๗๒ ลำ ค่าใช้จ่ายในการบินแต่ละครั้ง ๑๗๐,๐๐๐ บาท อัตราการยิงกระสุนปลิดวิญญาณ ๑๐,๐๐๐ นัดต่อนาที (นั่นคือจำนวนของชีวิตที่เจ็บและดับ-หากมีวาสนาพบเจอ) ค่าใช้จ่ายในการบิน ข้าพเจ้าไม่แน่ใจจำนวนว่านั่นคือจำนวนนับทั้งฝูงบินหรือต่อเที่ยวลำ</p>
<p>ห่-า มันก็เงินมหาศาลอยู่ดี </p>
<p>เครื่องบิน บี. ๕๒ ราคาต่อลำ ๑๖๐ ล้าน-อ่านไม่เจอจำนวน ทว่า-ต่อหนึ่งลำสามารถบรรทุกระเบิด กินน้ำหนัก ๓๐๐ ตัน ระเบิดหนึ่งตันชำระสิ่งมีชีวิตให้พ้นจากจากโลกนี้ได้เท่าไรนั้น-ไม่มีในบันทึก</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_491.png"><img title="clip_image014" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image014" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image014.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p>สงครามเวหาราคา ๑๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท วิมานของคนยาก ๒๐ บาท/ต่อประตู </p>
<p><b>สี่แสนล้านดอลลาร์</b> อเมริกันใช้เงินไปในสงครามอินโดจีนแปลเป็นค่าเงินไทยในลมหายใจขณะนั้นเป็นเงินแปดล้านๆ พระเจ้าช่วย (ตัวหนังสือรู้สึกอยากอุทานและอาเจียน) แปดล้านๆ นั้นคือราคาของสงคราม และตาคลีเขียนใบเสร็จมากมายให้อเมริกัน ระหว่างสงคราม </p>
<p>กามโรคนั่น-ย่อมนับรวม เป็นปริมาณที่มีการบันทึก แต่คนไม่เคยจดจำ ลืมง่ายดายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่แปลก คนทั่วไปไม่มีสมองไว้จดจำเรื่องเหล่านี้หรอก มีแต่คนที่ไม่ธรรมดาเท่านั้น ที่จำตัวเลขเหล่านี้มาเขียนเล่าเอาความ</p>
<p><b>“พวกเขามาถึงตอนเย็นแดดรำไร นกกำลังบินกลับจากรัง คืนนั้นพวกเรานอนไม่หลับกันเลย – ครับ!! เตรียมตัวเป็นเศรษฐีกัน”</b></p>
<p><b>รงค์ วงษ์สวรรค์</b> เป็นคนไม่ธรรมดา </p>
<p><b>เทียบกับค่ำคืนธรรมดานี้</b> แหงนมองฟ้า ดวงดาวดูน่ารักน่าชังอย่างประหลาด พาลให้ใจหลุดลอยหายไปในม่านเมฆขาวมัว ภาษาสวยงามทำให้เราอมยิ้มและง่วงนอน ดั่งน้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่ระอุร้อน ให้ผ่อนคลาย ละวางปลดปลงสิ่งต่างๆที่หัวใจหอบหิ้วจนเหนื่อยหน่าย</p>
<p>บุตรธิดาแห่งดวงดาว แวดล้อมกายเราเสมอ หากสัมผัสได้ถึงพวกเธอเหล่านั้น </p>
<p>ค่ำคืนมืดมิดยังมีความเปลี่ยวเปล่า มีความเหน็บหนาวเมื่อลมพริ้วผ่านความเย็นแห่งมหานที ความคิดคำนึงถึงค่ำคืนอันงดงาม ใช่หรือไม่ว่าเกิดก่อจากความว่างเปล่า จากไม่มีเปลี่ยนเป็นมี จากมีเปลี่ยนเป็นไม่มี </p>
<p>หมุนเวียนเฉกเช่นทิวาและราตรี</p>
<p>๐๐๐</p>
<p><b>ภายในใต้แสงตะวัน</b> &#8211; เธอได้แบ่งปันจากชีวิตอื่น &#8211; กินจากหลายผืน -ดื่มจากหลายสายธาร</p>
<p><b>เธออาศัยผู้คนเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด</b> &#8211; เธอเติบโตในอ้อมกอดแห่งสุญตาราม &#8211; ทั้งโลกคือมาตุคาม &#8211; ทั้งเอกภพคือปิตุภูมิ</p>
<p><b>ภายใต้แสงตะวัน</b> &#8211; เธอฝันถึงศานติ &#8211; และในฤดูใบไม้ผลิ &#8211; เธอฝันถึงความรัก &#8211; แต่บ่อยครั้งเธออาจไม่รู้จัก &#8211; ว่าความรักคืออะไร</p>
<p><b>เธอค้นหาสิ่งนั้นเหมือนอยู่ภายนอก</b> &#8211; แต่สิ่งที่ศาสดาท่านบอก รักอยู่ภายใน &#8211; (ฉะนั้น) อย่าเที่ยวถามผู้อื่นว่ารักเธอแค่ไหน &#8211; เพราะความรัก มิใช่ การเจราพาที</p>
<p><b>รักคือการให้</b> รักคือเมตตา รักคือศรัทธาที่เธอมีต่อความจริง รักคือสำนึก ว่าเธอมาจากสรรพสิ่ง จึงมิอาจทอดทิ้ง .. สิ่งใด หรือผู้ใด</p>
<p>- ข้าวเม็ดน้อย : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล -</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/pdvd_495.png"><img title="clip_image016" style="display:inline;border-width:0;" height="305" alt="clip_image016" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image016.gif?w=454&#038;h=305" width="454" border="0" /></a></p>
<p>ตัวอักษรคือเครื่องทำความเย็นที่แสนประหยัดและก่อมลภาวะให้กับธรรมชาติน้อย อย่างน้อยก็ไม่เท่าเครื่องปรับอากาศหรือน้ำแข็งลอยแกว่งในน้ำขมประกายอำพัน</p>
<p>มองฟ้าแล้วก็ถอนใจ &#8211; คิดทบทวนถ้อยความในหนังสือซ้ำไปซ้ำมา</p>
<p>เมื่อมองฟ้าคิดถึง <b>บุตรธิดาแห่งดวงดาว</b> เมื่อมองต่ำมา-สู่เบื้องล่างคิดถึง <b>ตาคลี น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้</b> เมื่อเดินผละจากระเบียงและฟ้าพราวแสงสลัวราตรี ในหัวนอนของข้าฯบรรจุการงานที่ต้องทำให้ผ่านพ้นในวันรุ่ง กลับทำให้นึกถึงนิยายเรื่อง<b> นอน</b> และเมื่อดับไฟเพื่อหลับนอนกลับได้แต่เฝ้ามองความมืดมิดและนึกถึงเรื่องราวในคืนพายุฝนของ <b>แพะกับหมาป่า</b></p>
<p>เสียงเพลง <b>STILLE NAACHT HEILIG NACHT</b> ดังแผ่วเบาในความคำนึง ข้าพเจ้าอยากหลับตาและตื่นขึ้นมาพบกับสันติ ทว่านักปรัชญาในสวนแห่งความไม่แน่นอนกลับพร่ำบ่นเสมอว่า</p>
<p><b>“โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”</b></p>
<p>นั่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเสมอเพื่อสำหรับการทบทวนก่อนกล่าวคำว่า</p>
<p><b>ราตรีสวัสดิ์</b><b>…</b></p>
<p>(…)</p>
<p><b><u>ประมวลผลจากการอ่านหนังสือ</u></b></p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image018.jpg"><img title="clip_image018" style="display:inline;border-width:0;" height="217" alt="clip_image018" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image018_thumb.jpg?w=146&#038;h=217" width="146" border="0" /></a> <a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image020.jpg"><img title="clip_image020" style="display:inline;border-width:0;" height="217" alt="clip_image020" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image020_thumb.jpg?w=146&#038;h=217" width="146" border="0" /></a></p>
<p><b>(๑) บุตรธิดาแห่งดวงดาว</b> : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล</p>
<p><b>(๒) ตาคลี น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้</b> : รงค์ วงษ์สวรรค์</p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image022.jpg"><img title="clip_image022" style="display:inline;border-width:0;" height="217" alt="clip_image022" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image022_thumb.jpg?w=146&#038;h=217" width="146" border="0" /></a> <a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image024.jpg"><img title="clip_image024" style="display:inline;border-width:0;" height="217" alt="clip_image024" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image024_thumb.jpg?w=146&#038;h=217" width="146" border="0" /></a></p>
<p><b>(๓) นอน</b> : ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร</p>
<p><b>(๔) เมืองเล็กที่เปลี่ยนโลก</b> : เรื่องราวของนักเดิน(สวน)ทาง</p>
<p><b><u>ภาพประกอบจาก</u></b></p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image026.jpg"><img title="clip_image026" style="display:inline;border-width:0;" height="217" alt="clip_image026" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image026_thumb.jpg?w=146&#038;h=217" width="146" border="0" /></a> <a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image028.jpg"><img title="clip_image028" style="display:inline;border-width:0;" height="217" alt="clip_image028" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image028_thumb.jpg?w=146&#038;h=217" width="146" border="0" /></a></p>
<p><b>(๑) </b><b>STROMY NIGHT</b> : ผลงานกำกับของ จิซามุโร ซูจิอิ</p>
<p><b>(๒) </b><b>Welcome to dongmakgol</b> : Directed by Park Kwang-hyun</p>
<p><b>คำคมส่งท้าย</b> – คล้ายว่าลืมเลือนกันไปนาน</p>
<p><b></b></p>
<p><b>มันเป็นความผิดที่หาจำเลยไม่เคยพบ</b> หรือในทำนองกลับกัน มันมีจำเลยมากมาย ทั้งโดยตรงและโดยทางอ้อม มันเป็นภาระที่สังคมต้องแบกไว้ด้วยความหวาดวิตก และถ้าใครจะตะโกนออกมาด้วยความกลุ้มใจว่า ไอ้ยาเสพติดห่-าเหวพวกนั้นมันบั่นทอนอนาคตของประชากรของประเทศ</p>
<p align="right">-รงค์ วงษ์สวรรค์-</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/388/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/388/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=388&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/book-review-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image004</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image006</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image008.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image008</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image010.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image010</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image012.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image012</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image014.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image014</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image016.gif" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image016</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image018_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image018</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image020_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image020</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image022_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image022</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image024_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image024</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image026_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image026</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image028_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image028</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>bookreview : เอกเขนกใจใต้ร่มอักษรเย็น</title>
		<link>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/bookreview-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/bookreview-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2010 15:44:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bookblogstorage</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือรวมบทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/bookreview-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[โลกเย็นๆ ความเรียงงดงาม โดย กิจการ ช่วยชูวงศ์ ผลงานเข้ารอบสุดท้ายนายอินทร์อะวอร์ด ประจำปี ๒๕๔๙ ป่าน้ำค้าง : กวีนิพนธ์ โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ในหุบเขา : กวีนิพนธ์ โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ต้นฉบับ BOOKREVIEW ก้าวที่ ๓๐ : เอกเขนกใจใต้ร่มอักษรเย็น คนกวาดถนนพักผ่อนจากเหล้าจนรู้สึกวิงเวียนขณะลุกเดิน แล้วก็รากรดถนน&#8211;ทิ้งไว้ให้เป็นหน้าที่ของคนกวาดถนนเวรกลางคืน แต่บางทีหมาอาจจะรีบมาแย่งกินก่อน มันก็รู้สึกง่วงนอนเหมือนกัน เหมือนกับใบไม้ และเหมือนก้อนหิน&#8211;ซึ่งต่างพักผ่อนอย่างบรมสุข คนและปีศาจเท่านั้นยังมิรู้ความหมายของการพักผ่อน -การพักผ่อนบรมสุขของใบไม้ / วานปีศาจเขียน- วันหยุดยาว &#8211; ในขณะเห็นคำนี้ หากไม่ทบทวนความคิด-ถึงจำนวนวันที่เหลือของการงาน ก็เคร่งสีหน้าวางแผนการณ์จัดแจงแยกแยะเวลาที่มีค่านี้ไปกับการเดินทาง ท่องเที่ยว พบเจอผู้คน สถานที่ หรืออะไรก็ตามแต่ที่สามัญชนเราเรียกว่าการ ‘พักผ่อน’ หรือ ‘ท่องเที่ยว’ พูดก็พูดเถอะ เคยมีคนเอ่ะใจนับปริมาณวันหยุดราชการของประเทศเราเหมือนกัน ได้จำนวนคร่าวๆแบบเป็นกันเองว่า มีถึงหนึ่งในสามของปี อันนี้ยังไม่ได้นับรวมวันหยุดในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีประปรายเป็นระยะขณะนี้ สำหรับข้าพเจ้า หากไม่กลับบ้าน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=359&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<div align="justify">
<table cellspacing="0" cellpadding="2" width="450" align="center" border="0">
<tbody>
<tr>
<td valign="top" width="150"><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3001.jpg"><font face="Tahoma" color="#333333" size="2"><img title="KRK-30-01" style="display:inline;border-width:0;" height="244" alt="KRK-30-01" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3001_thumb.jpg?w=126&#038;h=244" width="126" border="0" /></font></a></td>
<td valign="top" width="150"><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3002.jpg"><font face="Tahoma" color="#333333" size="2"><img title="KRK-30-02" style="display:inline;border-width:0;" height="244" alt="KRK-30-02" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3002_thumb.jpg?w=146&#038;h=244" width="146" border="0" /></font></a></td>
<td valign="top" width="150"><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3003.jpg"><font face="Tahoma" color="#333333" size="2"><img title="KRK-30-03" style="display:inline;border-width:0;" height="244" alt="KRK-30-03" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3003_thumb.jpg?w=152&#038;h=244" width="152" border="0" /></font></a></td>
</tr>
<tr>
<td valign="top" width="150"><font size="2"></font><font face="Tahoma"><strong>โลกเย็นๆ                  </p>
<p></strong>ความเรียงงดงาม                 <br />โดย กิจการ ช่วยชูวงศ์                 </p>
<p>ผลงานเข้ารอบสุดท้ายนายอินทร์อะวอร์ด                 <br />ประจำปี ๒๕๔๙                 <br /></font></td>
<td valign="top" width="150">
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><strong>ป่าน้ำค้าง</strong> : กวีนิพนธ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์</font></p>
</td>
<td valign="top" width="150">
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><strong>ในหุบเขา </strong>: กวีนิพนธ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์</font></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table></div>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<div align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></div>
<div><font face="Tahoma" size="2"><strong></strong></font></div>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>ต้นฉบับ </b><b>BOOKREVIEW ก้าวที่ ๓๐ : เอกเขนกใจใต้ร่มอักษรเย็น</b></font></p>
<p><b><font face="Tahoma" size="2"></font></b></p>
<p><b><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">คนกวาดถนนพักผ่อนจากเหล้าจนรู้สึกวิงเวียนขณะลุกเดิน</font></b></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">แล้วก็รากรดถนน&#8211;ทิ้งไว้ให้เป็นหน้าที่ของคนกวาดถนนเวรกลางคืน แต่บางทีหมาอาจจะรีบมาแย่งกินก่อน มันก็รู้สึกง่วงนอนเหมือนกัน เหมือนกับใบไม้ และเหมือนก้อนหิน&#8211;ซึ่งต่างพักผ่อนอย่างบรมสุข</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">คนและปีศาจเท่านั้นยังมิรู้ความหมายของการพักผ่อน</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">-การพักผ่อนบรมสุขของใบไม้ / วานปีศาจเขียน-</font></p>
<p><b><font face="Tahoma" size="2"></font></b></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>วันหยุดยาว</b> &#8211; ในขณะเห็นคำนี้ หากไม่ทบทวนความคิด-ถึงจำนวนวันที่เหลือของการงาน ก็เคร่งสีหน้าวางแผนการณ์จัดแจงแยกแยะเวลาที่มีค่านี้ไปกับการเดินทาง ท่องเที่ยว พบเจอผู้คน สถานที่ หรืออะไรก็ตามแต่ที่สามัญชนเราเรียกว่าการ ‘พักผ่อน’ หรือ ‘ท่องเที่ยว’</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">พูดก็พูดเถอะ เคยมีคนเอ่ะใจนับปริมาณวันหยุดราชการของประเทศเราเหมือนกัน ได้จำนวนคร่าวๆแบบเป็นกันเองว่า มีถึงหนึ่งในสามของปี อันนี้ยังไม่ได้นับรวมวันหยุดในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีประปรายเป็นระยะขณะนี้</font></p>
<p> <span id="more-359"></span>
<p><font face="Tahoma" size="2">สำหรับข้าพเจ้า หากไม่กลับบ้าน ก็คงหอบหนังสือเล่มเก่าที่ยังอ่านไม่จบ เล็มแทะแต่ละบรรทัดไปเรื่อยๆ พร้อมกับจิบกาแฟอุ่นๆขมลิ้นเล่นเพลินๆตามร้านกาแฟหรือร้านหนังสือที่มีมุมกาแฟ หยุดที่ผ่านมาก็เช่นกัน (ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา) ข้าพเจ้าหอบหนังสือเล่มบางๆหลายเล่มกลับบ้าน </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">ที่ว่าเล่มบางก็เพราะ มันทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าได้อ่านหนังสือได้หลายเล่มเท่านั้นเอง แต่หากว่ามีเล่มที่อ่านแล้วย่อยง่ายจริงๆ ก็จะเลือกเล่มหนาๆสักเล่มกลับมาบ้านเหมือนกัน เพราะสภาวะแวดล้อมนั้นล่ะ เหมาะมากสำหรับการอ่านหนังสือจริงๆ</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">นั่งไขว้ขาอยู่ใต้ชายคาระแนงไม้ ลมโชยผ่านพุ่มดอกแก้วเล็กๆข้างรั้ว กลิ่นหอมอ่อนนวลใจ ข้างๆเก้าอี้ไม้เป็นโต๊ะเตี้ยตัวเล็ก จัดวางถ้วยกาแฟและน้ำชากาเล็กๆ จิบชาร้อนอย่างเนิบนาบไป ในขณะที่สายตาไล่เรียงไปตามบรรทัดอักษร </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">ชาหมดก็ลุกเดินไม่กี่ก้าวจึงถึงกาน้ำร้อน กดเติมน้ำร้อน หยิบขนมในห้องครัวไม่กี่ชิ้นติดปากคาบมาเหมือนหมาเชื่องๆอารมณ์ดีตัวหนึ่ง ทิ้งร่างโย่งเย่งลงเอนหลังเล็กน้อยให้อยู่ในท่วงท่าถนัดและผ่อนคลาย </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">อ่านไปจนหมดเล่ม ยกไม้มือบิดอารมณ์ขี้เกียจทิ้งขว้างไปรอบๆ จากนั้นหยิบหนังสืออีกเล่มขึ้นมาอ่าน</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">อ้า&#8211;นี่ละ บรมสุขของหนอนหนังสือ</font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>เช่นนี้แล้ว</b> ก่อนที่จะถึงวาระหยุดยาวนานอีกช่วงหนึ่ง (ของเดือนนี้)&#160; ทั้งที่เป็นปกติหรือว่าฉุกเฉิน ก็อยากแนะนำหนังสือบางๆเล่มเล็กที่อ่านแล้วเย็นใจ ไว้ผ่อนคลายพักใจในวันคืนที่จะมาถึง</font></p>
<p align="center"><font face="Tahoma" size="2">- &#8211; -</font></p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002.jpg"><font face="Tahoma" color="#333333" size="2"></font></a><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image0021.jpg"><img title="clip_image002" style="display:inline;margin-left:0;margin-right:0;border-width:0;" height="213" alt="clip_image002" hspace="12" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002_thumb.jpg?w=111&#038;h=213" width="111" align="left" border="0" /></a><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>โลกเย็นๆ </b><b>:</b><b> </b>ความเรียงงดงาม</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">โดย กิจการ ช่วยชูวงศ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">แพรวสำนักพิมพ์      <br />ผลงานเข้ารอบสุดท้ายนายอินทร์อะวอร์ด ประจำปี ๒๕๔๙</font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>โลกเย็นเป็นผลงานความเรียง</b> กล่าวให้ชัดขึ้นคือเป็นความเรียงอันเรียบง่าย,เรียบร้อย,เงียบเย็นในต่างแดนแต่ไม่ได้แสดงถึงอารมณ์โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา หรือสนุกรื่นเริงบันเทิงใจแบบสุดขั้ว ที่เหนือกว่าตัวหนังสือเย็นๆนั้นเห็นจะเป็นภาพถ่ายบรรยากาศเมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ ในภาพเหล่านั้นมีมุมมองในรายละเอียดของเมือง สิ่งเล็กสิ่งน้อยที่เราไม่นึกถึงและไม่ได้เก็บมาคิดต่อ เพื่อเรียงร้อยเป็นตัวอักษร</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">เดิมทีนักเขียนท่านนี้เคยมีผลงานออกมาแล้วสองเล่ม เป็นหนังสือรางวัลทั้งสองเล่ม </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">ถ้าจำไม่ผิดข้าพเจ้าเคยเขียนถึงหนังสือเล่มที่ชื่อว่า ‘เล่นกับโลกไกลบ้าน’ เป็นบันทึกเชิงสารคดี อ่านแล้วสบายใจได้อารมณ์หย่อนคลายในการขบคิดเรื่องราวชีวิตอย่างน่าสนใจในมุมมอง</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">สำหรับ ‘โลกเย็น’ เล่มนี้ก็ยังคงความเรียบง่ายและงดงามในภาษาเขียนอยู่เหมือนเคย ตามคาด เพียงแต่เรื่องราวนั้นเอ่ยถึงสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสภาวะจิตใจของคนเรา </font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"></font><font color="#0000ff"><strong>หัวจิตหัวใจ</strong> : เหมาะแล้วที่ภาษาไทยนำ “หัวจิต” ไปผูกติดกับ “หัวใจ” นำความรู้สึกนึกคิดไปผูกไว้ กับกล้ามเนื้อสี่ห้องในอก ก็ความคิดคนเรานั้นเต้นเข้าเต้นออก พักหนึ่งเล็กพักหนึ่งใหญ่ ไม่มีเส้นอะไรขีดขวางได้ </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เวลาหนึ่ง ใจเราก็ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่เมือง ไม่ใช่ประเทศ ไม่ใช่โลก</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เป็นเพียงหัวคิดของสมอง ทำงานอันแสนสลับซับซ้อน ร่อนเล่นในโลก ในประเทศ ในเมือง ในบ้าน ในกระโหลกแกร่ง มีเลือดลมเลี้ยงไว้ให้ได้คิดได้เห็น </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">ฝนตกแดดออก หัวจิตหัวใจก็ทำงานไป ไม่เคยหยุดสนิท ผู้คนเดินเข้าออกหัวจิตหัวใจทุกวันตลอดเวลา บางทีเวลามองท้องฟ้ากว้างไกลนั้น เราต้องปันเวลาสักช่วง ปัดกวาดทำความสะอาดใจ ก่อนจะเปิดให้คนที่เรารกได้เข้ามาอีกครั้ง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะสะดุดอะไร</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เพราะใจที่ปลอดโปร่ง สดชื่น เบิกบาน จะไม่เป็นที่รกรำคาญสำหรับใครเลย </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">มองไปทางทิศตะวันตก ปิดประตูสักครู่ ทำความสะอาดใจ ก่อนที่เย็นนี้ เราจะได้นั่งคุยกันสบาย ในใจที่ไม่เหมือนในบ้านไหน เมืองไหน ประเทศไหน หรือโลกใดเลย </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เพื่อให้ใจพิเศษ…ใจ เป็นใจ</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">สิ่งหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าชอบในงานทุกชิ้นของผู้เขียนท่านนี้คือ คำที่ใช้นั้นเรียบง่าย แทบไม่มีเลยที่ใช้ถ้อยคำที่ผิดแผกไปจากปกติสามัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อ่านแล้วย่อยได้เลย ไม่ต้องเอามาปรุงใหม่ในสมองอีกรอบ เป็นเสน่ห์เรียบง่ายและงดงาม</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">อ่านแล้วเหมือนได้ชำระจิตใจที่ขุ่นหมองให้กระจ่างสดใส ชุ่มเย็นไปกับภาพถ่ายที่สวยงามกับบรรยากาศเย็นๆของละอองฝนที่พรมพรำตลอดเวลาตามสภาพอากาศพื้นถิ่น </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">งานเขียนชิ้นนี้ของผู้เขียนแตกต่างไปจากเล่มที่แล้ว ‘เล่นกับโลกไกลบ้าน’ ตรงที่ไม่ได้เน้นที่ความแปลกที่แปลกถิ่น ไม่ได้มองเมืองจากสายตาคนนอกอีกต่อไป อาจเพราะผู้เขียนเริ่มมองในสิ่งที่ละเอียดลึกลงไปมากกว่าวิถีชีวิตผู้คนเสียแล้ว</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">ความสุขเล็กๆมีค่าเกินเงินทอง สุขนี้ไปต่อสุขนั้น ไปโยงสุขโน้น ความทุกข์แทรกเข้ามาบ้าง ถือจับเบาๆก่อนปล่อยลา ให้ปลิวหายไป เด็กๆทำได้สบายๆ ร้องไห้ก็ไม่นาน </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">มหัศจรรย์ใจดวงเล็ก วัยเยาว์ เหมือนวันๆ มีแต่เล่น </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">ที่แท้ปล่อยวางเป็นเบิก&#8230;บาน</font></p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004.jpg"><font face="Tahoma" color="#333333" size="2"></font></a><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image0041.jpg"><img title="clip_image004" style="display:inline;margin-left:0;margin-right:0;border-width:0;" height="185" alt="clip_image004" hspace="12" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004_thumb.jpg?w=111&#038;h=185" width="111" align="left" border="0" /></a><b><font face="Tahoma" size="2">มีเพียงผู้ตื่น </font></b><b><font face="Tahoma" size="2">เมื่อเช้ามืดเท่านั้นดอก </font></b></p>
<p><b><font face="Tahoma" size="2">ที่ได้เห็นน้ำค้างเต็มไปหมด </font></b></p>
<p><b><font face="Tahoma" size="2">ทั้งพฤกษ์ป่าและท้องทุ่ง</font></b></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>ป่าน้ำค้าง</b> : กวีนิพนธ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">สำนักพิมพ์ นาคร</font><a href="../../../Local%20Settings/Temp/WindowsLiveWriter-429641856/supfiles19D64/KRK30033.jpg"></a></p>
<p><a href="../../../Local%20Settings/Temp/WindowsLiveWriter-429641856/supfiles19D64/KRK30034.jpg"><font face="Tahoma" size="2"></font></a></p>
<p><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006.jpg"><font face="Tahoma" color="#333333" size="2"></font></a><a href="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image0061.jpg"><img title="clip_image006" style="display:inline;margin-left:0;margin-right:0;border-width:0;" height="177" alt="clip_image006" hspace="12" src="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006_thumb.jpg?w=111&#038;h=177" width="111" align="left" border="0" /></a><b><font face="Tahoma" size="2">ทางมีหลายทาง ทุกที่ที่เท้าวางล้วนเป็นทาง ตาลุกาโปเดินพลางยังหัวร่อ โลกนี้ช่างดีจริง ต่างแบบต่างพันธุ์ อยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ</font></b></p>
<p><b><font face="Tahoma" size="2">๖ ต.ค. ๔๕</font></b></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>ในหุบเขา : </b>กวีนิพธ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>ป่าน้ำค้างและในหุบเขา</b> เป็นคล้ายหนึ่งบทบรรยายความรื่นรมณ์ของธรรมชาติ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยข้อทวงถามหาวิถีทางของมนุษย์ผู้ยังอาศัยร่วมอยู่กับผืนป่าราวไพร </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">เป็นความเรียงบันทึกคืนวันขนาดสั้นกระชับในแต่ละบทตอนเพียงไม่กี่บรรทัดต่อวันคืนที่พ้นผ่านไปในสภาพแวดล้อมของลอนเมฆโอบไพรในมุมมองของกวีหนุ่มไม่มีวันตายท่านนี้</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">คุณที่รัก…</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">จงหว่านพืชพันธุ์อันดีงามลงสู่แผ่นดินของคุณเถิด ดูสิ…แม้วันนี้จะมีพายุร้าย ชาวประมงยังผลักไสบุตรออกผรญทะเล เพื่อพรุ่งนี้โลกจะได้นักเดินเรื่อผู้กล้า</font></p>
<p align="right"><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">-นักเพาะปลูก-</font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>เสน่ห์อย่างหนึ่งของความเรียงนั้นคือ</b> ใจความสาระที่ต้องการนำเสนอนั้นรวบรัด งดงามและไม่ยืดยาวจนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยในการอ่าน ระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">คล้ายการกล่าววาจาบอกเล่าความคิดที่ตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องเร่งเร้าอารมณ์บ่มความรู้สึกเพื่อคลี่คลายในท้ายตอนของบทความ แต่สำหรับพี่กนกนั้น เสน่ห์อีกอย่างคือความมีอารมณ์ขันในการเล่าเรื่อง อ่านแล้วซึ้งคิดถึงสาระและเอาความขำตบท้ายความให้แต้มยิ้มกับผู้อ่านเสมอ</font></p>
<p><b><font face="Tahoma" size="2"></font></b></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"></font><font color="#0000ff"><b>ตาลุกาโปบอกว่าเสียดายผัดกูด</b> แตกยอดเต็มพรืดไปทั่วขอบคลอง ฤดูนี้ ไม่มีใครคิดเด็ดไปผัดต้ม หมูหมากาไก่ก็ไม่หันแล แกจึงเด็ดมาเสียเต็มกระสอบ</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">ขูดมะพร้าวเจ็ดลูกเพื่อต้มกะทิ ไม่สนใจคำทัดทานของนังเมีย กินถ้วยเดียวก็อิ่ม รุ่งเช้าต้องเอาไปเททิ้งในลำคลอง เผื่อปูปลาจะรู้จักกิน แล้วเดินกลับมาด้วยน้ำตานองหน้า ตาบวมเป่ง ขี้มูกโป่ง นังเมียนั่งรอด่าหน้าหัวกระได </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">คนโง่ๆอย่างแกล่ะเป็นเศร้าไม่เข้าเรื่อง</font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">ตาลุกาโปยิ่งขบเขี้ยว เรื่องนั้นข้าตัดใจแล้ว แต่ที่เจ็บไม่หายก็ตรงตัวต่อหัวเสือต่อยเอาเบ้าตา อีกหน่อยเถอะน่า.. พระจันทร์เหลือเสี้ยวเดียวเมื่อไหร่จะเผารัง เอาตัวอ่อนมาผักกะทิ กินให้หายอยาก</font></p>
<p align="right"><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">-๑๘ ธันวาคม ๔๕-</font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>ป่าน้ำค้าง</b> เป็นรูปแบบงานกวีที่มีความงดงามเรียบง่ายของธรรมชาติป่าไพร <b>ในหุบเขา</b> ส่วนใหญ่ของข้อความคือบันทึกเรื่องราวการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของชาวเขา เป็นประสบการณ์ชีวิตที่บรรยายผ่านตัวอักษร </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">น้ำค้างดับร้อน ขุนเขาให้พลังงานและความนับถือ ข้าพเจ้าเชื่อว่าเมื่ออ่านหนังสือเล่มบางทั้งสองเล่มของพี่กนก หากได้ลองคิดตามไตร่ตรองกรองความคิดเอาผลึกที่พี่แกร้องเรียงไว้ในอักษร </font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">หน้าร้อนที่รุ่มเร้าชาวเมืองขณะนี้ ไอแดด ข่าวสารบ้านเมืองหรืออะไรก็ตามทีที่ฉุกเฉินขึ้นมาโดยมิได้นัดหมาย จำเป็นต้องอาศัยสติแรงใจที่เยือกเย็น เพื่อนำพาตัวตนและคนรอบข้างให้ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นอย่างสันติ</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"><strong>จะว่าไปแล้ว</strong> เคยได้ยินเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเมืองหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องอาชญากรรมมากในพื้นที่ส่วนของรถไฟฟ้าใต้ดิน ท่านผู้ว่าการรัฐจึงมีความคิดที่จะเอาหนังสือไปไว้ในรถไฟเพื่อให้ผู้โดยสารได้หยิบอ่านในระหว่างการเดินทาง</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">จะว่าไปแล้วอีกเหมือนกัน เพียงเวลาไม่กี่เดือน สถิติคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นลดลงไปมากจนเหลือเชื่อ ด้วยเพราะโครงการหนังสือในรถไฟนี้เอง มาลองคิดๆดู ในความคิดที่ว่าเอาหนังสือไปให้คนอ่านในรถไฟฟ้าใต้ดินก็เพราะว่า คนเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดจะรู้สึกเครียด และพาลคิดที่จะทำเรื่องไม่ดี หรือบางครั้งก็คิดจะทำเรื่องไม่ดีมาแต่ต้นอยู่แล้ว พอมาเจอสภาวะอันเหมาะสม ก็สามารถกระทำเรื่องราวนั้นได้อย่างไม่ต้องไตร่ตรองเลย</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">หนังสือจึงเป็นเหมือนตัวหยุดยั้งความคิดของผู้คนที่ไม่รู้จะทำอะไรดีเมื่ออยู่ใต้ดิน การมีหนังสือหรือแม้แต่ตัวหนังสือให้อ่านเพื่อฆ่าเวลาในระหว่างเดินทาง นอกจากช่วยหยุดช่วงความคิดของคนได้ ในหนังสือที่ดี ย่อมเป็นการเปิดความคิดที่ดี และสร้างแนวทางใหม่ๆให้คนอ่านได้มากมาย</font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2">ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า </font></p>
<p><font size="2"></font><font face="Tahoma"><b>สันติภาพเกิดได้จากการอ่านจริงๆ &#8230;</b><b></b></font></p>
<p align="center"><b><font face="Tahoma" size="2">- &#8211; -</font></b></p>
<p><b><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เราอ่านหนังสือเพื่อความแน่ใจ</font></b></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เพื่อจะได้แน่ใจว่าเรายังยิ้มให้กับความอ่อนโยน เมื่อตัวหนังสือเล่าถึงความอุ่นเมื่อ้อมแขนแม่โอบลูก เพื่อจะได้แน่ใจว่าเรายังไม่โกรธ เมื่อถึงตอนหมอเอาเปรียบคนจนที่เลี้ยงชีวิตด้วยความขาดแคลน </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เพื่อจะได้หัวเราะ เมื่อคนเขียนเล่าว่าหนูน้อยคุยจ้อยๆกับหมอนที่มัดมุมเป็นหู เขียนเส้นเป็นหน้าแมว และเรารู้ว่าเส้นเราไม่ลึกเกินไป ได้ร้องไห้เมื่อน้ำตาแม่ทัพไหลริน และยืดอกเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งมีชัยในการรบเพื่อแผ่นดินเกิด </font></p>
<p><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">เราอ่านหนังสือ และได้รู้ว่าเราเป็นคนเต็มคน เราค้นลงไปในหน้าหนังสือเพื่อคุ้นเคยกับความสับสน และวันหนึ่งเราได้ค้นพบตัวเอง</font></p>
<p align="right"><font face="Tahoma" color="#0000ff" size="2">-กิจการ ช่วยชูวงศ์-</font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p align="justify"><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<p><font face="Tahoma" size="2"></font></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bookblogstorage.wordpress.com/359/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bookblogstorage.wordpress.com/359/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bookblogstorage.wordpress.com&amp;blog=1032534&amp;post=359&amp;subd=bookblogstorage&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bookblogstorage.wordpress.com/2010/01/11/bookreview-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/018b00489966cd99838df60756329ba9?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bookblogstorage</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3001_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">KRK-30-01</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3002_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">KRK-30-02</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/krk3003_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">KRK-30-03</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image002_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image002</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image004_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image004</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bookblogstorage.files.wordpress.com/2010/01/clip_image006_thumb.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">clip_image006</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
