โลกียะ : นพพร สุวรรณพานิช
มกราคม 11, 2010 ใส่ความเห็น
หนังสือที่ช่วยให้คุณเรียนรู้เรื่องโลกย์ และลุ่มลึกกับภาษาอังกฤษจากรากศัพท์
สำนักพิมพ์ open books
ข้าพเจ้าเคยอ่านงานเขียนของคุณ นพพร สุวรรณพานิช มาแล้วสามเล่ม แต่ละเล่มที่มีไว้ครอบครองนั้นเป็นงานเขียนชุดที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์รากคำและการใช้รูปแบบภาษาทั้งสิ้น
เราเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติตัวเองเพื่อให้รู้สึกภูมิใจและมีความกตัญญูต่อบรรพชนผู้สร้างบ้านป้องเมืองเมื่อกาลผ่านมา การเรียนรู้รากภาษาก็เพื่อให้รู้จักว่า คำบางคำมีที่มาและมีวาระที่ควรมิควรในการหยิบเอามาจัดเรียงวางไว้ให้ถูกและควร นี่เรียกว่า ให้ความเป็นธรรมกับภาษาเหมือนกัน (นั่น-ไปกันได้)
อ่านบางตอนแล้วต้องตกใจว่า ที่แท้ความเป็นมามันเป็นมาอย่างนี้ แต่เราเอามาใช้กันจนกลายเป็นความหมายในอีกแบบ ซึ่งแม้จะมีพฤติกรรมเหมือนกันในความหมาย แต่เจตนานั้นผิดเพี้ยนไปเยอะ อย่างเช่นว่า
อาจารย์อนันต์เหล่าเลิศวรกุล แห่งคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ เคยเขียนเรื่องฮั้วไว้ในภาษาไทยนอกจอพอเป็นสังเขป คำว่า ‘ฮั้ว’ นี้เป็นคำภาษาจีน ต่อมาได้ใช้ในภาษาไทย พจนานุกรมไทย-ไทยทั่วไปมักไม่มีคำนี้ จีนกลางพูดว่าเหอ แต่จีนแต้จิ๋วออกเสียงเป็นฮั้ว คล้ายกับคำไทยที่ยืมมาจากจีนแต้จิ๋ว
คำว่า ‘ฮั้ว’ นี้ ภาษาญี่ปุ่นพูดว่า ‘วะ’ แปลว่ามีสันติ สันติภาพ ความปรองดองกัน บางครั้งก็แปลว่าความเสมอกัน หรือสมยอมกัน
หนังสือพิมพ์รายวันในประเทศไทยใช้คำนี้บ่อยมาก แต่มีความหมายในทางลบมากกว่า คำว่า ‘ฮั้ว’ ยังหมายถึงสามัคคีกัน
เพ่งอิ๊ว ใช้ในสำนวนกำลังภายใน แปลว่าเพื่อนตายในภาษาจีนแต้จิ๋ว เหมือนคำว่า เสี่ยว ในภาษาอีสานที่แปลว่า เพื่อน ส่วนคนเมืองที่ไม่ค่อยรู้ประสา(ภาษา) มักใช้คำว่า เสี่ยว ในความหมายที่เป็นไปในทางดูถูก ส่วนคำว่า เพื่อน เป็นภาษาจีนกลาง แปลว่า คู่หู ดังนั้นแล้วคำว่า เพื่อน-ซี้ จึงเป็นภาษาจีนทั้งคู่ แปลว่า เพื่อน-ตาย หรือ เพ่งอิ๊ว เช่นกัน
สังเกตว่า คำที่เราใช้นั้น ส่วนใหญ่มีรากคำมาจากจีนเยอะ สำหรับในภาษาที่ชาวบ้านร้านค้าธรรมดาใช้ ส่วนภาษาของเจ้า ของนายนั้น มีรากมาจากคำบาลีเสียส่วนใหญ่
อ่านๆไปก็สนุกดี เพราะมีหลายคำที่เรานึกไม่ถึงว่ามีที่มาอย่างไร และมีหลายคำที่สมัยปัจจุบันนี้แทบไม่ได้ยินใครพูดออกมาในชีวิตประจำวัน สมกับคำลงท้ายปกหนังสือเล่มนี้ที่เขียนไว้ว่า
มนุษย์เราที่เป็นชาวพุทธ มักนึกถึงโลกว่าเป็นที่อาศัยมนุษย์ สิ่งของและสรรพสัตว์ มากกว่าที่จะไปคิดถึงสิ่งอื่นๆ ในที่นี้ โลกคือ world (โลก) earth (ผืนดิน) และ existence (การดำรงอยู่) ในพุทธศาสนามีอยู่ด้วยกันสามความหมาย เช่น มนุสสโลก (world earth) อันเป็นที่อยู่ของมนุษย์และสัตว์ ถัดมาคือเทวโลก (six levels of heaven) หรือที่อยู่ของสวรรค์ หรือเทวดาชั้นฟ้า แล้วยังมีพรมโลก ( the realm of Brahma) อันเป็นที่อยู่ของพรม และความดีความชอบของพรม (คำว่าพรม คือ ผู้ประเสริฐ หรือ the noble)
อย่างไรก็ตาม ชื่อหรือศัพท์แสงทางโลกในหนังสือเล่มนี้ ทำให้นึกถึงคำว่า world (โลก) ศัพท์นี้มาจากภาษาเยอรมันก่อนประวัติศาสตร์ จากคำว่า weraz แปลว่า คน เป็นที่มาของศัพท์อังกฤษว่า werewolf แปลว่า บุคคลในนิทานโบราณ แปลงตัวเป็นมนุษย์หมาป่า ภาษาเยอรมันทุกวันนี้ อะไรที่เกี่ยวกับ world ใช้คำว่า welt ภาษาดัทช์ คือ werald สวิดิช verld และ เดนนิช verden
โลกใหญ่ใบเล็กนี้จึงมีเรื่องราวศึกษาเรียนรู้ไม่จบสิ้น ซึ่งหนังสือเล่มนี้ จะพาคุณท่องไปในโลกกว้างผ่านคำศัพท์ต่างๆ ที่คุณคุ้นตา แต่อาจไม่เคยรู้ความหมายเบื้องหลัง ฉะนั้นโปรดอย่ารีรอในการอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อเปิดโลกของคุณ
-ปกหลังของหนังสือ-
ผ่านไปผ่านมา