999 GALAXY EXPRESS by MATSUMOTO Leiji
มีนาคม 28, 2010 2 ความเห็น
999 GALAXY EXPRESS : by MATSUMOTO Leiji review by (…)
ท่วงทำนองของการเดินทาง
ซึ่งอาจเป็นบทเพลงอันยืดยาวและเชื่องช้าไม่รู้สิ้น ด้วยเพราะจักรวาลกว้างไกล และการคาดคำนวณของข้าพเจ้านั้นต้อยต่ำจนมิอาจล้วงรู้ถึงระยะทางจากต้นทางไปยังจุดปลายของขอบเขตเอกภพ หากแต่สถานอันเป็นหนแห่งดำรงตนของข้าพเจ้ากลับเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าแจ้งชัดจำจดไว้ได้มิลืมเลือน
ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงนั้น ตรงที่นั่งแถวหลังสุดของตู้โดยสารท้ายสุด ม้านั่งไม้ยาวเก่าคร่ำหากแต่มันวาว ข้าพเจ้านั่งตรงนั้นตั้งแต่รถออกจากสถานี
รถไฟสาย 999 ซึ่งออกเดินทางจากต้นสายจากที่แห่งใดแห่งหนึ่งไม่มีใครรู้ และมันจะไปสุดทางที่ดวงดาวจักรกล ดาวที่มีร่างกายจักรกลแจกฟรี คนจำนวนมากอยากได้ร่างกายเช่นนี้ ด้วยเพราะมันทำให้พวกเขามีอายุยืนยาว และจะได้สานต่อเรื่องราวที่อยากกระทำ แต่ร่างกายอันเป็นเลือดเนื้อของคนธรรมดาไม่อาจอำนวย พวกคนเหล่านั้นจึงเปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องจักรกล เท็ตสึโร่นั่งติดริมหน้าต่าง เขามักมองออกไปเบื้องนอกและตั้งคำถาม ดูเหมือนว่า หากรถไฟขบวนนี้ยังคงขับเคลื่อน ไปอีกเรื่อย ๆ คำถามจะมีมากมายพอ ๆ กับ จำนวนดวงดาวที่รถไฟสาย 999 เดินทางผ่าน ดวงดาวมากมายนั้นย่อมมีเรื่องราวนานาสลับซับซ้อนเช่นกัน เมื่อรถไฟแวะจอดเพื่อให้ผู้โดยสารได้พักผ่อน ก็มักมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น และบางครั้งข้าพเจ้าได้แต่นั่งมองจากหน้าต่างของตู้โดยสารขบวนสุดท้าย มีบ้างที่ข้าพเจ้าจะเดินเล่นเพื่อขจัดความเบื่อหน่าย หรือผ่อนคลายความอาการบางอย่างอันเกิดจากการเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันมืดดำ และเมื่อเดินมายังตู้โดยสารที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้น เมเธลนั่งมองเท็ตสึโร่ตลอดเวลา และแม้ยามหลับเธอก็มักจะนอนหลับทีหลังเขา แรกเห็นคนทั้งสองข้าพเจ้าแอบคิดว่า ช่างเหมือนแม่กับลูกเสียมากกว่า ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงคิดเช่นนั้น เมเทลดูแลเท็ตสึโร่ตลอด ทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่ยามหลับนอน เท็ตสึโร่ก็ตอบแทนความห่วงใยของเมเทลด้วยดีตลอดมา คนทั้งสองมีความผูกพันที่น่าชื่นชม สองชีวิตต่างก็ผ่านเรื่องราวหนักหนามามาก และการเดินทางยาวไกล การที่มีเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้ย่อมเป็นของขวัญอันล้ำค่ามิใช่หรือ ? ข้าพเจ้ายังไม่เคยได้ใกล้ชิดพวกเขา อย่าว่าแต่ใกล้ชิดเลย ข้าพเจ้าแทบไม่เคยได้ลงจากรถไฟขบวนนี้เลย ก็จะให้ข้าพเจ้าลงไปทำไม ข้างนอกนั้นมีแต่อันตราย ดวงดาวแต่ละดวงที่รถไฟจอดพักมักมีความพิเศษจำเพาะ… แน่นอนว่ามันไม่เหมาะกับร่างกายอันบอบบางของข้าพเจ้า เพราะมันช่างอ่อนแอเกินกว่าจะพาร่างนี้ออกไปผจญกับเรื่องราวแปลกประหลาดเหล่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่ภายในรถไฟยังคงเหมือนเดิม ตู้เสบียงก็มีอาหารส่งถึงท้องเสมอไม่เคยขาด ข้าพเจ้าอยากไปถึงที่หมายโดยเร็ว จึงไม่สบอารมณ์นักที่รถไฟมักแวะพักตามดาวต่างๆ และบางครั้งหากผู้หญิงที่ชื่อเมเทลยังไม่ขึ้นมาบนรถไฟ ต่อให้เลยกำหนดเวลาในการจอดพัก รถไฟขบวนนี้ก็จะยังไม่ออกเดินทาง แต่หากลองเป็นข้าพเจ้าละ มันคงไม่รอเป็นแน่ ข้าพเจ้าจึงต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะกลัวว่าจะตกหล่นจากรถไฟขบวนนี้ ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องนั่งอยู่บนนี้ตลอดเวลา เสียงเจ้าหน้าที่คนนั้นวิ่งหอบมาแต่ไกล เขาแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่ารถไฟกำลังจะจอดที่ ‘ดาวแห่งทางเลือก’ ชายคนนี้ประหลาด ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นใบหน้าเขา และไม่เคยสักครั้งที่เห็นเขาเปิดให้เห็นสิ่งที่มืดมิดภายใน แต่ก็ช่างเถอะ นั่นมันเรื่องของเขา เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะกระทำ อย่างที่ไม่เป็นการเดือดร้อนกับคนอื่น ตราบเท่าที่เขายังทำหน้าที่ตนเองอย่างเต็มที่ ดาวแห่งทางเลือกเป็นยังไง ข้าพเจ้ารับฟังมาว่า ดาวแห่งนี้มีถนนมากมายพาดผ่านไปมาไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นจุดเริ่ม และตรงไหนเป็นจุดจบ เป็นดาวประหลาดที่มีทางให้เลือกเหลือเฟือ และที่ข้าพเจ้าชอบที่สุดก็คือบางสิ่งบางอย่างของที่นี่ บางครั้งหากเรามีชีวิตยืนยาวพอที่จะเดินทางไปบนถนนบนดาวนี้ เราอาจจะไม่สามารถพบปลายทางของถนนก็เป็นได้ เหมือนการลากเส้นเป็นเลขแปด เมื่อถึงที่สุดแล้ว เราก็จะไม่พบว่า ตรงไหนคือจุดเริ่ม และตรงไหนคือจุดจบของเส้น เอาละ… ทีนี้ก็ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าต้องไปแล้ว ข้าพเจ้าเลือกเดินทางมากับรถไฟสายอวกาศเพราะต้องการมายังดวงดาวแห่งนี้ นั่นเอง ทำไมงั้นรึ ก็ดวงดาวที่ข้าพเจ้าจากมานั่นสิ ดาวแห่งนั้นมีทางให้เลือกน้อยเสียเหลือเกิน และ ทางเลือกส่วนใหญ่ก็มักถูกจับจอง และ ซื้อขายกันไปเสียทุกที่ ข้าพเจ้ายากจนเกินกว่าจะจับจ่ายให้กับทางเลือกเหล่านั้น ดาวแห่งนี้มีทางเลือกมากมาย แต่ผิดแผกแตกต่างจากดาวที่ข้าพเจ้าจากมาคือ ทุกหนทางล้วนแล้วไม่ต้องจับจ่าย ขอเพียงท่านมีความตั้งใจในการเดินทางมาถึงที่แห่งนี้ ท่านก็จะมีทางเลือกอีกมากเหลือเฟือในการใช้เดินทาง มันต้องมีสักทางที่มันเหมาะกับท่าน ข้าพเจ้าคิดเช่นนั้นเสมอตลอดระยะเวลาการเดินทางอันยาวนาน รถไฟเทียบชานชลาแล้ว ข้าพเจ้าต้องลุกจากไปเสียที พอกันทีสำหรับการเดินทางบนรถไฟสายนี้ รถไฟอวกาศที่วันคืนผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน ด้วยเพราะในห้วงอวกาศไม่มีแม้กลางวันกลางคืน ไม่มีเวลาเช้าหรือเย็น มีเพียงเสียงเครื่องจักรที่สับไหวขึ้นลง ฉืบ! ฉับ! เท็ตสึโร่มองออกมานอกหน้าต่างเหมือนเดิม ดวงตาของเขาอ่อนโยนคล้ายจะกล่าวคำลากับข้าพเจ้า เขาเป็นคนมีน้ำใจกับใครที่ไม่รู้จักก็มากมาย ส่วนตัวข้าพเจ้าเองขณะนั้น ก็ได้แต่ยืนมองเขา มันคงเหมือนการกล่าวคำอำลา เป็นคำอำลาที่เงียบงันที่สุดในเอกภพ คนทั้งสองยังคงต้องเดินทางอีกยาวไกล และจะว่าไปแล้ว ข้าพเจ้าเองก็หาได้คิดว่าชานชลาแห่งนี้คือจุดสิ้นสุดของการเดินทาง นี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งของการเดินทาง ชีวิตคนเราต่างก็ต้องเดินทางตลอดเวลา แม้ในยามที่นั่งนิ่งสงบ แต่ภายในก็หาได้หยุดที่จะย่ำไปข้างหน้า เท่าที่ตามองถึง และ… ความครุ่นคิดทำงานอย่างเครื่องจักรกลที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย
การ์ตุนเรื่อง กาแล็กซีเอ็กซ์เพรส 999 สนุกมาก^^ ที่บ้านมีแต่เล่ม1(ท่วงทำนองของการเดินทาง) อยากอ่านต่อเล่ม2 แต่ไม่รู้ว่าจะไปหามาอ่านจากไหน T_Tแต่ก็ขอให้มีการร์ตูนสนุกๆแต่มีแง่คิดมากมายแบบนี้มาอีกนะ แล้วจะรอ
Pingback: กาแล็กซี่ เอ็กซ์เพรส 999 เล่ม 1-14 ลิขสิทธิ์ภาษาไทยโดยวิบูลย์กิจ (Galaxy Express 999 Thai) « kaJarp fooMem